⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 22318/2555

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 22318/2555

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอ้างเหตุยกเว้นการจำกัดความรับผิดของผู้ขนส่งตามกฎหมายว่าด้วยการรับขนของทางทะเล ต้องยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น หากมิได้ยกขึ้นมา ศาลฎีกาจะรับวินิจฉัยให้มิได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสามร่วมกันรับผิดชดใช้ค่าเสียหายของสินค้าพิพาทที่โจทก์รับประกันภัยไว้ที่เกิดขึ้นในระหว่างการขนส่งทางทะเล โดยมิได้ระบุว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นเป็นผลจากการที่จำเลยทั้งสาม ผู้ขนส่งหรือตัวแทนหรือลูกจ้างของจำเลยทั้งสามกระทำหรืองดเว้นกระทำการโดยมีเจตนาที่จะให้เกิดการเสียหาย หรือโดยละเลย หรือไม่เอาใจใส่ ทั้งที่รู้ว่าการเสียหายนั้นอาจเกิดขึ้นได้ และจำเลยที่ 3 ทราบราคาของที่ขนส่งตามใบกำกับสินค้าเอกสารหมาย จ.5 แล้ว เพื่อให้จำเลยทั้งสามร่วมกันรับผิดในความเสียหายแก่โจทก์โดยไม่ให้จำกัดความรับผิดตาม พ.ร.บ.การรับขนของทางทะเล พ.ศ.2534 มาตรา 58 และมาตรา 60 (1) (4) การที่โจทก์อ้างถึงเหตุดังกล่าวในอุทธรณ์เพื่อให้เข้าข้อยกเว้นการจำกัดความรับผิดของจำเลยทั้งสามผู้ขนส่ง จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 45 ประกอบ ป.วิ.พ. มาตรา 225 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศไม่รับวินิจฉัย แม้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การและไม่ได้นำพยานมาสืบโต้แย้ง แต่เมื่อโจทก์ซึ่งเป็นผู้กล่าวหามิได้ยกข้อยกเว้นที่จะทำให้ไม่ให้จำกัดความรับผิดของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ผู้ขนส่งขึ้นอ้างมาแต่ต้นแล้ว ความรับผิดของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ผู้ขนส่งย่อมเป็นไปตามผลของกฎหมายดังกล่าว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.225 พระราชบัญญัติการรับขนของทางทะเล พ.ศ.2534 ม.45 พระราชบัญญัติการรับขนของทางทะเล พ.ศ.2534 ม.58 พระราชบัญญัติการรับขนของทางทะเล พ.ศ.2534 ม.60

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์ 106,949.59 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 106,403 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยทั้งสามจะชำระเสร็จ จำเลยที่ 1 และที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยที่ 3 ให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินให้โจทก์ 20,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันที่ 26 มิถุนายน 2551 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 4,000 บาท โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงได้ ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่าตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังเป็นยุติว่า บริษัทแอ็ลไลด์ เม็ททัลส์ (ไทยแลนด์) จำกัด สั่งซื้อสินค้าเครื่องผลิตน้ำแข็งยี่ห้อ มานิโทวอค 1 เครื่อง และถังน้ำแข็ง 1 ถัง จากบริษัทมานิโทวอค ฟูดเซอร์วิส กรุ๊ป จำกัด ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นเงิน 2,825.35 ดอลลาร์สหรัฐ โดยผู้ซื้อทำสัญญาประกันภัยความเสียหายจากการขนส่งสินค้าพิพาทกับโจทก์ในวงเงิน 112,030.69 บาท หรือ 3,249.15 ดอลลาร์สหรัฐ และว่าจ้างจำเลยที่ 1 ให้เป็นผู้ขนส่ง โดยให้เป็นตัวแทนผู้ซื้อไปรับมอบสินค้าจากผู้ขายที่ประเทศสหรัฐอเมริกาและขนส่งมายังประเทศไทย จำเลยที่ 1 มอบให้จำเลยที่ 2 ไปรับมอบสินค้าจากผู้ขายและขนส่งสินค้าที่ต้นทางอีกทอดหนึ่ง จำเลยที่ 3 เป็นผู้ขนส่งสินค้าอีกทอดหนึ่งโดยขนส่งมากับเรือ "เอ็นวายเค โฟนิก" ออกจากท่าเรือต้นทางถึงปลายทางท่าเรือแหลมฉบัง ในวันที่ 17 กรกฎาคม 2550 และบริษัทชิฟโก้ ทรานสปอร์ต (ประเทศไทย) จำกัด ได้ลากตู้สินค้าไปไว้ที่โกดังหรือโรงพักสินค้าลาดกระบัง และแจ้งให้จำเลยที่ 1 ทราบแล้วจำเลยที่ 1 แจ้งผู้ซื้อทราบ ผู้ซื้อไปตรวจสอบเพื่อรับสินค้า ปรากฏว่าสภาพหีบห่อของสินค้าอยู่ในสภาพไม่เรียบร้อยทั้งสองกล่อง กล่องสินค้าวางอยู่ด้านบนของไม้รองสินค้าซึ่งโก่งงอหัก มีร่องรอยฉีกขาดเป็นรูคล้ายถูกของแข็งเสียบ สินค้าเครื่องผลิตน้ำแข็งแตกหักมีรอยกระแทกและบุบเสียหาย โดยเฉพาะชุด AIR CONDENSOR/COMPRESSOR ซึ่งเป็นอุปกรณ์หลักทำหน้าที่ในการผลิตน้ำแข็งบิดเบี้ยว บุบเป็นรอยเสียหายสิ้นเชิง ส่วนหีบห่อของสินค้าถังน้ำแข็งเสียหาย ด้านบนถูกวัตถุแข็งและหนักกดทับ ด้านล่างบุบและฉีกขาด ด้านล่างของถังและแผงด้านบนบุบบริเวณเดียวกับรอยบุบของหีบห่อ ผู้ซื้อเรียกร้องให้จำเลยทั้งสามชดใช้ค่าเสียหาย 106,403 บาท แต่จำเลยทั้งสามเพิกเฉย ผู้ซื้อจึงเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากโจทก์ โจทก์จ่ายค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ซื้อเป็นเงิน 106,403 บาท เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2551 มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า จำเลยทั้งสามต้องร่วมกันรับผิดในความเสียหายของสินค้าพิพาทเต็มจำนวนตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสามร่วมกันรับผิดชดใช้ค่าเสียหายของสินค้าพิพาทที่โจทก์รับประกันภัยไว้ที่เกิดขึ้นในระหว่างการขนส่งทางทะเล โดยมิได้ระบุว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นเป็นผลจากการที่จำเลยทั้งสามผู้ขนส่งหรือตัวแทนหรือลูกจ้างของจำเลยทั้งสามกระทำหรืองดเว้นกระทำการโดยมีเจตนาที่จะให้เกิดการเสียหาย หรือโดยละเลย หรือไม่เอาใจใส่ ทั้งที่รู้ว่าการเสียหายนั้นอาจเกิดขึ้นได้และจำเลยที่ 3 ทราบราคาของที่ขนส่งตามใบกำกับสินค้าแล้ว เพื่อให้จำเลยทั้งสามร่วมกันรับผิดในความเสียหายแก่โจทก์โดยไม่ให้จำกัดความรับผิดตามพระราชบัญญัติการรับขนของทางทะเล พ.ศ.2534 มาตรา 58 และมาตรา 60 (1) (4)การที่โจทก์อ้างถึงเหตุดังกล่าวในอุทธรณ์เพื่อให้เข้าข้อยกเว้นการจำกัดความรับผิดของจำเลยทั้งสามผู้ขนส่ง จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 45 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศไม่รับวินิจฉัยให้ ส่วนที่โจทก์อ้างว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การและไม่ได้นำสืบพยานให้รับฟังได้เป็นอย่างอื่น จึงต้องรับฟังว่าสินค้าพิพาทได้รับความเสียหายจริงในระหว่างการขนส่ง จำเลยที่ 1 และที่ 2 จึงต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์เต็มจำนวนโดยไม่สามารถยกข้อจำกัดความรับผิดมาอ้างได้ นั้น เห็นว่า แม้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การและไม่ได้นำพยานมาสืบโต้แย้งก็ตาม แต่เมื่อโจทก์ซึ่งเป็นผู้กล่าวหามิได้ยกข้อยกเว้นที่จะทำให้ไม่ให้จำกัดความรับผิดของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ผู้ขนส่งขึ้นอ้างมาแต่ต้นแล้ว ความรับผิดของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ผู้ขนส่งย่อมเป็นไปตามผลของกฎหมายดังกล่าวดังที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางได้วินิจฉัยมาโดยชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 22318/2555 บริษัทเอ็ม เอส ไอ จี ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด โจทก์ บริษัทเอ็ม พลัส อาร์ ฟอร์เวิร์ดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทเอ็ม เอส ไอ จี ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด · จำเลย - บริษัทเอ็ม พลัส อาร์ ฟอร์เวิร์ดดิ้ง(ประเทศไทย) จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมควร วิเชียรวรรณ · อร่าม เสนามนตรี · ไมตรี ศรีอรุณ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง - นางจันทร์กระพ้อ ต่อสุวรรณ สินธวถาวร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำทก.(ค)120/2553

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 394/2550ฎีกา 7919/2553ฎีกา 367/2568ฎีกา 10488/2557ฎีกา 7122/2545ฎีกา 2328/2533ฎีกา 1646/2546ฎีกา 3136/2524ฎีกา 1948/2523ฎีกา 8988/2550ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 3604/2533ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 8543/2544ฎีกา 15617/2558ฎีกา 312/2534ฎีกา 1028/2564ฎีกา 1928/2531ฎีกา 9571/2544ฎีกา 99/2539ฎีกา 5494/2541ฎีกา 6555/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา