คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8064/2556
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การวางเพลิงโรงเก็บฟางซึ่งเป็นทรัพย์ทั่วไปของผู้อื่น ไม่ใช่โรงเรือนอันเป็นที่เก็บสินค้าตามความหมายของมาตรา 218 (2) แห่งประมวลกฎหมายอาญา จึงเป็นความผิดตามมาตรา 217 แห่งประมวลกฎหมายอาญา
ย่อคำพิพากษา
ผู้เสียหายมีอาชีพทำฟาร์มโค ฟางอัดแท่งที่เก็บอยู่ในโรงเก็บฟาง ไม่ใช่สินค้าที่มีไว้เพื่อการค้าของผู้เสียหาย แต่น่าจะมีไว้เลี้ยงโคผู้เสียหายเองมากกว่า โรงเก็บฟางที่จำเลยวางเพลิงจึงมิใช่โรงเรือนอันเป็นที่เก็บสินค้าตามความหมายของมาตรา 218 (2) แต่เป็นทรัพย์ทั่วไปของผู้อื่นตามมาตรา 217
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 217, 218
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 218 (2) จำคุก 5 ปี
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่ามีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยคือผู้วางเพลิงเผาโรงเก็บฟางอัดแท่งของผู้เสียหายหรือไม่ เห็นว่า ผู้เสียหายเบิกความยืนยันมั่นคงว่าเห็นจำเลยกระโดดลงจากโรงเก็บฟางอัดแท่งแล้วมีควันไฟและไฟไหม้ขึ้นอย่างรวดเร็ว นอกจากเห็นตอนกระโดดแล้ว ผู้เสียหายยังเห็นจำเลยวิ่งไปทางบ้านจำเลยอีก ซึ่งจากการที่จำเลยกับผู้เสียหายเป็นญาติและรู้จักกันอย่างดีนั้น เชื่อว่าผู้เสียหายจำจำเลยได้ไม่ผิด เพราะขณะเกิดเหตุเป็นเวลากลางวันและบริเวณที่เกิดเหตุเป็นฟาร์มเลี้ยงโคที่ไม่มีผู้คนพลุกพล่าน ทั้งทิศทางที่เห็นคนร้ายวิ่งไปก็ไปทางบ้านจำเลย ก่อนเกิดเหตุจำเลยก็มีสาเหตุโกรธเคืองกับผู้เสียหายเรื่องสุนัขของผู้เสียหายไปกินไก่และไข่ไก่ของจำเลย ถึงขั้นจำเลยลักลอบเบื่อสุนัขของผู้เสียหายตายไปหนึ่งตัวซึ่งเหตุดังกล่าวมีน้ำหนักเพียงพอให้จำเลยคิดกระทำความผิดเช่นนั้นได้ หลังเกิดเหตุผู้เสียหายก็แจ้งแก่ผู้ใหญ่บ้านและพนักงานสอบสวนทันทีว่าจำเลยเป็นคนร้าย อันแสดงให้เห็นถึงความมั่นใจของผู้เสียหายว่าได้เห็นจำเลยกระโดดลงมาจากโรงเก็บฟางอัดแท่งก่อนจะเกิดเพลิงไหม้จริง พยานหลักฐานโจทก์จึงรับฟังได้โดยปราศจากสงสัยว่าจำเลยเป็นคนร้ายรายนี้ ที่จำเลยอ้างฐานที่อยู่ว่าจำเลยไปอยู่บ้านกำนันขณะไฟกำลังลุกไหม้นั้นไม่มีน้ำหนักพอที่จะหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ได้ ข้อต่อสู้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยเห็นว่าพยานหลักฐานโจทก์ยังมีข้อสงสัยนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น
อนึ่ง โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยวางเพลิงเผาโรงเรือนอันเป็นที่เก็บสินค้าของผู้เสียหายและขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 218 จากทางนำสืบของโจทก์ที่ว่าผู้เสียหายมีอาชีพทำฟาร์มโคนั้น ข้อเท็จจริงย่อมฟังได้ว่าฟางอัดแท่งที่เก็บอยู่ในโรงเก็บดังกล่าวไม่ใช่สินค้าที่มีไว้เพื่อการค้าของผู้เสียหาย แต่น่าจะมีไว้เลี้ยงโคผู้เสียหายเองมากกว่า โรงเก็บฟางที่จำเลยวางเพลิงจึงไม่ใช่โรงเรือนอันเป็นที่เก็บสินค้าตามความหมายของมาตรา 218 (2) แต่เป็นทรัพย์ทั่วไปของผู้อื่นตามมาตรา 217 จำเลยจึงไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 218 แต่มีความผิดตามมาตรา 217
พิพากษากลับเป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 217 จำคุก 2 ปี ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8064/2556
พนักงานอัยการจังหวัดพัทลุง โจทก์
นายอนุชาหรือชา มากสุข จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดพัทลุง · จำเลย - นายอนุชาหรือชา มากสุข |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พิศล พิรุณ · กฤษฎิ์จิรัฐ คุณาจิรภรณ์ · เสรี เพศประเสริฐ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดพัทลุง - นายขจร ยิ่งดำนุ่น · ศาลอุทธรณ์ภาค 9 - นายชาติชาย โฆษิตวัฒนฤกษ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
| หมายเลขคดีดำ | อ.6674/2552 |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา