⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 11839/2555

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11839/2555

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อตัวแทนถึงแก่ความตาย สิทธิเรียกร้องของตัวการที่ให้ตัวแทนจัดการทรัพย์สินแทนนั้น ย่อมตกทอดไปยังทายาทของตัวแทนตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ก. เป็นตัวแทนของโจทก์ที่ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้มีชื่อถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทไว้แทนโจทก์ซึ่งเป็นตัวการ จึงเป็นหน้าที่ของ ก. จะต้องจดทะเบียนโอนที่ดินที่ได้รับไว้เกี่ยวด้วยการเป็นตัวแทนนั้นส่งคืนให้แก่โจทก์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 810 วรรคหนึ่ง เมื่อ ก. ถึงแก่ความตาย โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้กองมรดก จึงชอบที่จะบังคับสิทธิเรียกร้องต่อจำเลยซึ่งเป็นทายาทของ ก. ได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1737 ซึ่งกฎหมายไม่ได้บังคับว่าทายาทที่ถูกฟ้องจะต้องได้รับมรดกของเจ้ามรดกหรือต้องฟ้องทายาททุกคน และในกรณีที่โจทก์ไม่ได้เรียกผู้จัดการมรดกเข้ามา ก็อาจมีผลในการบังคับคดีต่อไปเท่านั้น ไม่ทำให้โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.810 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1737

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยในฐานะทายาทของนายกนิษฐ์จดทะเบียนโอนที่ดินพิพาททั้งสามแปลงแก่โจทก์ หากไม่ดำเนินการให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยในฐานะทายาทของนายกนิษฐ์หรือสรศิษฎ์ (ที่ถูก สรศิษฏ์) จดทะเบียนเปลี่ยนชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาททั้งสามแปลงเป็นชื่อโจทก์ หากจำเลยไม่ดำเนินการให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาแทน ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองฝ่ายเป็นพับ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่ได้โต้เถียงกันรับฟังเป็นยุติว่า โจทก์เป็นภริยานายเตียกจือ ซึ่งเป็นคนต่างด้าว ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน นายกนิษฐ์หรือสรศิษฏ์ เป็นบุตรของโจทก์กับนายเตียกจือ นายกนิษฐ์เป็นผู้มีชื่อถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ 105889, 136084 และ 136085 ตำบลบางกร่าง อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ต่อมานายกนิษฐ์ได้จดทะเบียนสมรสกับจำเลย นายเตียกจือและนายกนิษฐ์ถึงแก่ความตาย โจทก์นำคดีมาฟ้องขอให้บังคับจำเลยในฐานะทายาทของนายกนิษฐ์จดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทแก่โจทก์ อ้างว่าที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์สินที่โจทก์กับนายเตียกจือทำมาหาได้ร่วมกัน แต่จดทะเบียนใส่ชื่อนายกนิษฐ์ เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ไว้แทน คงมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ประการแรกว่า คำขอท้ายคำฟ้องของโจทก์เป็นคำขอที่อาจบังคับได้หรือไม่ เห็นว่า ที่ดินพิพาทส่วนของนายเตียกจือตามที่โจทก์กล่าวอ้างมานั้น ถือว่านายเตียกจือได้ที่ดินพิพาทมาโดยไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 86 แต่ก็มิใช่ว่าจะไม่มีผลใด ๆ เสียเลย เพราะ นายเตียกจือยังมีสิทธิได้รับผลตามมาตรา 94 ในอันที่จะจัดการจำหน่ายที่ดินนั้นได้ ฉะนั้นตราบใดที่ยังมิได้จำหน่ายที่ดินพิพาทส่วนของนายเตียกจือ และนายเตียกจือถึงแก่ความตายในเวลาต่อมา ที่ดินพิพาทส่วนดังกล่าวย่อมเป็นทรัพย์มรดกของนายเตียกจือที่ตกทอดได้แก่ทายาท โจทก์ไม่ใช่ทายาทของนายเตียกจือจึงไม่มีอำนาจฟ้องบังคับจำเลยให้โอนที่ดินพิพาทส่วนนี้ ปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดยกขึ้นอ้าง ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5)ประกอบด้วยมาตรา 246 และมาตรา 247 แต่สำหรับที่ดินพิพาทส่วนของโจทก์นั้น หากข้อเท็จจริงรับฟังได้ตามคำฟ้องของโจทก์ ก็ต้องถือว่านายกนิษฐ์เป็นตัวแทนของโจทก์ที่ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้มีชื่อถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทไว้แทนโจทก์ซึ่งเป็นตัวการ จึงเป็นหน้าที่ของนายกนิษฐ์ซึ่งเป็นตัวแทนจะต้องจดทะเบียนโอนที่ดินที่นายกนิษฐ์ได้รับไว้เกี่ยวด้วยการเป็นตัวแทนนั้นส่งคืนให้แก่โจทก์ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 810 วรรคหนึ่ง เมื่อนายกนิษฐ์ถึงแก่ความตาย โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้กองมรดก จึงชอบที่จะบังคับสิทธิเรียกร้องต่อจำเลยซึ่งเป็นทายาทของนายกนิษฐ์ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1737 ซึ่งกฎหมายไม่ได้บังคับว่าทายาทที่ถูกฟ้องจะต้องได้รับมรดกของเจ้ามรดกหรือต้องฟ้องทายาททุกคน และในกรณีที่โจทก์ไม่ได้เรียกผู้จัดการมรดกเข้ามา ก็อาจมีผลในการบังคับคดีต่อไปเท่านั้น ไม่ทำให้โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง คำขอท้ายคำฟ้องในส่วนที่เกี่ยวกับที่ดินพิพาทส่วนของโจทก์ จึงเป็นคำฟ้องที่อาจบังคับได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกฟ้องโจทก์มาเสียทั้งหมด โดยวินิจฉัยว่าคำขอท้ายคำฟ้องของโจทก์เป็นคำขอที่ไม่อาจบังคับได้นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ปัญหานี้คงฟังขึ้นบางส่วน สำหรับปัญหาที่ว่า นายกนิษฐ์มีชื่อถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทไว้แทนโจทก์หรือไม่ ซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 1 ยังไม่ได้วินิจฉัยมานั้น เนื่องจากจำเลยให้การกล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์ว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดกของนายกนิษฐ์ที่ตกทอดได้แก่ทายาทรวมทั้งจำเลยด้วย จึงเป็นคดีมีทุนทรัพย์ แต่ศาลล่างทั้งสองดำเนินคดีนี้มาอย่างคดีไม่มีทุนทรัพย์ เป็นการไม่ถูกต้อง เพื่อให้คดีเป็นไปตามลำดับชั้นศาล จึงเห็นสมควรย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิจารณาพิพากษาใหม่ พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิจารณาอุทธรณ์ของจำเลยในประเด็นที่ยังไม่ได้วินิจฉัยแล้วมีคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 รวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11839/2555 นางบัวเผื่อน เพียรโป๊ย โจทก์ นางณัฐนพธรหรือศรีวรรณ ภูวนาถอภิรมย์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางบัวเผื่อน เพียรโป๊ย · จำเลย - นางณัฐนพธรหรือศรีวรรณ ภูวนาถอภิรมย์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เกษม วีรวงศ์ · วิรุฬห์ แสงเทียน · พศวัจณ์ กนกนาก
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนนทบุรี - นายกังวาฬ โป๊ะลำพงษ์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายวีระวัตร บุณยบุตร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.1278/2553

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 943/2513ฎีกา 1972/2500ฎีกา 710/2535ฎีกา 8364/2544ฎีกา 5691/2554ฎีกา 673/2511ฎีกา 27/2523ฎีกา 634/2470ฎีกา 2786/2523ฎีกา 2161/2523ฎีกา 193/2510ฎีกา 5460/2547ฎีกา 1807/2500ฎีกา 2600/2536ฎีกา 334/2513ฎีกา 128/2538ฎีกา 11252/2554ฎีกา 2185/2533ฎีกา 3725/2532ฎีกา 714/2513ฎีกา 1249/2506ฎีกา 1877/2542ฎีกา 5783/2533ฎีกา 122/2501
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา