⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 19816/2555

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 19816/2555

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินจะสมบูรณ์เมื่อคู่สัญญาได้ตกลงกันในสาระสำคัญแห่งการซื้อขาย และได้มีการส่งมอบทรัพย์สินนั้นแล้ว หากทรัพย์สินสูญหายก่อนการส่งมอบ กรรมสิทธิ์ยังไม่โอนไปยังผู้ซื้อ และผู้ซื้อจึงไม่ใช่ผู้เสียหายในทางอาญา

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันลักปุ๋ยของสหกรณ์การเกษตร ด. ผู้เสียหายที่เป็นของนายจ้างไป แต่กลับได้ความตามทางพิจารณาเกี่ยวกับทางปฏิบัติในการซื้อปุ๋ยของสหกรณ์การเกษตร ด. ผู้ขายว่า ต้องมีการขนส่งปุ๋ยมาตรวจนับ ณ ที่ทำการของสหกรณ์การเกษตร ด. ก่อนการชำระค่าปุ๋ยตามจำนวนที่ตรวจนับได้ ดังนี้ถือว่าสหกรณ์การเกษตร ด. และผู้ขายซึ่งเป็นคู่สัญญามีเจตนาเอาการตรวจนับปุ๋ย ณ ที่ทำการของสหกรณ์การเกษตร ด. เป็นสาระสำคัญในการโอนกรรมสิทธิ์ปุ๋ยกัน เมื่อปุ๋ยตามฟ้องสูญหายไประหว่างขนส่งก่อนการตรวจนับ กรรมสิทธิ์ในปุ๋ยจึงยังไม่ตกเป็นของสหกรณ์การเกษตร ด. แม้คดีนี้เป็นคดีอาญาความผิดต่อแผ่นดินซึ่งพนักงานสอบสวนมีอำนาจสอบสวนโดยไม่มีผู้ร้องทุกข์ก็ตาม แต่เมื่อสหกรณ์การเกษตร ด. ยังไม่ได้กรรมสิทธิ์ในปุ๋ยจึงไม่ใช่ผู้เสียหาย และไม่มีอำนาจยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.3 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.30 ประมวลกฎหมายอาญา ม.335 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.460

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 335 ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนเป็นเงิน 236,800 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา สหกรณ์การเกษตรเดชอุดม จำกัด ผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 355 (11) (ที่ถูก 335 (11) วรรคแรก) จำคุก 5 ปี ทางนำสืบของจำเลยที่ 2 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 ปี 4 เดือน ให้จำเลยที่ 2 คืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนเป็นเงิน 236,800 บาท แก่โจทก์ร่วม ยกฟ้องจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์และโจทก์ร่วมสำหรับจำเลยที่ 2 เสียด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ร่วมฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังเป็นยุติว่า เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2548 จำเลยที่ 2 ในฐานะผู้จัดการใหญ่ของโจทก์ร่วมสั่งซื้อปุ๋ยอินทรีย์ตราสามหัววัว สูตร 4 จำนวน 32,000 กระสอบ ราคา 11,520,000 บาท และปุ๋ยอินทรีย์ตราสามหัววัว สูตร 2 จำนวน 8,000 กระสอบ ราคา 3,040,000 บาท จากบริษัทดินและปุ๋ย จำกัด รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 14,560,000 บาท ต่อมาบริษัทดินและปุ๋ย จำกัด นำปุ๋ยบรรทุกรถยนต์ 12 คัน ทยอยไปส่งมอบแก่โจทก์ร่วม แต่รถยนต์คันที่ 6 และที่ 7 เดินทางไปไม่ถึงที่ทำการของโจทก์ร่วม ทำให้โจทก์ร่วมไม่ได้รับมอบปุ๋ยตามฟ้องจำนวน 640 กระสอบ ราคา 236,800 บาท สำหรับจำเลยที่ 1 ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์และโจทก์ร่วมไม่อุทธรณ์ คดีเฉพาะจำเลยที่ 1 จึงถึงที่สุดไปแล้ว มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจกท์ร่วมว่า จำเลยที่ 2 กระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ โจทก์ร่วมอ้างว่ามีกรรมสิทธิ์ในปุ๋ยตามฟ้อง 640 กระสอบ ราคา 236,800 บาท ซึ่งบริษัทดินและปุ๋ย จำกัด ขายให้โจทก์ร่วมโดยบรรทุกรถยนต์เพื่อส่งมอบให้โจทก์ร่วม จึงต้องวินิจฉัยก่อนว่า โจทก์ร่วมมีกรรมสิทธิ์ในปุ๋ยตามฟ้องจริงหรือไม่ โจทก์และโจทก์ร่วมมีพยานเบิกความได้ความว่า เมื่อโจทก์ร่วมสั่งซื้อปุ๋ยจากบริษัทดินและปุ๋ย จำกัด แล้ว บริษัทฯ จะนำปุ๋ยบรรทุกรถยนต์มาส่งให้ยังที่ทำการโจทก์ร่วม เจ้าหน้าที่โจทก์ร่วมจะชั่งน้ำหนักปุ๋ยก่อน แล้วจึงตรวจรับปุ๋ย โดยเจ้าหน้าที่โจทก์ร่วมจะลงลายมือชื่อเป็นผู้รับสินค้าในใบส่งของ และคนขับรถยนต์ของบริษัทฯ จะมอบใบส่งของสีฟ้าซึ่งเป็นคู่ฉบับให้ฝ่ายโจทก์ร่วมเก็บไว้ การชำระค่าปุ๋ยยึดถือตามคู่ฉบับใบส่งของสีฟ้าเท่านั้น คดีนี้โจทก์ร่วมไม่ได้รับปุ๋ยตามฟ้อง โจทก์ร่วมจึงไม่ชำระเงินในส่วนนี้ให้บริษัทฯ เห็นว่า แม้บริษัทผู้ขายจัดการเอาปุ๋ยบรรทุกรถยนต์คันที่ 6 และที่ 7 เพื่อนำไปส่งมอบแก่โจทก์ร่วมผู้ซื้อตามที่สั่งซื้อก็ตาม แต่โจทก์ร่วมจะต้องตรวจรับโดยชั่งน้ำหนักปุ๋ยว่าตรงกับที่ระบุในใบส่งของหรือไม่ ทั้งในใบส่งของของบริษัทฯ ก็ระบุไว้เช่นเดียวกันว่าให้โจทก์ร่วมผู้สั่งซื้อตรวจนับสินค้าให้ครบถ้วนก่อนเซ็นชื่อรับ ส่วนการชำระค่าปุ๋ยก็ถือตามจำนวนปุ๋ยที่โจทก์ร่วมตรวจรับไว้แล้ว ตามพฤติการณ์น่าเชื่อว่าคู่กรณีมีเจตนาถือเอาการตรวจรับปุ๋ยของโจทก์ร่วมเป็นการโอนกรรมสิทธิ์ปุ๋ย หาได้ถือเอาการคัดเลือก นับ ชั่งปุ๋ยของบริษัทฯ ผู้ขายแต่ฝ่ายเดียวเพื่อบ่งตัวทรัพย์หรือเพื่อให้รู้ราคาทรัพย์แน่นอนไม่ เมื่อบริษัทฯ ยังไม่ได้นำปุ๋ยตามฟ้องมาให้โจทก์ร่วมตรวจรับ กรรมสิทธิ์ในปุ๋ยจึงยังไม่ตกเป็นของโจทก์ร่วม โจทก์ร่วมไม่ใช่ผู้เสียหายและไม่มีอำนาจยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมได้ แม้คดีนี้จะเป็นคดีอาญาความผิดต่อแผ่นดินซึ่งพนักงานสอบสวนมีอำนาจสอบสวนแม้ไม่มีผู้ร้องทุกข์ก็ตาม จึงให้เพิกถอนคำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้สหกรณ์การเกษตรเดชอุดม จำกัด เข้าร่วมเป็นโจทก์และยกคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 2 โจทก์ไม่ฎีกา โจทก์ร่วมซึ่งมิใช่ผู้เสียหายย่อมไม่มีอำนาจยื่นฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ 2 ตามฟ้องได้ พิพากษาให้ยกฎีกาของโจทก์ร่วม ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 19816/2555 พนักงานอัยการจังหวัดเดชอุดม โจทก์ สหกรณ์การเกษตรเดชอุดม จำกัด โจทก์ร่วม นางสาวรังรองหรือนางฟ้าใส ภานะโสต กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดเดชอุดม · โจทก์ร่วม - สหกรณ์การเกษตรเดชอุดม จำกัด · จำเลย - นางสาวรังรองหรือนางฟ้าใส ภานะโสต กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิวรรต นิ่มละมัย · นิยุต สุภัทรพาหิรผล · นุจรินทร์ จันทร์พรายศรี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเดชอุดม - นายปัญจชัย เพ็ญประทุม · ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายสุนทร เฟื่องวิวัฒน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.621/2554

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1917/2559ฎีกา 79/2472ฎีกา 770/2486ฎีกา 1331/2479ฎีกา 8080/2538ฎีกา 3650/2527ฎีกา 1567/2535ฎีกา 313/2526ฎีกา 3081/2527ฎีกา 618/2568ฎีกา 730/2486ฎีกา 1250/2520ฎีกา 4225/2559ฎีกา 754/2486ฎีกา 1368/2509ฎีกา 2252/2560ฎีกา 1228/2510ฎีกา 11720/2555ฎีกา 18654/2555ฎีกา 389/2542ฎีกา 16889/2555ฎีกา 323/2510ฎีกา 831/2532ฎีกา 5138/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา