⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 10399/2555

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10399/2555

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีได้อนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินค่าซื้อทรัพย์ตามที่กำหนดไว้ในสัญญาแล้ว จะไม่มีอำนาจขยายระยะเวลาออกไปได้อีก เว้นแต่จะมีเหตุสุดวิสัย.

ย่อคำพิพากษา

ตามสัญญาซื้อขายระหว่างเจ้าพนักงานบังคับคดีกับผู้ร้อง ข้อ 2.3 กำหนดว่า ผู้ร้องจะนำเงินค่าซื้อทรัพย์ที่ค้างชำระมาชำระต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีให้เสร็จภายใน 15 วัน นับแต่วันซื้อเป็นต้นไป ในกรณีที่ผู้ร้องไม่สามารถชำระเงินส่วนที่ค้างชำระได้ภายในกำหนดเวลาดังกล่าว สามารถยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี โดยระบุเหตุผลและความจำเป็น เจ้าพนักงานบังคับคดีจะขยายให้อีกตามที่เห็นสมควรทั้งนี้ไม่เกิน 3 เดือน และไม่ว่ากรณีใดๆ จะไม่มีการขยายระยะเวลาวางเงินให้อีก แสดงว่าหากผู้ร้องไม่สามารถชำระเงินค่าซื้อทรัพย์ที่เหลือภายในกำหนด 15 วัน ผู้ร้องสามารถขอขยายระยะเวลาวางเงินต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี แต่เจ้าพนักงานบังคับคดีจะขยายให้ได้ไม่เกิน 3 เดือน เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าผู้ร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าซื้อทรัพย์ส่วนที่เหลือและเจ้าพนักงานบังคับคดีอนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินไป 3 เดือน แล้วตามสัญญา เจ้าพนักงานบังคับคดีย่อมไม่มีอำนาจจะขยายระยะเวลาวางเงินออกไปได้อีก จึงเป็นคำสั่งที่เป็นไปตามสัญญาซื้อขายและไม่มีเหตุที่จะเพิกถอนคำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดี ผู้ร้องขอให้ศาลมีคำสั่งขยายระยะเวลาวางเงินค่าซื้อทรัพย์โดยยื่นคำร้องเมื่อเลยกำหนดเวลาที่เจ้าพนักงานบังคับคดีอนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินค่าซื้อทรัพย์ ผู้ร้องจะยื่นคำร้องได้ต้องเป็นกรณีมีเหตุสุดวิสัย ที่ผู้ร้องอ้างว่าทรัพย์มีราคาสูง ผู้ร้องอยู่ระหว่างขอสินเชื่อธนาคาร จึงไม่ใช่เหตุสุดวิสัยอันเป็นเหตุให้ผู้ร้องสามารถยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าซื้อทรัพย์ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.23

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระหนี้แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยและค่าฤชาธรรมเนียม ต่อมาจำเลยทั้งสี่ไม่ยอมชำระหนี้ตามคำพิพากษาดังกล่าว โจทก์ขอให้บังคับคดี เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 137321 แขวงบางซื่อ กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างเลขที่ 183/10 จำนวน 4 หลัง ออกขายทอดตลาด ผู้ร้องเป็นผู้ประมูลซื้อได้ ต่อมาวันที่ 25 ธันวาคม 2551 ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดีและมีคำสั่งขยายระยะเวลาวางเงินค่าซื้อทรัพย์ส่วนที่เหลือออกไปอีก 3 เดือน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามสัญญาซื้อขายระหว่างเจ้าพนักงานบังคับคดีกับผู้ร้อง ฉบับลงวันที่ 30 สิงหาคม 2551 ท้ายคำร้องของผู้ร้อง ข้อที่ 2.3 กำหนดว่า ผู้ร้องจะนำเงินค่าซื้อทรัพย์ที่ค้างมาชำระต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีให้เสร็จภายใน 15 วัน นับแต่วันซื้อเป็นต้นไป ในกรณีที่ผู้ร้องไม่สามารถชำระเงินส่วนที่ค้างชำระได้ภายในกำหนดเวลาดังกล่าวสามารถยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี โดยระบุเหตุผลและความจำเป็น เจ้าพนักงานบังคับคดีจะขยายให้อีกตามที่เห็นสมควรทั้งนี้ไม่เกิน 3 เดือน และไม่ว่ากรณีใด ๆ จะไม่มีการขยายระยะเวลาวางเงินให้อีก แสดงว่าหากผู้ร้องไม่สามารถชำระเงินค่าซื้อทรัพย์ที่เหลือภายในกำหนด 15 วัน ผู้ร้องสามารถขอขยายระยะเวลาวางเงินต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีได้แต่เจ้าพนักงานบังคับคดีจะขยายให้ได้ไม่เกิน 3 เดือน เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า ผู้ร้องได้ขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าซื้อทรัพย์ส่วนที่เหลือและเจ้าพนักงานบังคับคดีอนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินไป เป็นเวลา 3 เดือนแล้วตามข้อสัญญาดังกล่าว เจ้าพนักงานบังคับคดีย่อมไม่มีอำนาจจะขยายระยะเวลาวางเงินออกไปให้แก่ผู้ร้องได้อีก คำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดีที่ไม่อนุญาตให้ผู้ร้องขยายระยะเวลาวางเงินออกไปอีก จึงเป็นคำสั่งที่เป็นไปตามสัญญาซื้อขายระหว่างเจ้าพนักงานบังคับคดีและผู้ร้องแล้ว ไม่มีเหตุที่จะเพิกถอนคำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดี ผู้ร้องขอขยายระยะเวลาเมื่อเลยกำหนดเวลาที่เจ้าพนักงานบังคับคดีอนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินค่าซื้อทรัพย์ เช่นนี้ ผู้ร้องจะยื่นคำร้องดังกล่าวได้ต้องเป็นกรณีมีเหตุสุดวิสัย ซึ่งเหตุสุดวิสัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 นั้น หมายถึงเหตุที่ทำให้ศาลไม่สามารถมีคำสั่งให้ขยายระยะเวลาหรือคู่ความไม่สามารถมีคำขอเช่นนั้นมาก่อนสิ้นระยะเวลาที่กฎหมายให้ดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นพฤติการณ์นอกเหนือที่จะกระทำได้ก่อนสิ้นระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ ที่ผู้ร้องอ้างว่า ราคาทรัพย์มีราคาสูง ผู้ร้องอยู่ในระหว่างขอสินเชื่อจากธนาคารจึงไม่ใช่เหตุสุดวิสัยอันเป็นเหตุให้ผู้ร้องสามารถยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าซื้อทรัพย์ได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10399/2555 ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) โจทก์ นายวิษณุ เทพเจริญ ผู้ร้อง ห้างหุ้นส่วนจำกัด ปานทองพานิช กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) · ผู้ร้อง - นายวิษณุ เทพเจริญ · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัด ปานทองพานิช กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมยศ เข็มทอง · ไชยยงค์ คงจันทร์ · เมทินี ชโลธร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นางสาวสุรพี ลาภธนาพงศ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายวิชัย ศิริแสงทอง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.1540/2555

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1337/2503ฎีกา 4903/2548ฎีกา 7013/2543ฎีกา 523/2513ฎีกา 2785/2539ฎีกา 6468/2549ฎีกา 6322/2537ฎีกา 2238-2240/2548ฎีกา 3736/2531ฎีกา 958/2541ฎีกา 5289/2551ฎีกา 1968/2537ฎีกา 9930/2539ฎีกา 2883/2543ฎีกา 1340/2549ฎีกา 4955/2533ฎีกา 4979/2537ฎีกา 445/2553ฎีกา 10878/2554ฎีกา 4855/2539ฎีกา 5004/2540ฎีกา 819/2532ฎีกา 6569/2542ฎีกา 2112/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา