⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1032/2554

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1032/2554

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การใช้สิทธิเรียกร้องโดยมีเจตนาหลีกเลี่ยงกฎหมายหรือหลักเกณฑ์ของทางราชการ ถือเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ต้องห้ามตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ซื้อที่ดินเนื้อที่ประมาณ 80 ไร่ เป็นที่ดินมือเปล่าไม่มีเอกสารแสดงสิทธิในที่ดิน ต่อมา สำนักงานที่ดินอำเภอกันตังได้ประกาศและออกสำรวจที่ดินเพื่อออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ให้แก่ผู้ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดิน แต่มีระเบียบคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ ซึ่งออกโดยอาศัยประมวลกฎหมายที่ดินได้กำหนดหลักเกณฑ์การออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ให้แก่ผู้ครอบครองทำประโยชน์ได้ไม่เกิน 50 ไร่ เว้นแต่จะได้รับอนุมัติจากผู้ว่าราชการจังหวัด โจทก์จึงขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์เป็น 2 แปลง แปลงแรกจำนวน 50 ไร่ ให้สามีโจทก์มีชื่อถือแทน และอีกแปลงหนึ่งคือที่ดินพิพาทซึ่งเป็นส่วนที่เกินจาก 50 ไร่ ให้มีชื่อบิดาสามีโจทก์ถือแทน ดังนี้ ขณะโจทก์ขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ในที่ดินพิพาท โจทก์รู้อยู่ว่าโจทก์ไม่มีสิทธิจะขอออก เว้นแต่จะได้รับอนุมัติจากผู้ว่าราชการจังหวัด การที่โจทก์ให้บุคคลอื่นมีชื่อถือแทน และต่อมาโจทก์ฟ้องร้องขอให้โอนที่ดินคืนแก่โจทก์ จึงเป็นการกระทำเพื่อหลีกเลี่ยงหลักเกณฑ์การออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ของทางราชการ ถือเป็นการที่โจทก์ใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 5 โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.5

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยจดทะเบียนโอนที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 605 เล่ม 7 ก หน้า 5 ตำบลบางสัก อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง ต่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดตรัง สาขาตรัง (ที่ถูก สาขากันตัง) หากจำเลยไม่ดำเนินการให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของนายจู้ จดทะเบียนโอนที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เลขที่ 605 เล่ม 7 ก หน้า 5 ตำบลบางสัก อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง ต่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดตรัง สาขากันตัง ให้แก่โจทก์ หากจำเลยไม่ยอมดำเนินการ ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของนายจู้ จดทะเบียนโอนที่ดินหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เลขที่ 605 ตำบลบางสัก อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง ให้แก่โจทก์ โดยโจทก์ฟ้องและนำสืบว่า ที่ดินพิพาทดังกล่าวมีเนื้อที่ 29 ไร่ 2 งาน 40 ตารางวา เดิมเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินที่โจทก์ซื้อมาเมื่อปี 2514 รวมเนื้อที่ประมาณ 80 ไร่ เป็นที่ดินมือเปล่าไม่มีเอกสารแสดงสิทธิในที่ดิน จนต่อมาปี 2520 สำนักงานที่ดินอำเภอกันตังได้ประกาศและออกสำรวจที่ดินเพื่อออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ให้แก่ผู้ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดิน แต่โดยที่มีระเบียคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ ซึ่งออกโดยอาศัยประมวลกฎหมายที่ดินได้กำหนดหลักเกณฑ์การออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ให้แก่ผู้ครอบครองทำประโยชน์ได้ไม่เกิน 50 ไร่ เว้นแต่จะได้รับอนุมัติจากผู้ว่าราชการจังหวัด โจทก์ซึ่งครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินจึงขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์เป็น 2 แปลง แปลงแรกจำนวน 50 ไร่ ให้นายบุญช่วย สามีของโจทก์มีชื่อถือแทน และอีกแปลงคือที่ดินพิพาทซึ่งเป็นส่วนที่เกินจาก 50 ไร่ ให้มีชื่อนายจู้บิดาของนายบุญช่วยถือแทน ดังนี้ จึงเห็นได้ว่าขณะโจทก์ขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่ดินพิพาท โจทก์รู้อยู่ว่าโจทก์ไม่มีสิทธิจะขอออกเว้นแต่จะได้รับอนุมัติจากผู้ว่าราชการจังหวัด การที่โจทก์ให้บุคคลอื่นมีชื่อถือแทน และต่อมาฟ้องร้องขอให้โอนที่ดินคืนแก่โจทก์ จึงเป็นการกระทำเพื่อหลีกเลี่ยงหลักเกณฑ์การออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ของทางราชการ ถือเป็นการที่โจทก์ใช้สิทธิไม่สุจริต ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 5 โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง และอำนาจฟ้องเป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลย่อมมีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เอง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5) ประกอบมาตรา 246 และ 247 ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1032/2554 นางเพ็ญศรี กวักแก้วหรือสีปากดี โจทก์ นายปรีชา กวักแก้ว ในฐานะผู้จัดการมรดกของ นายจู้ กวักแก้ว จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางเพ็ญศรี กวักแก้วหรือสีปากดี · จำเลย - นายปรีชา กวักแก้ว ในฐานะผู้จัดการมรดกของนายจู้ กวักแก้ว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สนอง เล่าศรีวรกต · ประทีป ดุลพินิจธรรมา · สุริยง ลิ้มสถิรานันท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดตรัง - นายวิทยา หะยีหมัด · ศาลอุทธรณ์ภาค 9 - นายกิตติพงษ์ ศิริโรจน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.2412/2550

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3582/2534ฎีกา 1739/1739ฎีกา 1143/2494ฎีกา 1750/2505ฎีกา 2108/2538ฎีกา 2409/2551ฎีกา 558/2553ฎีกา 112/2488ฎีกา 3462/2530ฎีกา 331/2537ฎีกา 3343/2537ฎีกา 294/2515ฎีกา 2903/2536ฎีกา 912/2490ฎีกา 1245/2553ฎีกา 1145/2495ฎีกา 8296/2551ฎีกา 3833/2528ฎีกา 1081-1082/2522ฎีกา 873/2538ฎีกา 3778/2542ฎีกา 4432/2553ฎีกา 436/2491ฎีกา 2987/2517
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา