⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 20920/2556

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 20920/2556

ป.พ.พ. ม.443, 850, 852

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สิทธิเรียกร้องค่าขาดไร้อุปการะของบิดาหรือมารดาของผู้ตายเป็นสิทธิเฉพาะตัว การที่บิดาหรือมารดาคนหนึ่งทำสัญญาประนีประนอมยอมความโดยไม่ติดใจเอาความ จะไม่ระงับสิทธิของบิดาหรือมารดาอีกคนหนึ่งในการเรียกร้องค่าขาดไร้อุปการะ

ย่อคำพิพากษา

สิทธิในการเรียกร้องค่าขาดไร้อุปการะของ ส. และของโจทก์ซึ่งเป็นบิดาและมารดาของผู้ตายตาม ป.พ.พ. มาตรา 443 วรรคท้าย ถือเป็นสิทธิเฉพาะตัว มิใช่เป็นสิทธิร่วมกันที่กฎหมายกำหนดให้บิดาหรือมารดาคนหนึ่งคนใดสามารถใช้สิทธิเรียกร้องได้เพียงคนเดียว เมื่อโจทก์มิได้มอบอำนาจให้ ส. ทำแทนโจทก์ การที่ ส. บิดาผู้ตาย ทำบันทึกข้อตกลงกับ ท. พนักงานขับรถของจำเลยจากการที่ ท. ทำละเมิดต่อผู้ตายและต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนว่าจะไม่นำคดีไปฟ้องร้องไม่ว่าทางแพ่งหรือทางอาญา อันเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความตาม ป.พ.พ. มาตรา 850 มีผลทำให้สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายจาก ท. และจำเลย ระงับสิ้นไปตาม ป.พ.พ. มาตรา 852 จึงไม่ผูกพันโจทก์ สิทธิของโจทก์จึงไม่ระงับสิ้นไป โจทก์จึงฟ้องเรียกค่าขาดไร้อุปการะจากจำเลยได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.443 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.850 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.852

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.443 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.850 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.852 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 757,800 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 720,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษา ให้จำเลยชำระเงิน 757,800 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 720,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 12,000 บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์แทนโจทก์ โดยกำหนด ค่าทนายความให้ 5,000 บาท จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์หรือไม่ เพียงใด ที่จำเลยฎีกาว่า บันทึกตกลงช่วยเหลือค่าสินไหมทดแทนเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความสิทธิเรียกร้องเอาค่าเสียหายจากจำเลยจึงระงับไป เห็นว่า สิทธิในการเรียกค่าขาดไร้อุปการะตามกฎหมายของนายสิทธิชัยและของโจทก์ซึ่งเป็นบิดาและมารดาของผู้ตาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 443 วรรคท้าย ถือเป็นสิทธิเฉพาะตัวของแต่ละคนมิใช่เป็นสิทธิร่วมกันที่กฎหมายกำหนดให้บิดาหรือมารดาคนหนึ่งคนใดสามารถใช้สิทธิเรียกร้องได้เพียงคนเดียว และการที่นายสิทธิชัยไปทำบันทึกข้อตกลงกับนายทวนชัย เป็นเรื่องที่นายสิทธิชัยกระทำไปเพียงลำพัง โดยที่โจทก์มิได้มอบอำนาจให้ทำแทนโจทก์ด้วย จึงไม่ผูกพันโจทก์ สิทธิในการเรียกร้องค่าขาดไร้อุปการะตามกฎหมายของโจทก์จึงไม่ระงับ โจทก์มีสิทธิฟ้องเรียกค่าขาดไร้อุปการะตามกฎหมายจากจำเลยได้ ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์เคยฟ้องเรียกค่าเสียหายส่วนนี้ต่อศาลแขวงมิใช่เป็นสิทธิร่วมกันที่กฎหมายกำหนดให้บิดาหรือมารดาคนหนึ่งคนใดสามารถใช้สิทธิเรียกร้องได้เพียงคนเดียว และการที่นายสิทธิชัยไปทำบันทึกข้อตกลงกับนายทวนชัย เป็นเรื่องที่นายสิทธิชัยกระทำไปเพียงลำพัง โดยที่โจทก์มิได้มอบอำนาจให้ทำแทนโจทก์ด้วย จึงไม่ผูกพันโจทก์ สิทธิในการเรียกร้องค่าขาดไร้อุปการะตามกฎหมายของโจทก์จึงไม่ระงับ โจทก์มีสิทธิฟ้องเรียกค่าขาดไร้อุปการะตามกฎหมายจากจำเลยได้ ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์เคยฟ้องเรียกค่าเสียหายส่วนนี้ต่อศาลแขวงลำปางเพียง 300,000 บาท แต่เมื่อรวมดอกเบี้ยเกินอำนาจศาลแขวงลำปาง โจทก์จึงมาฟ้องคดีนี้ และโจทก์ไม่นำสืบถึงรายได้ของผู้ตายนั้นเห็นว่า แม้โจทก์จะเคยฟ้องเรียกค่าขาดไร้อุปการะเพียง 300,000 บาท ก็ไม่ผูกพันการวินิจฉัยกำหนดค่าขาดไร้อุปการะในคดีนี้ และค่าขาดไร้อุปการะเป็นสิทธิตามกฎหมายโดยไม่จำต้องคำนึงว่าระหว่างที่ยังมีชีวิตอยู่ ผู้ตายมีรายได้และเลี้ยงดูโจทก์หรือไม่และเพียงใด เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่า ขณะเกิดเหตุ ผู้ตายอายุ 20 ปี โจทก์อายุ 40 ปี ที่โจทก์เรียกค่าขาดไร้อุปการะเดือนละ 3,000 บาท เป็นเวลา 20 ปี เป็นเงิน 720,000 บาท จึงเป็นจำนวนที่เหมาะสมตามสมควรแก่พฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งละเมิดแล้ว มิได้สูงจนเกินสมควร ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 20920/2556 นางพรรณี มาชัยวงศ์ โจทก์ เทศบาลเมืองเขลางค์นคร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางพรรณี มาชัยวงศ์ · จำเลย - เทศบาลเมืองเขลางค์นคร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิรุฬห์ แสงเทียน · ฉัตรไชย จันทร์พรายศรี · วรงค์พร จิระภาค
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดลำปาง - นายสุจิต ปัญญาพฤกษ์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายพิชัย นิลทองคำ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3208/2538ฎีกา 3191/2547ฎีกา 3490/2548ฎีกา 2335/2551ฎีกา 717/2536ฎีกา 766/2543ฎีกา 1000/2505ฎีกา 5283/2540ฎีกา 4800/2534ฎีกา 8182/2540ฎีกา 6232/2534ฎีกา 2460/2517ฎีกา 643/2497ฎีกา 727/2567ฎีกา 5811/2533ฎีกา 8358/2538ฎีกา 566/2553ฎีกา 1550/2518ฎีกา 1733/2492ฎีกา 7051/2540ฎีกา 898/2534ฎีกา 8207/2538ฎีกา 308/2509ฎีกา 2824/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา