⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 9433/2553

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9433/2553

ป.อาญา ม.90, 91

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยโดยมีเจตนาฆ่าและใช้อาวุธปืนลูกซองสั้นยิงประทุษร้ายร่างกายผู้เสียหายที่ 1 และที่ 2 จำนวน 2 นัด กระสุนไม่ถูกผู้เสียหายที่ 1 แต่ถูกบริเวณสะโพกผู้เสียหายที่ 2 จำเลยลงมือกระทำความผิดไปโดยตลอดแล้วแต่การกระทำนั้นไม่บรรลุผล เนื่องจากกระสุนปืนไม่ถูกผู้เสียหายที่ 1 โดยผู้เสียหายที่ 1 วิ่งหลบหนีได้ทัน ส่วนผู้เสียหายที่ 2 แพทย์ทำการรักษาพยาบาลได้ทันท่วงที ผู้เสียหายทั้งสองจึงไม่ถึงแก่ความตายสมดังเจตนาของจำเลย แต่เป็นเหตุทำให้ผู้เสียหายที่ 2 ได้รับอันตรายสาหัส อันเป็นการบรรยายฟ้องมีสาระสำคัญรวมกันมาโดยไม่ได้แยกข้อเท็จจริงของการกระทำที่เกี่ยวกับผู้เสียหายทั้งสองแต่ละคนออกจากกัน ในลักษณะที่ทำให้เข้าใจได้ว่าเป็นการกระทำของจำเลยที่กระทำต่อผู้เสียหายทั้งสองโดยมีเจตนาเดียวกันและเป็นกรรมเดียวกัน แม้โจทก์จะระบุมาตรา 91 แห่ง ป.อ.ไว้ในคำขอท้ายฟ้องก็ตาม แต่ก็มีความผิดข้อหาอื่นที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยมาในคำฟ้องเดียวกันนี้ด้วย และไม่อาจถือได้ว่าเป็นการขยายความพอที่จะทำให้จำเลยเข้าใจคำฟ้องของโจทก์แตกต่างไปจากที่โจทก์บรรยายในฟ้องได้ การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทตาม ป.อ. มาตรา 90

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 80, 91, 288, 371 ริบของกลาง จำเลยให้การว่ากระทำความผิดโดยบันดาลโทสะ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 และมาตรา 371 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ความผิดฐานมีอาวุธปืน จำคุก 1 ปี ความผิดฐานพาอาวุธปืน ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ มาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 6 เดือน ความผิดฐานพยายามฆ่าผู้เสียหายที่ 1 จำคุก 10 ปีฐานพยายามฆ่าผู้เสียหายที่ 2 จำคุก 10 ปี จำเลยให้การรับสารภาพในความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 เดือน และ 3 เดือน ตามลำดับ และทางนำสืบของจำเลยในความผิดฐานพยายามฆ่าเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุกกระทงละ 6 ปี 8 เดือนรวมโทษทั้งสี่กระทง คงจำคุก 14 ปี 1 เดือน ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาแก้เป็นว่า ความผิดฐานพยายามฆ่าให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 เพียงกระทงเดียว เมื่อรวมกับโทษอื่นที่ศาลชั้นต้นลงโทษมาแล้ว คงจำคุก 6 ปี 17 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์บรรยายในคำฟ้องว่า จำเลยโดยมีเจตนาฆ่าและใช้อาวุธปืนลูกซองสั้นยิงประทุษร้ายร่างกายผู้เสียหายที่ 1 และที่ 2 จำนวน 2 นัด กระสุนปืนไม่ถูกผู้เสียหายที่ 1 แต่กระสุนปืนถูกบริเวณสะโพกผู้เสียหายที่ 2 จำเลยลงมือกระทำความผิดไปโดยตลอดแล้ว แต่การกระทำนั้นไม่บรรลุผล เนื่องจากกระสุนปืนไม่ถูกผู้เสียหายที่ 1 โดยผู้เสียหายที่ 1 วิ่งหลบหนีได้ทัน ส่วนผู้เสียหายที่ 2 แพทย์ทำการรักษาพยาบาลได้ทันท่วงที ผู้เสียหายทั้งสองจึงไม่ถึงแก่ความตายสมเจตนาของจำเลย แต่เป็นเหตุทำให้ผู้เสียหายที่ 2 ได้รับอันตรายสาหัส อันเป็นการบรรยายฟ้องมีสาระสำคัญรวมกันมาโดยไม่ได้แยกข้อเท็จจริงว่าการกระทำที่เกี่ยวผู้เสียหายทั้งสองแต่ละคนออกจากกันในลักษณะที่ทำให้เข้าใจว่าเป็นการกระทำของจำเลยที่กระทำต่อผู้เสียหายทั้งสองโดยมีเจตนาเดียวกันและเป็นกรรมเดียวกัน แม้โจทก์จะได้ระบุมาตรา 91 แห่งประมวลกฎหมายอาญาไว้ในคำขอท้ายคำฟ้องอาญาด้วยอันแสดงว่าโจทก์ประสงค์ให้ลงโทษจำเลยเป็นการกระทำความผิดหลายกรรมด้วยแล้วก็ตาม แต่ก็มีความผิดข้อหาอื่นที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยมาในคำฟ้องเดียวกันนี้ด้วย และไม่อาจถือได้ว่าเป็นการขยายความพอที่จะให้จำเลยเข้าใจฟ้องของโจทก์แตกต่างไปจากที่โจทก์บรรยายในคำฟ้องได้ ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9433/2553 พนักงานอัยการจังหวัดนครศรีธรรมราช โจทก์ นายประจวบหรือโก วิชาดี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครศรีธรรมราช · จำเลย - นายประจวบหรือโก วิชาดี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมศักดิ์ ตันติภิรมย์ · พินิจ สุเสารัจ · วีรา ไวยหงษ์ รินทร์ศรี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช - นายประเสริฐ กาญจนะ · ศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นายวีระศักดิ์ เสรีเศวตรักษ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.6290/2549

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4825/2553ฎีกา 788/2545ฎีกา 3889/2543ฎีกา 1447/2531ฎีกา 1955/2546ฎีกา 1093/2568ฎีกา 3146/2541ฎีกา 2365/2563ฎีกา 3637/2559ฎีกา 13379/2555ฎีกา 9026/2553ฎีกา 3120/2559ฎีกา 6575/2551ฎีกา 1392/2564ฎีกา 21848/2555ฎีกา 7570/2541ฎีกา 20504/2556ฎีกา 1089/2559ฎีกา 3345/2535ฎีกา 7722/2544ฎีกา 2165/2531ฎีกา 4180/2548ฎีกา 5305/2539ฎีกา 1268/2515
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา