⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 16426/2556

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 16426/2556

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ประกันที่ร่วมกันยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว ย่อมต้องรับผิดในเบี้ยปรับตามสัญญาประกันอย่างลูกหนี้ร่วม และเจ้าหนี้ตามคำพิพากษามีอำนาจอายัดทรัพย์ของผู้ประกันรายใดรายหนึ่งเพื่อชำระหนี้ให้ครบถ้วนได้.

ย่อคำพิพากษา

การที่ผู้ประกันทั้งสองร่วมกันยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว และที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวก็เพราะเห็นว่าหากผู้ประกันทั้งสองผิดสัญญาประกันหลักทรัพย์ของผู้ประกันทั้งสองรวมกันแล้วเป็นเงินจำนวนเพียงพอที่จะบังคับเอาชำระหนี้ได้ตามสัญญา มิได้แยกให้ผู้ประกันทั้งสองแต่ละคนรับผิดภายในวงเงินที่ระบุราคาทรัพย์หรือราคาประกันเท่านั้น ทั้งสัญญาประกันดังกล่าวก็ระบุให้ศาลมีอำนาจบังคับผู้ประกันให้ใช้เบี้ยปรับเต็มตามจำนวนในสัญญา ดังนี้ ผู้ประกันที่ 1 จึงต้องร่วมรับผิดตามสัญญากับผู้ประกันที่ 2 อย่างลูกหนี้ร่วม เมื่อผู้ประกันทั้งสองยังชำระเบี้ยปรับไม่ครบถ้วน ผู้อำนวยการสำนักงานประจำศาลจังหวัดจันทบุรีในฐานะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 119 วรรคสอง ก็มีอำนาจอายัดทรัพย์ของผู้ประกันที่ 1 เพื่อชำระหนี้ตามสัญญาให้ครบถ้วนได้ ข้อสัญญาที่ให้อำนาจศาลในการบังคับตามสัญญาประกัน จึงมิใช่ข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมหรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนแต่อย่างใด แม้มีการแก้ไข ป.วิ.อ. มาตรา 119 วรรคสอง ให้ถือเสมือนว่าผู้ประกันที่ 1 เป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา ก็เป็นการแก้ไขเพื่อประโยชน์ในการบังคับคดีดังที่บัญญัติไว้ในตอนต้นของมาตราดังกล่าวเท่านั้น มิได้ทำให้ความรับผิดของผู้ประกันที่ 1 ตามสัญญาประกันในฐานะลูกหนี้ร่วมหมดสิ้นไปแต่อย่างใด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.119

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 102 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 ระหว่างพิจารณาผู้ประกันทั้งสองร่วมกันยื่นคำร้องขอให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวศาลชั้นต้นอนุญาตโดยตีราคาประกัน 300,000 บาท ผู้ประกันทั้งสองผิดสัญญาประกันไม่ส่งตัวจำเลยต่อศาลตามนัด ศาลชั้นต้นจึงสั่งปรับผู้ประกันทั้งสองตามสัญญาประกันและออกหมายจับจำเลย ต่อมาจำเลยถึงแก่ความตาย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ ผู้ประกันทั้งสองยื่นคำร้องขอให้ลดค่าปรับ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ผู้ประกันทั้งสองอุทธรณ์ขอให้ลดค่าปรับ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ผู้ประกันที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาพิพากษายกฎีกาของผู้ประกันที่ 1 ผู้ประกันที่ 1 ยื่นคำร้องและแก้ไขคำร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งของผู้อำนวยการสำนักงานบังคับคดีที่แจ้งอายัดสิทธิเรียกร้องตามหนังสือลงวันที่ 15 มิถุนายน2552 และงดการบังคับคดีของผู้ประกันที่ 1 ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งให้ยกคำร้อง ผู้ประกันที่ 1 อุทธรณ์พร้อมยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ผู้ประกันที่ 1 ยื่นอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา223 ทวิ ประกอบมาตรา 15 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ศาลชั้นต้นยกคำร้อง และมีคำสั่งรับอุทธรณ์ของผู้ประกันที่ 1 ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ผู้ประกันที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ประกันที่ 1 ว่า ผู้ประกันที่ 1 ต้องร่วมรับผิดตามสัญญาประกันกับผู้ประกันที่ 2 หรือไม่ เห็นว่า การที่ผู้ประกันทั้งสองร่วมกันยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว และที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวก็เพราะเห็นว่าหากผู้ประกันทั้งสองผิดสัญญาประกันหลักทรัพย์ของผู้ประกันทั้งสองรวมกันแล้วเป็นเงินจำนวนเพียงพอที่จะบังคับเอาชำระหนี้ได้ตามสัญญาประกันมิได้แยกให้ผู้ประกันทั้งสองแต่ละคนรับผิดภายในวงเงินที่ระบุราคาทรัพย์หรือราคาประกันเท่านั้น เป็นกรณีที่ผู้ประกันทั้งสองร่วมกันยื่นคำร้องขอให้ปล่อยตัวจำเลยชั่วคราว และศาลชั้นต้นตีราคาประกันของผู้ประกันทั้งสองรวมกันในวงเงิน 300,000 บาท ทั้งในสัญญาประกันข้อ 6 ก็มีข้อความระบุให้ศาลมีอำนาจบังคับผู้ประกันให้ใช้เบี้ยปรับเต็มตามจำนวนในสัญญาประกัน ดังนี้ ผู้ประกันที่ 1 จึงต้องร่วมรับผิดตามสัญญาประกันกับผู้ประกันที่ 2 อย่างลูกหนี้ร่วมด้วย และเมื่อผู้ประกันทั้งสองยังคงชำระเบี้ยปรับไม่ครบถ้วนผู้อำนวยการสำนักงานประจำศาลจังหวัดจันทบุรีในฐานะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 119 วรรคสอง ก็มีอำนาจอายัดทรัพย์ของผู้ประกันที่ 1 เพื่อชำระหนี้ตามสัญญาประกันให้ครบถ้วนได้ ทั้งสัญญาประกันข้อ 6 ก็เป็นข้อสัญญาที่ให้อำนาจศาลในการบังคับตามสัญญาประกัน จึงมิใช่ข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมหรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนแต่อย่างใด แม้มีการแก้ไขประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 119 วรรคสอง ให้ถือเสมือนว่าผู้ประกันที่ 1 เป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา ก็เป็นการแก้ไขเพื่อประโยชน์ในการบังคับคดีดังที่บัญญัติไว้ในตอนต้นของมาตราดังกล่าวเท่านั้น มิได้ทำให้ความรับผิดของผู้ประกันที่ 1 ตามสัญญาประกันในฐานะลูกหนี้ร่วมหมดสิ้นไปแต่อย่างใด ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษามานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ประกันที่ 1 ทุกข้อฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 16426/2556 พนักงานอัยการจังหวัดจันทบุรี โจทก์ นายสมบูรณ์ ผลาผล กับพวก ผู้ประกัน นายอภิชาติ ป้อมแจ่มศรี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดจันทบุรี · ผู้ประกัน - นายสมบูรณ์ ผลาผล กับพวก · จำเลย - นายอภิชาติ ป้อมแจ่มศรี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อดิศักดิ์ ปัตรวลี · ทวีศักดิ์ ทองภักดี · พิศิฏฐ์ สุดลาภา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดจันทบุรี - นายกฤษณพล ณ ถลาง · ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายวันชัย ธำรงพิริยะพันธ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.3658/2556

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1323/2535ฎีกา 2751/2522ฎีกา 850/2532ฎีกา 620/2524ฎีกา 2266/2515ฎีกา 2661/2523ฎีกา 138/2525ฎีกา 2050/2527ฎีกา 568/2531ฎีกา 6625/2540ฎีกา 7635/2556ฎีกา 359/2535ฎีกา 553/2510ฎีกา 835/2533ฎีกา 15250/2557ฎีกา 720/2534ฎีกา 2929/2517ฎีกา 4282/2529ฎีกา 1260/2558ฎีกา 162/2524ฎีกา 1384/2529ฎีกา 1992/2492ฎีกา 2225/2533ฎีกา 2848/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา