⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1046/2554

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1046/2554

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งของศาลอุทธรณ์ที่ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย ถือเป็นที่สุดตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2548 จำเลยยื่นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ เนื่องจากยื่นเกินกำหนดที่ศาลอนุญาต คือวันที่ 19 ธันวาคม 2548 จำเลยอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งให้จำเลยนำเงินค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาลและนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 234 ภายใน 15 วันนับแต่วันที่มีคำสั่ง วันที่ 23 ธันวาคม 2548 จำเลยอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวและให้รับอุทธรณ์คำสั่งของจำเลย โดยไม่ต้องนำเงินค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาลและไม่ต้องนำเงินมาชำระตามคำพิพากษา ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่าจำเลยมิได้นำเงินมาชำระตามตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลชั้นต้นภายในเวลาที่กำหนด อันเป็นการไม่ปฏิบัติตาม ป.วิ.พ. มาตรา 234 คำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยไม่ชอบด้วยกฎหมายให้ยกคำร้อง และเมื่อศาลยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยแล้ว กรณีจึงไม่ต้องสั่งอุทธรณ์คำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยฉบับลงวันที่ 23 ธันวาคม 2548 อีก ดังนี้จึงมีผลเป็นการที่ศาลอุทธรณ์ไม่รับอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้น คำสั่งของศาลอุทธรณ์ย่อมเป็นที่สุดตาม ป.วิ.พ. มาตรา 236 วรรคหนึ่ง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.234 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.236

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนโจทก์ในสภาพเรียบร้อยและใช้การได้ดี หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาแทนเป็นเงิน 159,000 บาท ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าเสียหายเป็นค่าขาดประโยชน์ 30,800 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวนดังกล่าว นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 11 มิถุนายน 2547) เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าเสียหายให้โจทก์ต่อไปอีกเดือนละ 2,200 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะส่งมอบรถยนต์คืนหรือใช้ราคาแทนแต่ไม่เกิน 7 เดือน กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 1,000 บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ศาลได้อนุญาตให้ขยายระยะเวลาอุทธรณ์จนถึงวันที่ 9 ธันวาคม 2548 จำเลยที่ 2 ยื่นอุทธรณ์วันนี้ (14 ธันวาคม 2548) ซึ่งพ้นกำหนดวันที่ศาลอนุญาต จึงไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมดแก่จำเลยที่ 2 อุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2548 ว่ากรณีเป็นการอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 ให้ผู้อุทธรณ์ (จำเลยที่ 2) นำเงินค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาลและนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาภายใน 15 วัน นับแต่วันนี้ แต่จำเลยที่ 2 มิได้วางเงินภายในกำหนด จำเลยที่ 2 ยื่นอุทธรณ์ลงวันที่ 23 ธันวาคม 2548 ขอให้ศาลอุทธรณ์กลับคำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั่งให้จำเลยที่ 2 วางค่าธรรมเนียมทั้งปวงและจำนวนเงินที่โจทก์ชนะคดี และให้รับอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยที่ 2 โดยไม่ต้องวางเงินค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงและจำนวนเงินที่โจทก์ชนะคดี ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ส่งศาลอุทธรณ์พิจารณาสั่งต่อไป ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า จำเลยที่ 2 มิได้นำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลชั้นต้นภายในเวลาที่กำหนด อันเป็นการไม่ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 คำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยที่ 2 จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ และเมื่อศาลยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 แล้ว กรณีจึงไม่จำต้องสั่งอุทธรณ์คำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 ฉบับลงวันที่ 23 ธันวาคม 2548 อีก จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า "วันที่ 14 ธันวาคม 2548 จำเลยที่ 2 ยื่นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์เนื่องจากยื่นเกินกำหนดที่ศาลอนุญาต วันที่ 19 ธันวาคม 2548 จำเลยที่ 2 อุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งให้จำเลยที่ 2 นำเงินค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาลและนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 ภายใน 15 วัน นับแต่วันมีคำสั่ง วันที่ 23 ธันวาคม 2548 จำเลยที่ 2 อุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวและให้รับอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยที่ 2 โดยไม่ต้องนำเงินค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาลและไม่ต้องนำเงินมาชำระตามคำพิพากษา ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า จำเลยที่ 2 มิได้นำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลชั้นต้นภายในเวลาที่กำหนด อันเป็นการไม่ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 คำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยที่ 2 ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ และเมื่อศาลยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 แล้ว กรณีจึงไม่ต้องสั่งอุทธรณ์คำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 ฉบับลงวันที่ 23 ธันวาคม 2548 อีก ดังนี้ จึงมีผลเป็นการที่ศาลอุทธรณ์ไม่รับอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยที่ 2 ยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้น คำสั่งของศาลอุทธรณ์ย่อมเป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236 วรรคหนึ่ง ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของจำเลยที่ 2 มาเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย" พิพากษายกฎีกาจำเลยที่ 2 ให้คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมดในชั้นฎีกาแก่จำเลยที่ 2 ค่าฤชาธรรมเนียมอื่นนอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1046/2554 บริษัทจีอี แคปปิตอล ออโต้ ลีส จำกัด (มหาชน) โจทก์ นายมนัส ประจักษ์จิตร์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทจีอี แคปปิตอล ออโต้ ลีส จำกัด (มหาชน) · จำเลย - นายมนัส ประจักษ์จิตร์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ทวี ประจวบลาภ · มานัส เหลืองประเสริฐ · จักร อุตตโม
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6602/2541ฎีกา 1022/2551ฎีกา 432/2503ฎีกา 3589/2525ฎีกา 3830/2524ฎีกา 8277/2551ฎีกา 8086/2543ฎีกา 3190/2530ฎีกา 4802/2548ฎีกา 8909/2544ฎีกา 946/2550ฎีกา 9276/2542ฎีกา 1520/2548ฎีกา 16/2497ฎีกา 9407/2546ฎีกา 4527/2539ฎีกา 1369/2513ฎีกา 7651/2555ฎีกา 6000/2534ฎีกา 5187/2548ฎีกา 1413/2533ฎีกา 8584/2553ฎีกา 1404/2498ฎีกา 3810/2545
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ