⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 12560/2557

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12560/2557

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลจะขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการได้นั้น บุคคลนั้นจะต้องเป็นผู้เสียหายตามกฎหมาย และการที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้บุคคลที่ไม่ใช่ผู้เสียหายเข้าร่วมเป็นโจทก์ ย่อมไม่ทำให้คำสั่งนั้นชอบด้วยกฎหมาย และบุคคลนั้นไม่มีสิทธิยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นได้

ย่อคำพิพากษา

ห้างหุ้นส่วนจำกัด พ. และ ธ. โดย ช. ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการ แต่ขณะนั้นฟ้องโจทก์ระบุว่าบริษัท พ. โดย ธ. ผู้เสียหาย ดังนั้น ตามคำฟ้องของโจทก์ บริษัท พ. เป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4) ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 4 ห้างหุ้นส่วนจำกัด พ. และ ธ. โดย ช. จึงไม่ใช่ผู้เสียหายและไม่มีสิทธิขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการซึ่งเป็นโจทก์ได้ แม้ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ฟ้องในส่วนผู้เสียหายเป็นบริษัท พ. หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด พ. และศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตก็ตาม แต่ก็ไม่มีผลทำให้คำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์และคำสั่งศาลที่อนุญาตให้เข้าร่วมเป็นโจทก์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายกลายเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายได้ โจทก์ร่วมทั้งสองจึงไม่ใช่คู่ความที่มีสิทธิยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 341 ระหว่างพิจารณา ห้างหุ้นส่วนจำกัดพรหมสวัสดิ์และนายธัชสกลยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ และขอให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระค่าสินไหมทดแทนเป็นเงิน 200,000 บาท ศาลชั้นต้นอนุญาต จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์ร่วมทั้งสองอุทธรณ์ โดยผู้พิพากษาซึ่งนั่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกอุทธรณ์ของโจทก์ร่วม โจทก์ร่วมทั้งสองฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งนั่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ร่วมทั้งสองว่า โจทก์ร่วมทั้งสองมีสิทธิยื่นอุทธรณ์หรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องก่อนแก้ฟ้องว่า จำเลยทั้งสามร่วมกันหลอกลวงด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จและปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งแก่บริษัทพรหมสวัสดิ์ 2005 จำกัด โดยนายธัชสกล ผู้เสียหาย ต่อมาวันที่ 14 มิถุนายน 2555 ก่อนสืบพยานโจทก์และพยานจำเลย ห้างหุ้นส่วนจำกัดพรหมสวัสดิ์ และนายธัชสกล โดยนางชฎาฎา ผู้รับมอบอำนาจ ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ว่า ผู้ร้องเป็นผู้รับมอบอำนาจจากผู้เสียหาย ผู้ร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการ โดยขอถือเอาคำฟ้อง บัญชีระบุพยาน และพยานหลักฐานทั้งปวงเป็นส่วนหนึ่งของผู้ร้อง ดังนี้ ห้างหุ้นส่วนจำกัดพรหมสวัสดิ์ และนายธัชสกล โดยนางชฎาฎา ผู้รับมอบอำนาจ จึงยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์โดยอาศัยสิทธิตามคำฟ้องของพนักงานอัยการ กรณีไม่อาจฟังข้อเท็จจริงเป็นอย่างอื่นนอกเหนือจากคำฟ้องได้ เมื่อขณะยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ฟ้องโจทก์ระบุว่าบริษัทพรหมสวัสดิ์ 2005 จำกัด โดยนายธัชสกล ผู้เสียหายดังกล่าวข้างต้น ดังนั้น ตามคำฟ้องของโจทก์บริษัทพรหมสวัสดิ์ 2005 จำกัด โดยนายธัชสกล จึงเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (4) ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 4 ห้างหุ้นส่วนจำกัดพรหมสวัสดิ์ และนายธัชสกลในฐานะส่วนตัว โดยนางชฎาฎา ผู้รับมอบอำนาจ จึงไม่ใช่ผู้เสียหายและไม่มีสิทธิขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการซึ่งเป็นโจทก์ได้ การที่ศาลชั้นต้นบันทึกไว้ในรายงานกระบวนพิจารณาฉบับลงวันที่ 14 มิถุนายน 2555 ว่า นางชฎาฎา ผู้รับมอบอำนาจจากบริษัทพรหมสวัสดิ์ 2005 จำกัด ผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ และอนุญาตให้บริษัทพรหมสวัสดิ์ 2005 จำกัด เข้าร่วมเป็นโจทก์ได้ จึงเป็นการบันทึกและสั่งอนุญาตโดยผิดหลงไปจากคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ของนางชฎาฎา คำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าวจึงเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบ แม้ต่อมาวันที่ 27 ธันวาคม 2555 โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ฟ้องในส่วนผู้เสียหาย เป็น บริษัทพรหมสวัสดิ์ 2005 จำกัด หรือห้างหุ้นส่วนจำกัดพรหมสวัสดิ์ และศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตก็ตาม แต่ก็ไม่มีผลทำให้คำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ของนางชฎาฎา ผู้รับมอบอำนาจของห้างหุ้นส่วนจำกัดพรหมสวัสดิ์ ฉบับลงวันที่ 14 มิถุนายน 2555 และคำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้เข้าร่วมเป็นโจทก์ ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายกลายเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายได้ เมื่อขณะยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัดพรหมสวัสดิ์ และนายธัชสกลมิใช่ผู้เสียหายตามฟ้อง และคำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้เข้าร่วมเป็นโจทก์เป็นการไม่ชอบดังกล่าว โจทก์ร่วมทั้งสองจึงไม่ใช่คู่ความที่มีสิทธิยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ยกอุทธรณ์ของโจทก์ร่วมทั้งสองนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ร่วมทั้งสองข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ส่วนฎีกาของโจทก์ร่วมทั้งสองในข้ออื่นมิได้คัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยให้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12560/2557 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการคดีศาลแขวง สมุทรปราการ โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัดพรหมสวัสดิ์ กับพวก โจทก์ร่วม นายอวยชัย ไชยคุณ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการคดีศาลแขวงสมุทรปราการ · โจทก์ร่วม - ห้างหุ้นส่วนจำกัดพรหมสวัสดิ์ กับพวก · จำเลย - นายอวยชัย ไชยคุณ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อดิเทพ ถิระวัฒน์ · พิศล พิรุณ · โสฬส สุวรรณเนตร์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงสมุทรปราการ - นายอำนาจ อาดำ · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายวิเชียร มงคล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.2469/2557

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 8080/2538ฎีกา 313/2526ฎีกา 618/2568ฎีกา 730/2486ฎีกา 4225/2559ฎีกา 754/2486ฎีกา 2252/2560ฎีกา 11720/2555ฎีกา 389/2542ฎีกา 5138/2537ฎีกา 2794/2516ฎีกา 276/2520ฎีกา 1813/2531ฎีกา 10552/2553ฎีกา 3620/2566ฎีกา 420-421/2507ฎีกา 2386/2541ฎีกา 2027/2536ฎีกา 954/2502ฎีกา 183/2526ฎีกา 584/2519ฎีกา 4018/2542ฎีกา 214/2494ฎีกา 13195/2556
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา