⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1754/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1754/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าหนี้เลือกฟ้องเฉพาะทายาทคนใดคนหนึ่งเพื่อบังคับชำระหนี้ของผู้ตาย ไม่ถือเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต และกองมรดกไม่ใช่บุคคลที่จะถูกฟ้องร้องบังคับคดีได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเป็นภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายมีสิทธิรับมรดกที่โจทก์เลือกฟ้องจำเลยให้ชำระหนี้ที่ผู้ตายยืมเงินโจทก์ โดยไม่ฟ้องทายาทอื่น หาเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริตแต่อย่างใดไม่ ทั้งกองมรดกมิใช่บุคคลตามกฎหมายที่จะถูกฟ้องร้องบังคับคดีได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1734 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1737

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยในฐานะทายาทชำระเงิน 55,000 บาท กับดอกเบี้ยแก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า จำเลยเป็นภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมายของนายเสรี ศิลุจจัย นายเสรีถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 31 พฤศจิกายน 2523 จำเลยซึ่งเป็นภรรยาจึงเป็นทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดกของนายเสรีผู้ตายด้วยผู้หนึ่ง ที่จำเลยฎีกาว่า ข้อเท็จจริงยังไม่อาจฟังว่านายเสรีจะได้กู้ยืมเงินไปจากโจทก์นั้น พิเคราะห์แล้วเห็นว่าฝ่ายโจทก์และนายไพจิตร บัวสายเบิกความว่า นายเสรีไปขอกู้เงินโจทก์ 80,000 บาท ได้ทำสัญญากู้ไว้ตามเอกสารหมาย จ.1 และออกเช็คธนาคารกรุงไทย จำกัด สาขานครนายกให้ยึดถือเป็นประกัน 1 ฉบับ ตามเอกสารหมาย จ.2 จำเลยคงมีตัวจำเลยเพียงคนเดียวเบิกความปฏิเสธลอย ๆ ว่าไม่ทราบเรื่องเกี่ยวกับการกู้เงินรายนี้ แต่รับว่าลายมือชื่อผู้กู้ในสัญญากู้เงินตามเอกสารหมาย จ.1 เป็นลายมือชื่อนายเสรีจริงและรับว่าได้ลงลายมือชื่อเป็นพยานในสัญญากู้เอกสารหมาย จ.1 ด้วย ดังนั้น ข้อที่จำเลยปฏิเสธว่าไม่ทราบเรื่องเกี่ยวกับการกู้เงินรายนี้จึงไม่น่าเชื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่านายเสรีได้กู้เงินจากโจทก์ไปจริง ที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์ใช้สิทธิไม่สุจริตที่เลือกฟ้องจำเลยคนเดียวนั้นพิเคราะห์แล้วเห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าจำเลยเป็นภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมายของนายเสรี มีสิทธิได้รับมรดกของนายเสรีผู้ตายด้วยผู้หนึ่งที่โจทก์เลือกฟ้องจำเลยแต่ผู้เดียวโดยไม่ฟ้องทายาทอื่น หาเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริตแต่อย่างใดไม่ ที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องให้จำเลยรับผิดเป็นส่วนตัวก็ดี จำเลยไม่ต้องรับผิดเกินกว่าทรัพย์มรดกที่จำเลยจะได้รับก็ดีนั้น พิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีนี้ศาลล่างทั้งสองได้พิพากษาต้องกันมาว่าให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์ในฐานะทายาทผู้รับมรดกนายเสรี เท่าจำนวนมรดกที่ตกได้แก่จำเลย ส่วนที่จำเลยอ้างว่าโจทก์ชอบที่จะเรียกร้องจากกองมรดกนั้น เห็นว่ากองมรดกมิใช่บุคคลตามกฎหมายที่จะถูกฟ้องร้องบังคับคดีได้" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1754/2526 นายเกษม มาระโพธิ์ โจทก์ นางอาภรณ์ ศิลุจจัย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเกษม มาระโพธิ์ · จำเลย - นางอาภรณ์ ศิลุจจัย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประสาท บุณยรังษี · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · ชูเชิด รักตะบุตร์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 943/2513ฎีกา 710/2535ฎีกา 2786/2523ฎีกา 2161/2523ฎีกา 439/2479ฎีกา 193/2510ฎีกา 2600/2536ฎีกา 334/2513ฎีกา 714/2513ฎีกา 241/2514ฎีกา 7495/2540ฎีกา 488/2523ฎีกา 365/2509ฎีกา 792/2506ฎีกา 10810/2559ฎีกา 192/2490ฎีกา 4538/2528ฎีกา 1824/2543ฎีกา 2789/2543ฎีกา 1939/2535ฎีกา 2515/2538ฎีกา 575/2550ฎีกา 196/2483ฎีกา 436/2488
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา