⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 594/2510

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 594/2510

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำเบิกความอันเป็นเท็จจะถือเป็นข้อสำคัญในคดีได้ ต้องเป็นข้อที่หากศาลเชื่อตามคำเบิกความนั้นแล้ว จะมีผลต่อการวินิจฉัยชี้ขาดตัดสินคดีโดยตรง

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเบิกความต่อศาลเป็นพยานในคดีที่โจทก์ถูกฟ้องว่าสมคบกันวางเพลิงโดยจำเลยเบิกความว่า "โจทก์พูดว่าอ้ายหวินมันจะวิเศษขนาดไหน แล้วนายอมรพูดว่าเอาเลยเป็นไรเป็นกันพวกเราทำแบบนี้" ข้อความที่จำเลยเบิกความนี้เป็นความเท็จแต่ก็ยังห่างไกลกับข้อเท็จจริงที่กล่าวหาว่าโจทก์กระทำการวางเพลิง และไม่พอฟังได้ว่าโจทก์กับนายอมรได้คบคิดกันวางเพลิงตามที่โจทก์ฟ้อง คำเบิกความนั้นจึงมิใช่เป็นข้อสำคัญในคดี

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.177 ประมวลกฎหมายอาญา ม.217

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเบิกความเท็จ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นเห็นว่า ข้อความที่จำเลยเบิกความต่อศาลเป็นเท็จ พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย ๑ ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า ข้อความที่จำเลยเบิกไม่ใช่ข้อสำคัญในคดี ศาลฎีกาเห็นว่า ในคดีก่อนอัยการศาลมณฑลทหารบกที่ ๖ ได้ฟ้องนายอมร เทพสัตยากร กับนายเสรี โจทก์ในคดีนี้เป็นจำเลยโดยกล่าวหาว่าร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์สินของผู้อื่น ผลที่สุดของคดีนั้นศาลได้พิพากษายกฟ้องโจทก์ นายเสรีจึงเป็นโจทก์ ฟ้องจำเลยในคดีนี้ว่าเบิกความเท็จ ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงในคดีนี้ว่า ขณะจำเลยเดินผ่านร้านศรีอัมฤทธิ์ ซึ่งเป็นร้านของนางอมรได้เห็นโจทก์กับนายอมรคุยกันในร้าน โจทก์พูดว่า "อ้ายหวินมันจะวิเศษขนาดไหน แล้วนายอมรพูดว่าเอาเลยเป็นไรเป็นกันพวกเราทำแบบนี้" ซึ่งข้อความนี้ศาลอุทธรณ์ได้ฟังมาแล้วว่าเป็นความเท็จ แต่ข้อความที่จำเลยเบิกความไปดังกล่าวนี้จะเป็นข้อสำคัญในคดีอันจะเป็นความผิดตามกฎหมายที่ฟ้องหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า การพิจารณาในคดีของศาลมณฑลทหารบกที่จำเลยไปเบิกความนั้น มีประเด็นอันเป็นข้อสำคัญในคดีว่า โจทก์ในคดีนี้ได้ร่วมกับพวกกระทำการวางเพลิงเผาทรัพย์ตามที่ได้ฟ้องหรือไม่ ปรากฏตามคำพิพากษาในคดีนั้นซึ่งวินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีพยานรู้เห็นว่าจำเลยเป็นผู้กระทำผิด คงมีแต่พยานแวดล้อมโดยเฉพาะพยานปากนายถนอม ไตรทรัพย์ (จำเลยคดีนี้) เป็นพยานเดี่ยวและมีข้อที่จำเลยนำสืบหักล้างมีน้ำหนักน้อยที่จะรับฟัง ศาลฎีกาเห็นว่าข้อความที่จำเลยเบิกความมาดังกล่าวแล้ว ยังห่างไกลกับข้อเท็จจริงในคดีที่กล่าวหาว่าโจทก์กระทำการวางเพลิง ไม่พอที่จะทำให้ฟังไปได้ว่าโจทก์กับนายอมรได้คบคิดกันวางเพลิงตามที่โจทก์ฟ้อง ดังนี้ จึงเป็นที่เห็นได้ว่าคำเบิกความที่นายถนอม ไตรทรัพย์ จำเลยเบิกความไปนั้น มิใช่เป็นข้อสำคัญในคดีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยโดยฟังว่า ข้อความที่จำเลยเบิกความเป็นข้อสำคัญในคดีศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยจำเลยยังไม่มีความผิดตามกฎหมายที่โจทก์ฟ้อง ฎีกาจำเลยฟังขึ้น และศาลฎีกาไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยฎีกาของจำเลยในข้ออื่นต่อไป พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ยกฟ้องของโจทก์เสีย. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 594/2510 นายเสรี อิทธิสมบัติ โจทก์ นายถนอม ไตรทรัพย์ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเสรี อิทธิสมบัติ · ล. - นายถนอม ไตรทรัพย์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อดุล รัตนปิณฑะ · โพยม เลขยานนท์ · วงษ์ วีระพงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดร้อยเอ็ด - นายเรืองสวัสด์ พรหมสาขา ณ สกลน · ศาลอุทธรณ์ - นายเกียรติ ผลสวัสดิ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 173/2514ฎีกา 700/2506ฎีกา 4784/2529ฎีกา 3014/2531ฎีกา 765/2532ฎีกา 730/2516ฎีกา 22/2466ฎีกา 5558/2534ฎีกา 3584/2524ฎีกา 18211/2555ฎีกา 374/2537ฎีกา 1998/2553ฎีกา 1778/2526ฎีกา 2751/2524ฎีกา 191/2520ฎีกา 2539/2519ฎีกา 1349/2533ฎีกา 558/2548ฎีกา 582-583/2503ฎีกา 904/2516ฎีกา 234/2528ฎีกา 5175-5176/2543ฎีกา 1566/2525ฎีกา 769-770/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา