⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7445/2555

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7445/2555

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ความผิดฐานยักยอกที่กระทำต่อเนื่องกันในหลายท้องที่ พนักงานสอบสวนในท้องที่ใดที่เกี่ยวข้องมีอำนาจสอบสวนได้.

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยรับเงินค่าสินค้าจากลูกค้าของโจทก์ร่วมที่จังหวัดต่างๆ แล้วไม่โอนเงินค่าสินค้าให้แก่โจทก์ร่วมกับไม่มาชำระบัญชีกับโจทก์ร่วมที่อำเภอกระทุ่มแบน ดังนี้ ความผิดฐานยักยอกจึงอาจเกิด อ้างหรือเชื่อว่าได้เกิดขึ้นตั้งแต่จำเลยรับเงินจากลูกค้าของโจทก์ร่วมแต่ละจังหวัดจนถึงสำนักงานของโจทก์ร่วมซึ่งเป็นสถานที่ที่จำเลยต้องมาชำระบัญชีกับโจทก์ร่วม กรณีเป็นเรื่องที่จำเลยกระทำความผิดต่อเนื่องกันในท้องที่ต่างๆ เกินกว่าท้องที่หนึ่งขึ้นไป และเป็นความผิดซึ่งมีหลายกรรมกระทำลงในท้องที่ต่างๆ กันตาม ป.วิ.อ. มาตรา 19 (3) และ (4) พนักงานสอบสวนในท้องที่หนึ่งท้องที่ใดที่เกี่ยวข้องมีอำนาจสอบสวนได้ เมื่อโจทก์ร่วมไปแจ้งความต่อเจ้าพนักงานตำรวจ สถานีตำรวจภูธรกระทุ่มแบน พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรกระทุ่มแบนจึงมีอำนาจสอบสวน โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง แม้หนังสือมอบอำนาจให้ร้องทุกข์มิได้ระบุว่า ให้ร้องทุกข์ดำเนินคดีแก่ผู้ใด แต่ก็ระบุให้ พ. มีอำนาจร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีเกี่ยวกับทรัพย์สินของโจทก์ร่วมซึ่งเป็นการมอบอำนาจทั่วไป และต่อมาโจทก์ร่วมก็มอบอำนาจให้ พ. ดำเนินคดีอาญาแก่จำเลยในข้อหายักยอก เมื่ออ่านประกอบกันโดยตลอดย่อมเป็นที่เข้าใจได้ว่า โจทก์ร่วมมอบอำนาจให้ พ. ร้องทุกข์ดำเนินคดีแก่จำเลยข้อหาอะไรแล้ว การมอบอำนาจของโจทก์ร่วมที่ให้ พ. ร้องทุกข์ดำเนินคดีแก่จำเลยจึงชอบด้วยกฎหมาย พนักงานสอบสวนจึงมีอำนาจสอบสวนและโจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้อง หนังสือรับสารภาพเป็นเพียงเอกสารที่จำเลยรับว่า ไม่ได้นำเงินจำนวน 3,266,808 บาท ส่งคืนโจทก์ร่วม ยอมรับว่าได้กระทำผิดจริง และยอมชดใช้เงินจำนวนดังกล่าวคืนให้โจทก์ร่วม โดยยินยอมให้ยึดถือที่ดินและรถยนต์ไว้ก่อน ไม่มีข้อความตอนใดที่แสดงว่า โจทก์ร่วมตกลงไม่ติดใจเอาความในทางอาญาแก่จำเลย จึงไม่เป็นการยอมความทางอาญาโดยถูกต้องตามกฎหมาย สิทธินำคดีอาญามาฟ้องจึงไม่ระงับตามป.วิ.อ. มาตรา 39 (2)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.19 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352, 91 และให้จำเลยคืนเงินจำนวน 3,276,808 บาทแก่ผู้เสียหาย จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา บริษัท ดีสโตน จำกัด ผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคแรก การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำคุกกระทงละ 6 เดือน รวม 4 กระทง จำคุก 24 เดือน ให้จำเลยคืนเงิน 3,276,808 บาทแก่ผู้เสียหาย (ที่ถูก แก่โจทก์ร่วม) จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาข้อกฎหมายวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการแรกว่า พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรกระทุ่มแบนเป็นพนักงานสอบสวนที่มีอำนาจสอบสวนหรือไม่ จำเลยฎีกาว่า ฟ้องของโจทก์ไม่มีการกระทำความผิดฐานยักยอกในท้องที่สถานีตำรวจภูธรกระทุ่มแบนและจำเลยไม่มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตอำนาจของสถานีตำรวจดังกล่าวซึ่งเป็นท้องที่ที่ถูกจับ ในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 222 เห็นว่า การที่จำเลยรับเงินค่าสินค้าจากลูกค้าของโจทก์ร่วมที่จังหวัดต่าง ๆ แล้วไม่โอนเงินค่าสินค้าให้แก่โจทก์ร่วมกับไม่มาชำระบัญชีกับโจทก์ร่วม ดังนี้ ความผิดฐานยักยอกจึงอาจเกิดอ้างหรือเชื่อว่าได้เกิดขึ้นตั้งแต่จำเลยรับเงินจากลูกค้าของโจทก์ร่วมแต่ละจังหวัดจนถึงสำนักงานของโจทก์ร่วมซึ่งเป็นสถานที่ที่จำเลยต้องมาชำระบัญชีกับโจทก์ร่วม กรณีเป็นเรื่องที่จำเลยกระทำความผิดต่อเนื่องกันในท้องที่ต่าง ๆ เกินกว่าท้องที่หนึ่งขึ้นไปและเป็นความผิดซึ่งมีหลายกรรมกระทำลงในท้องที่ต่าง ๆ กันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 19 (3) และ (4) พนักงานสอบสวนในท้องที่หนึ่งท้องที่ใดที่เกี่ยวข้องมีอำนาจสอบสวนได้ เมื่อโจทก์ร่วมไปแจ้งความต่อเจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรกระทุ่มแบนพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรกระทุ่มแบนจึงมีอำนาจสอบสวน โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 วินิจฉัยมาชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยฎีกาประการต่อไปว่า การร้องทุกข์ของโจทก์ร่วมชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ จำเลยฎีกาว่า หนังสือมอบอำนาจไม่ปรากฏว่ามอบอำนาจให้ร้องทุกข์ดำเนินคดีแก่จำเลย จึงเป็นคำร้องทุกข์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย พนักงานสอบสวนจึงไม่มีการสอบสวนและโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เห็นว่า แม้หนังสือมอบอำนาจให้ร้องทุกข์มิได้ระบุว่าให้ร้องทุกข์ดำเนินคดีแก่ผู้ใด แต่ก็ระบุให้นายพิบูลย์ มีอำนาจร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีเกี่ยวกับทรัพย์สินของโจทก์ร่วมซึ่งเป็นการมอบอำนาจทั่วไปและต่อมาโจทก์ร่วมก็มอบอำนาจให้นายพิบูลย์ดำเนินคดีอาญาแก่จำเลยในข้อหายักยอก เมื่ออ่านประกอบกันโดยตลอดย่อมเป็นที่เข้าใจได้ว่า โจทก์ร่วมมอบอำนาจให้นายพิบูลย์ร้องทุกข์ดำเนินคดีแก่จำเลยข้อหาอะไรแล้ว การมอบอำนาจของโจทก์ร่วมที่ให้นายพิบูลย์ร้องทุกข์ดำเนินคดีแก่จำเลย จึงชอบด้วยกฎหมายพนักงานสอบสวนจึงมีอำนาจสอบสวนและโจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้อง ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการสุดท้ายว่า สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 39 (2) หรือไม่ จำเลยฎีกาว่า จำเลยได้ตกลงระงับข้อพิพาทที่เกิดขึ้นโดยจำเลยยินยอมให้ยึดถือโฉนดที่ดินและรถยนต์ไว้ เห็นว่า หนังสือรับสารภาพเป็นเพียงเอกสารที่จำเลยรับว่าไม่ได้นำเงินจำนวน 3,276,808 บาท ส่งคืนโจทก์ร่วมยอมรับว่าได้กระทำผิดจริงและยอมชดใช้เงินจำนวนดังกล่าวคืนให้โจทก์ร่วม โดยยินยอมให้ยึดถือที่ดินและรถยนต์ไว้ก่อน ไม่มีข้อความตอนใดเลยที่แสดงว่าโจทก์ร่วมตกลงไม่ติดใจเอาความในทางอาญาแก่จำเลย จึงไม่เป็นการยอมความทางอาญาโดยถูกต้องตามกฎหมาย สิทธินำคดีอาญามาฟ้องจึงไม่ระงับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาอาญา มาตรา 39 (2) ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7445/2555 พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรสาคร โจทก์ บริษัทดีสโตน จำกัด โจทก์ร่วม นายสาโรจน์ ประทุมขันธ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรสาคร · โจทก์ร่วม - บริษัทดีสโตน จำกัด · จำเลย - นายสาโรจน์ ประทุมขันธ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธงชัย เสนามนตรี · อภิรัตน์ ลัดพลี · กฤษฎิ์จิรัฐ คุณาจิรภรณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสมุทรสาคร - นายสมชาติ เลิศลิขิตวรกุล · ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายวัฒนา วิทยกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.4286/2554

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1656/2512ฎีกา 19406/2555ฎีกา 8080/2538ฎีกา 1124/2496ฎีกา 313/2526ฎีกา 618/2568ฎีกา 730/2486ฎีกา 4225/2559ฎีกา 754/2486ฎีกา 2252/2560ฎีกา 1979/2521ฎีกา 11720/2555ฎีกา 5103/2528ฎีกา 1499/2531ฎีกา 389/2542ฎีกา 801/2503ฎีกา 5138/2537ฎีกา 70/2489ฎีกา 2794/2516ฎีกา 9076/2558ฎีกา 276/2520ฎีกา 2379/2565ฎีกา 4541/2550ฎีกา 1813/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา