⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 9992/2553

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9992/2553

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การรับซื้อทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิดหลายครั้งต่างวาระกัน ถือเป็นการกระทำผิดฐานรับของโจรหลายกรรมต่างกัน

ย่อคำพิพากษา

ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ส. นำน้ำมันดีเซลที่ลักไปขายให้แก่จำเลยรวม 5 ครั้ง แม้จะเป็นการรับซื้อทรัพย์อย่างเดียวกันของผู้เสียหายคนเดียวกัน แต่ก็เป็นการรับซื้อคนละวันเวลาต่างวาระกัน แสดงว่าจำเลยมีเจตนาแยกการกระทำผิดแต่ละคราวออกจากกัน แล้วแต่ ส. จะนำน้ำมันดีเซลไปขายเมื่อใดก็จะรับซื้อไว้ จึงเป็นการกระทำผิดฐานรับของโจรหลายกรรมต่างกันรวม 5 กระทง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.357

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 357 และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ 21,600 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคสอง เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 รวม 5 กระทง จำคุกกระทงละ 1 ปี รวมจำคุก 5 ปี ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ 21,600 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคหนึ่ง กระทงเดียว ลงโทษจำคุก 1 ปี และปรับ 6,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี และคุมความประพฤติของจำเลยไว้ โดยให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก 3 เดือน ต่อครั้งเป็นเวลา 1 ปี กับให้จำเลยทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่พนักงานคุมประพฤติและจำเลยเห็นสมควรมีกำหนด 12 ชั่วโมง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29,30 ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ 1,800 บาท แก่ผู้เสียหาย โจทก์ฎีกา โดยอัยการสูงสุดรับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยกระทำความผิดฐานรับของโจรหลายกรรมต่างกันรวม 5 กระทง ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือกระทำความผิดเพียงกรรมเดียวตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 โจทก์มีนายเสาร์ และนายบุญหน่อยเป็นพยานเบิกความว่า ทั้งสองคนร่วมกันลักน้ำมันดีเซลของผู้เสียหายหลายครั้ง นายบุญหน่อยเบิกความระบุจำนวน 15 ครั้ง และโจทก์มีบันทึกคำให้การของคนทั้งสองในชั้นสอบสวนเป็นหลักฐานสนับสนุนคำเบิกความดังกล่าว โดยในชั้นสอบสวนนายเสาร์และนายบุญหน่อยให้การตรงกันว่าร่วมกันลักน้ำมันของผู้เสียหายรวมกว่า 10 ครั้ง ครั้งละประมาณ 100 ลิตร แล้วนายเสาร์นำน้ำมันที่ลักไปขายแก่จำเลยและนายบุญเลิศ สลับกันคนละ 5 ครั้ง ถึง 6 ครั้ง ในชั้นพิจารณานายเสาร์เบิกความว่านายเสาร์นำน้ำมันที่ลักไปขายให้แก่จำเลยประมาณ 5 ครั้ง ห่างกันประมาณ 3 วัน ถึง 4 วัน ต่อครั้งนายบุญหน่อยจะขับรถจักรยานยนต์ตามไปดูและรับเงินส่วนแบ่ง ในขณะที่นายบุญหน่อยเบิกความว่าได้รับส่วนแบ่งจากนายเสาร์ประมาณ 15 ครั้ง ทราบว่านายเสาร์นำน้ำมันไปขายให้แก่จำเลย 3 ครั้ง เพราะนายบุญหน่อยตามไปดูและรับเงินส่วนแบ่ง 3 ครั้ง ครั้งหนึ่งนายบุญหน่อยนั่งรถน้ำมันไปกับนายเสาร์ ส่วนอีกสองครั้งขับรถจักรยานยนต์ตามไป ตามคำเบิกความและคำให้การในชั้นสอบสวนของนายเสาร์และนายบุญหน่อยสรุปความได้ว่าคนทั้งสองร่วมกันลักเอาน้ำมันดีเซลของผู้เสียหายรวม 10 กว่าครั้ง ครั้งละประมาณ 100 ลิตร โดยเว้น 3 วัน ถึง 4 วัน ก็ทำครั้งหนึ่งแล้วนายเสาร์นำน้ำมันดีเซลที่ลักไปขายในวันเดียวกันนั้น โดยขายให้แก่จำเลยและนายบุญเลิศ สลับกันรายละ 5 ครั้ง ถึง 6 ครั้ง ที่นายบุญหน่อยเบิกความว่ารู้ว่านายเสาร์ขายน้ำมันดีเซลให้แก่จำเลย 3 ครั้ง เพราะนายบุญหน่อยตามไปรับเงินส่วนแบ่งด้วยหาได้เป็นการยืนยันว่าจำเลยซื้อน้ำมันดีเซลเพียง 3 ครั้ง แตกต่างไปจากคำเบิกความของนายเสาร์ดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 วินิจฉัยไม่ เพียงแต่ในคราวอื่น ๆ นายบุญหน่อยไม่ได้ร่วมทางไปกับนายเสาร์ด้วยเท่านั้น ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่านายเสาร์นำน้ำมันดีเซลที่ลักไปขายให้แก่จำเลยรวม 5 ครั้ง แม้จะเป็นการรับซื้อทรัพย์อย่างเดียวกันของผู้เสียหายคนเดียวกัน แต่ก็เป็นการรับซื้อคนละวันเวลาต่างวาระกัน แสดงว่าจำเลยมีเจตนาแยกการกระทำความผิดแต่ละคราวออกจากกันแล้วแต่นายเสาร์จะนำน้ำมันดีเซลไปขายให้เมื่อใด ก็จะรับซื้อไว้จึงเป็นการกระทำความผิดฐานรับของโจรหลายกรรมต่างกันรวม 5 กระทง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 ฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยกระทำความผิดฐานรับของโจรเพียงกรรมเดียวนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น... พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคหนึ่ง รวม 5 กระทง จำคุกกระทงละ 1 ปี รวมจำคุก 5 ปี แต่ให้จำเลยคืนน้ำมันดีเซลที่รับซื้อไว้จำนวน 500 ลิตร หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคา 9,000 บาท แก่ผู้เสียหาย คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9992/2553 พนักงานอัยการจังหวัดพะเยา โจทก์ นายองอาจ ใจดี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดพะเยา · จำเลย - นายองอาจ ใจดี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อภิรัตน์ ลัดพลี · ศิริชัย วัฒนโยธิน · ทวีป ตันสวัสดิ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพะเยา - นายชนเศรษฐ์ รุจิรโชติบัณฑิต · ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นางศุภลักษณ์ พิชญเวคิน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.3194/2552

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4825/2553ฎีกา 2439/2539ฎีกา 1214/2519ฎีกา 1502/2550ฎีกา 400/2529ฎีกา 1447/2531ฎีกา 3987/2526ฎีกา 6178/2541ฎีกา 1093/2568ฎีกา 2848/2527ฎีกา 3146/2541ฎีกา 1610/2539ฎีกา 255/2529ฎีกา 7945/2542ฎีกา 9026/2553ฎีกา 7570/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 98/2537ฎีกา 1514/2532ฎีกา 7722/2544ฎีกา 824/2535ฎีกา 2165/2531ฎีกา 4180/2548ฎีกา 1089/2551
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา