⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1862-1863/2556

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1862-1863/2556

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การพิพากษาลงโทษจำเลยในข้อที่มิได้กล่าวในฟ้อง เป็นการพิพากษาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องว่า เมื่อมีผู้ร้องเรียนโจทก์ว่าได้รับการเลือกตั้งมาโดยไม่สุจริตและเที่ยงธรรมจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 ร่วมกันนำข้อร้องเรียนเดิมก่อนมีการประกาศผลการเลือกตั้งซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งได้วินิจฉัยไปแล้วกลับมาวินิจฉัยใหม่อีก โดยจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 ไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาให้โจทก์ทราบเพื่อให้โจทก์ชี้แจงและแสดงพยานหลักฐาน โจทก์มิได้บรรยายฟ้องกล่าวหาว่า จำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 มีความเห็นตามรายงานความเห็นของคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดปราจีนบุรีไปโดยที่ยังมิได้แจ้งข้อกล่าวหาให้โจทก์ทราบเพื่อให้โจทก์ชี้แจงและแสดงพยานหลักฐาน การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 นำข้อเท็จจริงที่ไม่ได้กล่าวมาในฟ้อง แต่เป็นข้อเท็จจริงที่ปรากฏตามทางพิจารณามาพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 จึงเป็นการพิพากษาในข้อที่มิได้กล่าวในฟ้อง ไม่ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคหนึ่ง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.157 พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 ม.115

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีทั้งสองสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษารวมกัน โดยให้เรียกโจทก์ทั้งสองสำนวนว่า โจทก์ เรียกจำเลยในสำนวนแรกว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 เรียกจำเลยในสำนวนหลังว่า จำเลยที่ 4 ที่ 5 ที่ 6 และที่ 7 ตามลำดับ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งเจ็ดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 90, 157 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2541 มาตรา 24, 42 พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 มาตรา 115 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า สำนวนแรกคดีมีมูลเฉพาะข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 มาตรา 115 ให้ประทับฟ้องในข้อหาดังกล่าวส่วนข้อหาอื่นให้ยกฟ้อง สำนวนหลังให้ประทับฟ้อง จำเลยทั้งเจ็ดให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องจำเลยที่ 1 ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้น พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับว่า จำเลยที่ 2 ถึงที่ 7 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 มาตรา 115 วรรคหนึ่ง การกระทำของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 7 เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 มาตรา 115 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกคนละ 2 ปี และให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 7 มีกำหนดคนละสิบปี จำเลยที่ 2 ถึงที่ 7 ฎีกา ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยที่ 7 ถึงแก่ความตาย สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (1) ให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 7 จากสารบบความ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 ว่า จำเลยที่ 2 ถึงที่ 6กระทำความผิดตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 หรือไม่ คดีนี้ตามคำฟ้องโจทก์กล่าวหาจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 ว่า เมื่อมีผู้ร้องเรียนโจทก์ว่าได้รับการเลือกตั้งมาโดยไม่สุจริตและเที่ยงธรรม จำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 ร่วมกันนำข้อร้องเรียนเดิมก่อนมีการประกาศผลการเลือกตั้งที่คณะกรรมการการเลือกตั้งได้วินิจฉัยไปแล้วกลับมาวินิจฉัยใหม่ โดยไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาให้โจทก์ทราบเพื่อให้โจทก์ชี้แจงและแสดงพยานหลักฐานโดยมิชอบเพื่อให้โจทก์ได้รับความเสียหายโดยโจทก์มิได้บรรยายฟ้องกล่าวหาว่า จำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 มีความเห็นตามรายงานความเห็นคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดปราจีนบุรีไปโดยที่ยังมิได้แจ้งข้อกล่าวหาให้โจทก์ทราบเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงและแสดงพยานหลักฐานไปโดยไม่ชอบ การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 นำข้อเท็จจริงที่ไม่ได้กล่าวมาในฟ้อง แต่เป็นข้อเท็จจริงที่ปรากฏตามทางพิจารณามาพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 จึงเป็นการพิพากษาในข้อที่มิได้กล่าวมาในฟ้อง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคหนึ่งย่อมเป็นการไม่ชอบ ส่วนที่โจทก์กล่าวหาว่าจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 นำข้อร้องเรียนเดิมก่อนมีการประกาศผลการเลือกตั้งที่คณะกรรมการการเลือกตั้งมีคำวินิจฉัยไปแล้วกลับมาวินิจฉัยใหม่โดยไม่แจ้งข้อกล่าวหาให้โจทก์แสดงพยานหลักฐานเพื่อหักล้างเป็นการมิชอบนั้นข้อเท็จจริงกลับได้ความว่า นายสมชายมาร้องเรียนกล่าวหาว่าโจทก์ได้รับเลือกตั้งโดยไม่สุจริตเที่ยงธรรมหลังจากมีการนับคะแนนเลือกตั้งแล้ว ส่วนประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่องผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด จังหวัดปราจีนบุรี (บางส่วน) คณะกรรมการการเลือกตั้งคงแต่ประกาศผลการเลือกตั้งบางส่วนเฉพาะเขตเลือกตั้งที่ไม่มีการร้องเรียน อันเป็นการแสดงว่าที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด จังหวัดปราจีนบุรี (บางส่วน) เป็นเพียงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี เฉพาะส่วนที่ไม่มีการร้องเรียนก่อนการเลือกตั้งเท่านั้น ส่วนที่คณะกรรมการการเลือกตั้งมีคำวินิจฉัยสั่งการที่ 526/2547 ให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งโจทก์เป็นเวลาหนึ่งปี ให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี เขตเลือกตั้งที่ 3 อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี ใหม่ โจทก์เพียงแต่นำสืบว่ามีการประกาศผลการเลือกตั้งให้โจทก์ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี เขตเลือกตั้งที่ 3 อำเภอศรีมหาโพธิแล้ว ต่อมาคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดปราจีนบุรีมีหนังสือแจ้งให้โจทก์ทราบว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของโจทก์เป็นเวลาหนึ่งปีและให้มีการเลือกตั้งใหม่ โดยโจทก์มิได้นำสืบว่าที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศผลการเลือกตั้งให้โจทก์ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี เขตเลือกตั้งที่ 3 อำเภอศรีมหาโพธิ นั้น จำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 และคณะกรรมการการเลือกตั้งได้นำข้อร้องเรียนของนายสมชายมาพิจารณาแล้วประกาศผลการเลือกตั้งให้โจทก์ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี เขตเลือกตั้งที่ 3 อำเภอศรีมหาโพธิ ตามที่ได้บรรยายฟ้องแต่ข้อเท็จจริงกลับปรากฏตามหนังสือของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดปราจีนบุรี ว่า เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดปราจีนบุรีทำการสืบสวนสอบสวนตามข้อร้องเรียนของนายสมชายแล้ว จำเลยที่ 2 รายงานข้อเท็จจริงให้คณะกรรมการการเลือกตั้งทราบเพื่อมีคำวินิจฉัย อันแสดงว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งได้มีคำวินิจฉัยเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของโจทก์เป็นเวลาหนึ่งปีและให้มีการเลือกตั้งใหม่ตามข้อร้องเรียนของนายสมชายภายหลังการเลือกตั้งตามที่จำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 แจ้งข้อกล่าวหาให้โจทก์ทราบและรายงานให้คณะกรรมการการเลือกตั้งทราบยิ่งกว่านั้นโจทก์ยังเบิกความตอบทนายจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 ถามค้านว่า นายสมชายร้องเรียนภายหลังการเลือกตั้ง ดังนี้ แสดงว่าก่อนการเลือกตั้งโจทก์ไม่เคยถูกร้องเรียน เจือสมกับประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด จังหวัดปราจีนบุรี (บางส่วน) ที่ระบุว่า ...ประกาศผลการเลือกตั้งแต่เพียงบางส่วนไปก่อนเฉพาะผู้สมัครรับเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ไม่มีการร้องเรียน เช่นนี้ บ่งชี้ว่าไม่เคยมีการสอบสวนมาก่อนที่นายสมชายจะร้องเรียน การสอบสวนมีเพียงครั้งเดียวตามที่นายสมชายร้องเรียนเท่านั้น พยานหลักฐานของโจทก์ที่นำสืบยังไม่มีน้ำหนักรับฟังได้ว่าจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 ได้นำข้อร้องเรียนเดิมที่มีคำวินิจฉัยไปแล้วกลับมาวินิจฉัยใหม่โดยไม่ชอบอันเป็นการจงใจไม่ปฏิบัติตามหน้าที่หรือกระทำการอันมิชอบด้วยหน้าที่เพื่อเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ผู้สมัคร หรือกระทำการหรือละเว้นกระทำการโดยทุจริตหรือประพฤติมิชอบในการปฏิบัติหน้าที่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 ฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1862 - 1863/2556 นายเสน่ห์ บุญเชิด โจทก์ พลตำรวจเอกวาสนา เพิ่มลาภ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเสน่ห์ บุญเชิด · จำเลย - พลตำรวจเอกวาสนา เพิ่มลาภ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กีรติ กาญจนรินทร์ · ศรีอัมพร ศาลิคุปต์ · วีระชาติ เอี่ยมประไพ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดปราจีนบุรี - นายวีรวัฒน์ เพ็ชรสม · ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นางอุไรลักษณ์ ลีธรรมชโย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ8279/2553

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9114/2552ฎีกา 3345/2535ฎีกา 681/2491ฎีกา 861/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 5305/2539ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 6355/2544ฎีกา 605/2511ฎีกา 1795/2493ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 1368/2509ฎีกา 1666/2521ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 2108/2536ฎีกา 2936/2543ฎีกา 831/2532ฎีกา 1857/2492ฎีกา 1271/2498ฎีกา 5957/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา