⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 10072/2554

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10072/2554

ทำร้ายร่างกายสาหัส

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
จำเลยเป็นตัวการร่วมกระทำความผิดกับผู้อื่น หากมีพฤติการณ์แสดงให้เห็นว่าจำเลยมีส่วนร่วมในการกระทำความผิด หรือพร้อมจะช่วยเหลือให้การกระทำของผู้อื่นสัมฤทธิ์ผล

ย่อคำพิพากษา

ก่อนเกิดเหตุจำเลยนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ของ บ. ไปยังที่เกิดเหตุ ขณะที่ บ. ใช้ไม้ตีศีรษะผู้เสียหาย จำเลยก็ยืนอยู่ข้างๆ บ. ในลักษณะที่พร้อมจะช่วยเหลือให้การกระทำของ บ. สัมฤทธิ์ผล เมื่อพิเคราะห์ว่า จำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำรวจมีหน้าที่ดูแลรักษาสวัสดิภาพของประชาชน แต่กลับเข้าสมทบให้กำลังใจ บ. ให้เข้าทำร้ายผู้เสียหายจนเป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัส นอกจากนี้ยังได้ความว่า หลังจากที่ บ. ตีผู้เสียหายแล้ว แทนที่จำเลยจะเข้าจับกุม บ. ไปดำเนินคดี จำเลยกลับกล่าวหนุนให้ บ. ทำร้ายผู้เสียหายซ้ำอีก พฤติการณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าจำเลยเป็นตัวการร่วมกับ บ. ทำร้ายผู้เสียหายเป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัส

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.297

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295, 297, 83 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 (8) ประกอบมาตรา 83 จำคุก 6 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในวันเกิดเหตุขณะที่พยานจอดรถจักรยานยนต์รอรับลูกค้าอยู่นั้นพยานเห็นผู้เสียหายวิ่งออกมาจากซอยที่เกิดเหตุ ที่ศีรษะของผู้เสียหายมีบาดแผลโลหิตไหลผู้เสียหายวิ่งไปหานางศุรดาซึ่งยืนอยู่ที่ปากซอย ส่วนนายบุญเลิศขับรถจักรยานยนต์ไล่ติดตามผู้เสียหายมา แต่รถจักรยานยนต์ของนายบุญเลิศเสียหลักล้มลงก่อนที่แล่นไปถึงผู้เสียหายขณะนั้นจำเลยไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุ หลังจากนั้นประมาณครึ่งชั่วโมงพยานจึงขับรถจักรยานยนต์ไปรับจำเลยจากร้านค้าในซอยไปยังที่เกิดเหตุ ซึ่งขัดแย้งกับคำเบิกความของผู้เสียหายกับนางศุรดาอย่างเห็นได้ชัด คำเบิกความของผู้เสียหายกับนางศุรดาจึงไม่มีน้ำหนักน่าเชื่อถือเห็นว่า แม้นายสมบูรณ์จะเบิกความดังที่จำเลยฎีกา แต่นายสมบูรณ์ยอมรับว่าในชั้นสอบสวนนายสมบูรณ์ไม่ได้ให้การว่าจำเลยไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุ ยิ่งไปกว่านั้นยังเบิกความรับว่านายบุญเลิศที่ทำร้ายร่างกายผู้เสียหายเป็นผู้พานายสมบูรณ์ไปเบิกความต่อศาลชั้นต้น พฤติการณ์ของนายสมบูรณ์มีเหตุผลอันควรระแวงว่าน่าจะไม่ได้เบิกความไปโดยสุจริต ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1วินิจฉัยว่า คำเบิกความของนายสมบูรณ์มุ่งหมายจะช่วยให้จำเลยหลุดพ้นจากความผิด ไม่มีน้ำหนักพอที่จะรับฟังหักล้างคำเบิกความของผู้เสียหาย ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ข้อเท็จจริงรับฟังได้ตามคำเบิกความของผู้เสียหายว่า ก่อนเกิดเหตุจำเลยนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ของนายบุญเลิศไปยังที่เกิดเหตุ ขณะที่นายบุญเลิศใช้ไม้ตีศีรษะผู้เสียหาย จำเลยก็ยืนอยู่ข้าง ๆ นายบุญเลิศในลักษณะที่พร้อมจะช่วยเหลือให้การกระทำของนายบุญเลิศสัมฤทธิ์ผล เมื่อพิเคราะห์ว่า จำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำรวจมีหน้าที่ดูแลรักษาสวัสดิภาพของประชาชนแต่กลับเข้าสมทบให้กำลังใจนายบุญเลิศให้เข้าทำร้ายผู้เสียหายจนเป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัส นอกจากนี้ยังได้ความว่า หลังจากที่นายบุญเลิศตีผู้เสียหายแล้ว แทนที่จำเลยจะเข้าจับกุมนายบุญเลิศไปดำเนินคดี จำเลยกลับกล่าวหนุนให้นายบุญเลิศทำร้ายผู้เสียหายซ้ำอีก พฤติการณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าจำเลยเป็นตัวการร่วมกับนายบุญเลิศทำร้ายผู้เสียหายเป็นเหตุให้ผู้เสียหายต้องป่วยเจ็บด้วยอาการทุกขเวทนาและประกอบกรณียกิจตามปกติไม่ได้เกินกว่ายี่สิบวัน หาใช่เป็นการใช้ให้นายบุญเลิศทำร้ายร่างกายผู้เสียหายดังที่จำเลยฎีกาไม่ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาคดีชอบแล้ว อนึ่ง แม้จะได้ความว่าศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกนายบุญเลิศมีกำหนด 4 ปี แต่ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 ปี โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ซึ่งเบากว่าโทษที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาลงโทษจำเลยมาก แต่เมื่อคำนึงว่าจำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำรวจมีหน้าที่ดูแลรักษาสวัสดิภาพของประชาชนโดยทั่วไปกลับลงมือกระทำความผิดเสียเอง ที่ศาลล่างทั้งสองใช้ดุลพินิจลงโทษจำเลยเหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะแก้ไข พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10072/2554 พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการ โจทก์ จ่าสิบตำรวจสมพรหรือเหมี่ยวหรือปฐมพงศ์ แสงขันทอง หรือขันทองทวีพัฒน์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการ · จำเลย - จ่าสิบตำรวจสมพรหรือเหมี่ยวหรือปฐมพงศ์ แสงขันทองหรือขันทองทวีพัฒน์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กำพล ภู่สุดแสวง · ชีพ จุลมนต์ · โสฬส สุวรรณเนตร์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายประสิทธิ์ หลัดกอง · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายภานุวัฒน์ ศุภะพันธุ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.5053/2552

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1560/2529ฎีกา 3345/2535ฎีกา 180/2554ฎีกา 861/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 2182/2567ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1270/2506ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1148/2534ฎีกา 3578/2531ฎีกา 3237/2543ฎีกา 2936/2543ฎีกา 801/2503ฎีกา 4150/2529ฎีกา 1165/2537ฎีกา 635/2485ฎีกา 1/2567ฎีกา 5957/2530ฎีกา 1116/2502ฎีกา 1386/2521ฎีกา 1189/2537ฎีกา 110/2513ฎีกา 9368/2552
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา