⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 12070/2555

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12070/2555

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราในแต่ละวันเป็นการกระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยกระทำความผิดฐานเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราจากผู้กู้แต่ละรายต่างวันเวลากัน รวม 35 วัน จำเลยให้การรับสารภาพ ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ตามฟ้อง การกระทำของจำเลยจึงมีเจตนาเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราจากผู้กู้แต่ละรายแยกต่างหากจากกันในแต่ละวันที่จำเลยกระทำความผิด จึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 พระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2475 ม.3

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2475 มาตรา 3 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 ลงวันที่ 26 มกราคม 2515 ข้อ 5 (7), 16 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 91 ริบของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2475 มาตรา 3 (ก) ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 ลงวันที่ 16 มกราคม 2515 ข้อ 5 (7), 16 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานจัดหามาซึ่งเงินทุนแล้วให้ผู้อื่นกู้ จำคุก 6 เดือน ฐานเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา จำคุกกระทงละ 6 เดือน รวม 35 กระทง เป็นจำคุก 210 เดือน รวมจำคุก 216 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 108 เดือน ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า ฐานจัดหามาซึ่งเงินทุนแล้วให้ผู้อื่นกู้ จำคุก 4 เดือน ฐานเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา จำคุกกระทงละ 4 เดือน รวม 35 กระทง เป็นจำคุก 140 เดือน รวมจำคุก 144 เดือน ลดโทษกึ่งหนึ่งแล้ว คงจำคุก 72 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาจำเลยเฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย ที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยมีเจตนาเดียวเพื่อเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดจากผู้กู้ยืมในอัตราเดียวกันคงที่ตลอดไม่เคยเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยของผู้กู้แต่ละราย การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียวนั้น เห็นว่า โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยกระทำความผิดฐานเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราจากผู้กู้แต่ละรายต่างวันเวลากัน รวม 35 วัน จำเลยให้การรับสารภาพ ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ตามฟ้อง การกระทำของจำเลยจึงมีเจตนาเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราจากผู้กู้แต่ละรายแยกต่างหากจากกันในแต่ละวันที่จำเลยกระทำความผิด จึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน หาใช่เป็นกรรมเดียวดังที่จำเลยฎีกาไม่ ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่าเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันนั้น จึงชอบแล้ว ไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงแก้ไข ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น แต่ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ลงโทษจำเลยฐานเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราโดยวางโทษจำคุกกระทงละ 4 เดือน ก่อนลดโทษให้นั้น ศาลฎีกาเห็นว่าหนักเกินไปเห็นสมควรกำหนดโทษเสียใหม่ให้เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งคดี พิพากษาแก้เป็นว่า ฐานเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราให้จำคุกกระทงละ 2 เดือน รวม 35 กระทง รวมจำคุก 70 เดือน ลดโทษให้กึ่งหนึ่งแล้ว คงจำคุก 35 เดือน เมื่อรวมกับโทษฐานอื่นตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 แล้ว เป็นจำคุก 37 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12070/2555 พนักงานอัยการจังหวัดสีคิ้ว โจทก์ นายชูก้าน กิกสันเทียะ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสีคิ้ว · จำเลย - นายชูก้าน กิกสันเทียะ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นพพร โพธิรังสิยากร · ศรีอัมพร ศาลิคุปต์ · สุทธิโชค เทพไตรรัตน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสีคิ้ว - นายเกรียงไกร สาริกา · ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายตั้งใจ ศาสตร์ศศิ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.2496/2555

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7570/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1514/2532ฎีกา 7722/2544ฎีกา 2165/2531ฎีกา 4180/2548ฎีกา 1089/2551ฎีกา 1336/2553ฎีกา 2884/2519ฎีกา 4943/2567ฎีกา 1567/2535ฎีกา 5305/2539ฎีกา 7958/2555ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1699/2525ฎีกา 1774/2536ฎีกา 1715/2545ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1875/2547ฎีกา 2047/2533ฎีกา 6847/2567ฎีกา 8297/2540ฎีกา 2766/2546ฎีกา 9797/2555
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา