คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1810/2511
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาซื้อขายที่ดินที่คนต่างด้าวให้คนไทยเป็นผู้รับโอนแทน มีวัตถุประสงค์ต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย จึงตกเป็นโมฆะตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
คนต่างด้าวซื้อที่ดินโดยให้คนไทยเป็นผู้รับโอนแทนวัตถุประสงค์ของสัญญาซื้อขายเป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมายเพราะขัดกับประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 86 และ มาตรา 113 จึงตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 113คนต่างด้าวจะฟ้องขอให้พิพากษาว่าที่ดินนั้นเป็นของตน ขอให้บังคับผู้รับโอนมอบอำนาจให้คนต่างด้าวขายที่ดินตามใบมอบอำนาจที่ผู้รับโอนลงชื่อให้ไว้ หรือถือคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาหรือบังคับผู้รับโอนให้ชำระเงินค่าซื้อที่ดินพร้อมด้วยดอกเบี้ยหาได้ไม่ ผลต่อไปต้องเป็นไปตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 96 (วินิจฉัยตามแนวคำพิพากษาฎีกาที่ 344/2511 ซึ่งวินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า ได้มอบโฉนดที่ดิน ๒ ฉบับของโจทก์ให้จำเลยยึดถือเป็นประกันหนี้เงินกู้ โจทก์ชำระหนี้เสร็จ ขอโฉนดคืน จำเลยไม่ยอมคืน ขอให้ศาลบังคับ
จำเลยต่อสู้ว่า จำเลยซื้อที่ดิน ๒ โฉนดดังกล่าวจากการขายทอดตลาดในคดีบังคับจำนองเป็นเงิน ๓๐,๐๐๐ บาท แต่จำเลยเป็นคนต่างด้าว ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินไม่ได้จึงให้โจทก์ลงชื่อในโฉนดแทนและโจทก์มอบโฉนดให้จำเลยพร้อมกับลงชื่อมอบอำนาจให้จำเลยขายแล้วโจทก์กลับคิดทุจริตไปขออายัดใบมอบอำนาจ ขอฟ้องแย้งให้พิพากษาว่าที่ดินตามโฉนดพิพาทเป็นของจำเลย ให้โจทก์มอบอำนาจให้จำเลยขายหรือถือคำพิพากษาแสดงเจตนาแทน หากเป็นไปไม่ได้ ให้โจทก์ชำระเงิน๓๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่จำเลย
โจทก์ให้การปฏิเสธฟ้องแย้ง
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงไม่พอฟังว่า โจทก์ซื้อที่ดินแทนจำเลย พิพากษาให้จำเลยคืนโฉนดแก่โจทก์ ยกฟ้องแย้ง
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ฟังว่า โจทก์เป็นตัวแทนจำเลยในการซื้อที่ดิน แต่จำเลยเป็นคนต่างด้าวจะถือกรรมสิทธิ์ที่ดินได้โดยได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ เมื่อยังไม่ได้รับอนุญาต ก็ไม่อาจพิพากษาว่าจำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ พิพากษาแก้ให้ยกฟ้อง ให้โจทก์ชำระเงิน ๓๐,๐๐๐ บาท กับดอกเบี้ยแก่จำเลย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ซื้อที่ดินแทนจำเลยผู้เป็นคนต่างด้าวดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย แต่เห็นว่าวัตถุที่ประสงค์แห่งสัญญาซื้อขายที่พิพาทเป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมายเพราะขัดกับประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๘๖,๑๑๓ จึงตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๑๓ ซึ่งศาลมีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ ทั้งจำเลยจะขอให้พิพากษาตามฟ้องแย้งว่าที่พิพาทเป็นของจำเลย บังคับโจทก์มอบอำนาจให้จำเลยขายที่พิพาทตามใบมอบอำนาจที่โจทก์ลงชื่อไว้ให้ หรือถือคำพิพากษาแสดงเจตนาแทน หรือหากเป็นไปไม่ได้ ขอให้บังคับโจทก์ชำระเงินคืน ๓๐,๐๐๐ บาท กับดอกเบี้ยก็ไม่ได้ทุกประการ ผลต่อไปต้องเป็นไปตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา ๙๖
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องแย้งทุกข้อ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1810/2511
นายเชิดชัย พจมาน โจทก์
นายอุมาซันการ์ ซาวเบย์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเชิดชัย พจมาน · จำเลย - นายอุมาซันการ์ ซาวเบย์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุธี โรจนธรรม · ไฉน บุญยก · วิริยะ เกิดศิริ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายอุทัย ศุภนิตย์ · ศาลอุทธรณ์ - นายทำนอง ดิศวนนท์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา