คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 36/2555
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกู้ยืมเงินกันเป็นจำนวนมาก ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ยืมเป็นสำคัญ หากผู้ยืมอ้างว่าได้ชำระหนี้แล้ว จะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ให้ยืม หรือมีการเวนคืนเอกสาร หรือแทงเพิกถอนเอกสารนั้นแล้ว จึงจะนำสืบการใช้เงินได้
ย่อคำพิพากษา
เอกสารหมาย จ.2 นอกจากจะเป็นหลักฐานว่าจำเลยรับโฉนดที่ดินจาก ส. แล้ว เอกสารดังกล่าวยังมีข้อความที่แสดงว่าเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2536 จำเลยได้กู้ยืมเงินจาก ส. จำนวน 2,000,000 บาท จึงเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้กู้ด้วย แม้จำเลยซึ่งเป็นผู้กู้ไม่เจตนาให้เป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมก็ตาม การที่คู่สัญญาได้ทำสัญญากู้ยืมกันเป็นหนังสือไว้แล้ว หามีผลทำให้เอกสารฉบับนี้ไม่เป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืม โจทก์จึงใช้เอกสารหมาย จ.2 เป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือฟ้องให้จำเลยรับผิดได้
การกู้ยืมเงินระหว่าง ส. กับจำเลยมีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือลงลายมือชื่อจำเลยซึ่งเป็นผู้ยืมตามเอกสารหมาย จ.2 แม้จำเลยอ้างว่าชำระหนี้แล้ว แต่จำเลยก็ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ให้ยืม ไม่มีการเวนคืนเอกสารอันเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมหรือได้แทงเพิกถอนลงในเอกสารนั้นแล้ว จำเลยจึงนำสืบการใช้เงินไม่ได้เพราะต้องห้ามตาม ป.พ.พ. มาตรา 653 วรรคสอง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 2,750,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ในต้นเงินจำนวน 2,000,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์
จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 2,000,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน จำนวน 2,000,000 บาทนับแต่วันที่ 25 สิงหาคม 2547 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยถึงวันฟ้อง(ฟ้องวันที่ 27 กันยายน 2547) ต้องไม่เกิน 750,000 บาท กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความรวม 30,000 บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนเท่าที่โจทก์ชนะคดี คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาว่าเอกสารหมาย จ.2 เป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้กู้ที่โจทก์จะใช้ฟ้องร้องให้จำเลยรับผิดตามสัญญากู้ยืมเงินได้หรือไม่ พิเคราะห์แล้วเอกสารหมาย จ.2 มีข้อความว่า เรียนนาวาเอกแสวง ตามที่ข้าพเจ้าได้กู้เงินไปจากท่านเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2536 จำนวน 2,000,000 บาท โดยนำโฉนดที่ดิน 7 ฉบับมามอบไว้เป็นประกัน โดยสัญญาลงวันที่ 15 มิถุนายน 2536 นั้น มีผู้จะซื้อที่ดินตามโฉนดที่ดินดังกล่าว แต่ผู้จะซื้อขอดูต้นฉบับโฉนดที่ดินก่อนเพื่อให้แน่ใจว่าที่ดินเป็นของข้าพเจ้า ฉะนั้นข้าพเจ้าจึงขอรับโฉนดที่ดินเพื่อนำไปให้ผู้จะซื้อดู โดยข้าพเจ้าจะนำมาคืนท่านภายใน 7 วัน เพื่อเป็นหลักฐานข้าพเจ้าจึงได้ลงลายมือชื่อไว้เป็นสำคัญพร้อมทั้งได้รับโฉนดที่ดินไปครบถ้วนแล้ว จำเลยลงลายมือชื่อท้ายเอกสารฉบับนี้ ดังนี้ เอกสารดังกล่าวนอกจากจะเป็นหลักฐานว่าจำเลยรับโฉนดที่ดินจากนาวาเอกแสวงแล้ว เอกสารยังมีข้อความที่แสดงว่าเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2536 จำเลยได้กู้ยืมเงินจากนาวาเอกแสวงจำนวน 2,000,000 บาท จึงเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้กู้ด้วย แม้จำเลยซึ่งเป็นผู้กู้ไม่เจตนาให้เป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมก็ตาม การที่คู่สัญญาได้ทำสัญญากู้ยืมกันเป็นหนังสือไว้แล้ว หามีผลทำให้เอกสารฉบับนี้ไม่เป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมดังที่จำเลยฎีกาโจทก์จึงใช้เอกสารหมาย จ.2 เป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือฟ้องให้จำเลยรับผิดตามหนังสือสัญญากู้ยืมเงินฉบับวันที่ 15 มิถุนายน 2536 ได้
จำเลยฎีกาข้อสองว่า จำเลยไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์เพราะจำเลยชำระหนี้กู้ยืมเงินการกู้ยืมเงินระหว่างจำเลยกับนาวาเอกแสวงมีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือลงลายมือชื่อจำเลยซึ่งเป็นผู้ยืมตามเอกสารหมาย จ.2 จำเลยอ้างว่าชำระหนี้แล้ว แต่ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ให้ยืม ไม่มีการเวนคืนเอกสารอันเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมหรือได้แทงเพิกถอนลงในเอกสารนั้นแล้ว จำเลยจึงนำสืบการใช้เงินไม่ได้เพราะต้องห้ามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 วรรคสอง จึงต้องรับผิดชำระหนี้ตามสัญญากู้ยืมเงินให้แก่โจทก์
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 2,000,000 บาท นับแต่วันที่ 26 สิงหาคม 2547 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 36/2555
นางศรีสุข ทวิชาประสิทธิ์ ในฐานะผู้จัดการมรดก
ของนาวาเอกแสวง บุญยัง โจทก์
นายชัยยง นนทชัยภูมิ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางศรีสุข ทวิชาประสิทธิ์ ในฐานะผู้จัดการมรดกของนาวาเอกแสวง บุญยัง · จำเลย - นายชัยยง นนทชัยภูมิ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ปัญญา ถนอมรอด · ศิริชัย วัฒนโยธิน · ศิริชัย สวัสดิ์มงคล |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่งธนบุรี - นางเรณี อิบราฮิม · ศาลอุทธรณ์ - นายยงยศ เอี่ยมทอง |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
| หมายเลขคดีดำ | พ.1846/2552 |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา