⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 11111/2554

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11111/2554

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยกระทำความผิดฐานอื่นนอกเหนือจากที่โจทก์ฟ้อง แต่เป็นความผิดที่เกี่ยวพันกับข้อเท็จจริงที่โจทก์ฟ้อง ศาลฎีกามีอำนาจลงโทษจำเลยในความผิดฐานนั้นได้ แม้โจทก์จะมิได้ฎีกาขอให้ลงโทษในความผิดฐานนั้นก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

คดีนี้นอกจากโจทก์จะฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ 3 ฐานลักทรัพย์แล้ว โจทก์ยังบรรยายฟ้องและขอให้ลงโทษจำเลยที่ 3 ในความผิดฐานร่วมกันรับของโจรด้วย โดยให้ศาลเลือกลงโทษจำเลยที่ 3 ในความผิดฐานใดฐานหนึ่งในระหว่างความผิดสองฐานดังกล่าวก็ได้ ดังนั้นแม้ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาลงโทษจำเลยที่ 3 ฐานลักทรัพย์ โดยโจทก์มิได้ฎีกาและจำเลยที่ 3 ฎีกาขอให้ยกฟ้องความผิดฐานลักทรัพย์ก็ตามหากศาลฎีกาพิจารณาแล้ว ข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยที่ 3 กระทำความผิดฐานรับของโจร ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจที่จะลงโทษจำเลยที่ 3 ในความผิดฐานรับของโจรได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคสาม ประกอบมาตรา 215, 225

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.215 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334, 335, 357, 83 จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 และที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก ประกอบมาตรา 83 จำคุกจำเลยที่ 1 และที่ 3 คนละ 1 ปี ยกฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 3 ข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ (ที่ถูกไม่ต้องพิพากษายกฟ้องข้อหาร่วมกันลักทรัพย์) ส่วนจำเลยที่ 2 ให้ยกฟ้องทุกข้อหา โจทก์และจำเลยที่ 1 ที่ 3 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก ประกอบมาตรา 83 จำเลยที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (8) วรรคแรก จำคุกจำเลยที่ 2 และที่ 3 คนละ 1 ปี ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ในความผิดข้อหาลักทรัพย์และจำเลยที่ 3 ในความผิดข้อหารับของโจร (ที่ถูกไม่ต้องพิพากษายกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ในความผิดข้อหาลักทรัพย์และจำเลยที่ 3 ในความผิดข้อหารับของโจร) นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 และที่ 3 ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้นอกจากโจทก์จะฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ 3 ฐานลักทรัพย์แล้ว โจทก์ยังบรรยายฟ้องและขอให้ลงโทษจำเลยที่ 3 ในความผิดฐานร่วมกันรับของโจรด้วย โดยให้ศาลเลือกลงโทษจำเลยที่ 3 ในความผิดฐานใดฐานหนึ่งในระหว่างความผิดสองฐานดังกล่าวก็ได้ ดังนั้นหากข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาได้ความว่า จำเลยที่ 3 กระทำความผิดฐานรับของโจร ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจที่จะลงโทษจำเลยที่ 3 ในความผิดฐานรับของโจรได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคสาม ประกอบ มาตรา 215, 225 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 และที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก ประกอบมาตรา 83 ลงโทษจำคุกคนละ 1 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11111/2554 พนักงานอัยการจังหวัดนครศรีธรรมราช โจทก์ นายสุวัฒน์ แก้วคง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครศรีธรรมราช · จำเลย - นายสุวัฒน์ แก้วคง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิรุฬห์ แสงเทียน · ปดารณี ลัดพลี · ฉัตรไชย จันทร์พรายศรี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช - นายวิริยะ แดงบรรจง · ศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นายเดชา อัชรีวงศ์ไพศาล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.5739/2553

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1870/2549ฎีกา 5246/2548ฎีกา 492/2539ฎีกา 6299/2534ฎีกา 1610/2539ฎีกา 6575/2551ฎีกา 6229/2539ฎีกา 2480/2538ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1656/2544ฎีกา 7083/2538ฎีกา 9114/2552ฎีกา 681/2491ฎีกา 7651/2552ฎีกา 892/2497ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 599/2532ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1268/2515ฎีกา 6293/2541ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา