คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1022/2555
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลมีอำนาจออกคำสั่งขยายหรือย่นระยะเวลาการส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องในคดีมโนสาเร่ได้ตามกฎหมาย และเมื่อศาลสั่งย่นระยะเวลาการส่งหมายโดยการปิดหมายให้มีผลทันที จำเลยย่อมทราบวันนัดพิจารณาตั้งแต่วันปิดหมายโดยไม่ต้องรอให้ล่วงพ้นระยะเวลาตามที่กฎหมายกำหนด
ย่อคำพิพากษา
การส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องในคดีมโนสาเร่ ศาลมีอำนาจออกคำสั่งขยายหรือย่นระยะเวลาตามที่กฎหมายกำหนดได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 190 ตรี เมื่อโจทก์ขอให้ส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องด้วยวิธีปิดหมาย โดยแนบแบบรับรองรายการทะเบียนราษฎรซึ่งมีเจ้าหน้าที่รับรองไม่เกิน 1 เดือน นับถึงวันฟ้อง ศาลชั้นต้นได้สั่งย่นระยะเวลาการส่งหมายด้วยการปิดหมายโดยให้มีผลทันที จึงต้องถือว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 ทราบวันนัดพิจารณาของศาลชั้นต้นตั้งแต่วันปิดหมายแล้ว ไม่ต้องรอให้ล่วงพ้นระยะเวลา 15 วัน ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 79 วรรคสอง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน 213,347.16 บาท พร้อมเบี้ยปรับในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์
จำเลยทั้งสามขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน 60,000 บาท พร้อมเบี้ยปรับอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 800 บาท (ที่ถูกต้องมีคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกด้วย)
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ขาดนัดพิจารณา ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ ตั้งแต่การส่งหมายเรียกให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ส่งหมายนัดให้จำเลยที่ 3 แล้วมีคำพิพากษาหรือคำสั่งใหม่ตามรูปคดีต่อไป ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาหรือคำสั่งใหม่
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่าคดีนี้เป็นคดีมโนสาเร่ ในการส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง ศาลมีอำนาจออกคำสั่งขยายหรือย่นระยะเวลาตามที่กฎหมายกำหนดได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 190 ตรี เมื่อโจทก์ได้ขอให้ส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องด้วยวิธีปิดหมาย โดยแนบแบบรับรองรายการทะเบียนราษฎรซึ่งมีเจ้าหน้าที่รับรองไม่เกิน 1 เดือน นับถึงวันฟ้อง ศาลชั้นต้นได้สั่งย่นระยะเวลาการส่งหมายด้วยการปิดหมายโดยให้มีผลทันที จึงต้องถือว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 ทราบวันนัดพิจารณาของศาลชั้นต้นตั้งแต่วันปิดหมายแล้ว ไม่ต้องรอให้ล่วงพ้นระยะเวลา 15 วัน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 79 วรรคสอง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 เห็นว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้รับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องโดยวิธีปิดหมายก่อนวันนัดพิจารณาเพียง 9 วัน การปิดหมายเรียกไม่มีผลนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น
พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ให้ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้ศาลอุทธรณ์ภาค 4 รวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1022/2555
บริษัทไทยพาณิชย์ลีสซิ่ง จำกัด (มหาชน) โจทก์
นายวายุ สมหวัง กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทไทยพาณิชย์ลีสซิ่ง จำกัด (มหาชน) · จำเลย - นายวายุ สมหวัง กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พีรพล พิชยวัฒน์ · วีระวัฒน์ ปวราจารย์ · วิรุฬห์ แสงเทียน |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแขวงอุดรธานี - นายประจักษ์ ฤทธิธาดา · ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นายสมสันต์ ศุภศาสตรสิน |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
| หมายเลขคดีดำ | พณ.12/2553 |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา