⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 19031/2556

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 19031/2556

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลมีอำนาจรับฟังพยานเอกสารที่ฝ่าฝืนบทบัญญัติเรื่องการส่งสำเนาเอกสารก่อนวันสืบพยานได้ หากพยานเอกสารนั้นเป็นพยานหลักฐานสำคัญเกี่ยวกับประเด็นข้อสำคัญในคดี และเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมจำเป็นต้องสืบพยานหลักฐานนั้น

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ไม่ได้บรรยายข้อเท็จจริงมาในฎีกาว่าจำเลยที่ 1 กระทำการใดขัดต่อบทบัญญัติของ ป.วิ.พ. มาตรา 88 อันจะทำให้ศาลรับฟังการ์ดบัญชีเป็นพยานหลักฐานไม่ได้ จึงเป็นฎีกาไม่ชัดแจ้งตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง แม้จำเลยที่ 1 ไม่ส่งสำเนาการ์ดบัญชีให้แก่โจทก์ก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่า 7 วัน อันเป็นการฝ่าฝืน ป.วิ.พ. มาตรา 90 แต่การ์ดบัญชีเป็นเอกสารสำคัญที่แสดงถึงการชำระค่าเช่าซื้อของจำเลยที่ 1 จึงเป็นพยานหลักฐานอันสำคัญซึ่งเกี่ยวกับประเด็นข้อสำคัญในคดี เมื่อศาลเห็นว่าเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมจำเป็นจะต้องสืบพยานหลักฐานอันสำคัญซึ่งเกี่ยวกับประเด็นข้อสำคัญในคดี โดยฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติ มาตรา 90 ศาลก็มีอำนาจรับฟังพยานหลักฐานเช่นว่านั้นได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 87 (2)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.87 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.90 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันหรือแทนกันส่งมอบรถไถนาคันที่เช่าซื้อคืนแก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อยใช้การได้ดี หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาแทน 47,000 บาท พร้อมค่าขาดประโยชน์ 18,000 บาท จำเลยทั้งสามให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความในชั้นอุทธรณ์ 1,500 บาท แทนจำเลยที่ 1 ส่วนจำเลยที่ 2 และที่ 3 ไม่ยื่นคำแก้อุทธรณ์จึงไม่กำหนดค่าทนายความให้ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่ามีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์เพียงข้อเดียวว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 3 รับฟังการ์ดบัญชี เป็นพยานหลักฐานโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า สำหรับข้อที่โจทก์ฎีกาว่า การรับฟังพยานหลักฐานของศาลขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 88 นั้น โจทก์ไม่ได้บรรยายข้อเท็จจริงมาในฎีกาว่า จำเลยที่ 1 กระทำการใดขัดต่อบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว อันจะทำให้ศาลรับฟังการ์ดบัญชี เป็นพยานหลักฐานไม่ได้ ฎีกาของโจทก์ข้อนี้เป็นฎีกาไม่ชัดแจ้ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่าการรับฟังพยานเอกสารของศาลขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 90 นั้น เห็นว่า แม้จำเลยที่ 1 ไม่ส่งสำเนาการ์ดบัญชี ให้แก่โจทก์ก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่า 7 วัน อันเป็นการฝ่าฝืนประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 90 แต่การ์ดบัญชี เป็นเอกสารสำคัญที่แสดงถึงการชำระค่าเช่าซื้อของจำเลยที่ 1 จึงเป็นพยานหลักฐานอันสำคัญซึ่งเกี่ยวกับประเด็นข้อสำคัญในคดี เมื่อศาลเห็นว่า เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมจำเป็นจะต้องสืบพยานหลักฐานอันสำคัญซึ่งเกี่ยวกับประเด็นข้อสำคัญในคดีโดยฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติของมาตรา 90 ศาลก็มีอำนาจรับฟังพยานหลักฐานเช่นว่านั้นได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 87 (2) ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 เห็นว่า ศาลชั้นต้นใช้ดุลพินิจรับฟังพยานหลักฐานการ์ดบัญชีมาโดยชอบด้วยกฎหมายนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 19031/2556 บริษัทเดชอุดมเทคนิคเอ็นเตอร์ไพร์ส จำกัด โจทก์ นายพั่วหรือพัว ระนะสวาย กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทเดชอุดมเทคนิคเอ็นเตอร์ไพร์ส จำกัด · จำเลย - นายพั่วหรือพัว ระนะสวาย กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วาสนา หงส์เจริญ · วีระวัฒน์ ปวราจารย์ · ปิยกุล บุญเพิ่ม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเดชอุดม - นายนิพนธ์ รัตนวาร · ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายสมสันต์ ศุภศาสตรสิน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพณ.264/2552

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 163/2491ฎีกา 4884/2543ฎีกา 770/2535ฎีกา 6025/2538ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 2307/2518ฎีกา 1197/2530ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2732/2534ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3616/2558ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1030/2509ฎีกา 149/2526ฎีกา 710/2542ฎีกา 8884/2543ฎีกา 194/2543ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 6321/2544ฎีกา 4432/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา