⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5486/2557

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5486/2557

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ถือหุ้นในร้านค้าชุมชนย่อมเป็นผู้เสียหายและมีอำนาจร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีอาญาแก่ผู้กระทำความผิดได้.

ย่อคำพิพากษา

ผู้เสียหายเป็นร้านค้าชุมชนก่อตั้งโดยราษฎรในชุมชนมีสมาชิกประมาณ 700 คน สมาชิกแต่ละคนต้องลงหุ้นคนละ 1 หุ้น ส. เป็นผู้ถือหุ้นและเป็นประธานกรรมการของผู้เสียหาย ภายหลังจาก ว. พนักงานบัญชีของผู้เสียหายตรวจสอบพบว่า สินค้าในร้านหายไป ว. แจ้งให้ ส. และคณะกรรมการทราบถึงกรณีสินค้าขาดจำนวนภายในเดือนมีนาคม 2553 และคณะกรรมการลงมติให้มีหนังสือถึงจำเลยพนักงานขายของผู้เสียหายให้ไปชี้แจง ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่า ส. และคณะกรรมการรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดภายในเดือนดังกล่าว ส. เป็นสมาชิกของผู้เสียหายโดยเป็นผู้ถือหุ้นคนหนึ่ง ส. จึงเป็นผู้เสียหายและมีอำนาจร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยข้อหายักยอกด้วย เมื่อ ส. ไปร้องทุกข์ภายในเดือนสิงหาคม 2553 ซึ่งพ้นกำหนดสามเดือนนับแต่วันที่ ส. และคณะกรรมการรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด คดีจึงขาดอายุความ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.96 ประมวลกฎหมายอาญา ม.352

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 และให้จำเลยคืนทรัพย์ที่ยักยอกไปหรือใช้ราคาแทนเป็นเงิน 214,781 บาท แก่ร้านค้าชุมชนบ้านโพธิ์ลอย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคแรก จำคุก 1 ปี และให้จำเลยคืนทรัพย์ที่ยักยอกไปหรือใช้ราคาแทนเป็นเงิน 214,781 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังเป็นยุติได้ว่า ร้านค้าชุมชนบ้านโพธิ์ลอยก่อตั้งขึ้นโดยราษฎรในชุมชนร่วมกันลงหุ้นเป็นสมาชิก มีวัตถุประสงค์ในการค้าขายสินค้าประเภทเครื่องอุปโภคบริโภค โดยสมาชิกจะได้ค่าตอบแทนเป็นเงินปันผล มีกรรมการ 15 คน มีนายสุนทร เป็นประธานกรรมการ นางละมัย เป็นกรรมการและเหรัญญิก วันที่ 1 มีนาคม 2551 คณะกรรมการของผู้เสียหายจ้างจำเลยเป็นพนักงานขาย ต่อมาวันที่ 1 มีนาคม 2553 สัญญาจ้างจำเลยครบกำหนดและจำเลยไม่ได้สมัครเป็นพนักงานของผู้เสียหายต่อ แต่ผู้เสียหายยังไม่ได้จ้างพนักงานขายคนใหม่ จึงให้จำเลยทำงานต่อไปจนกระทั่งวันที่ 10 มีนาคม 2553 จำเลยจึงพ้นจากตำแหน่งพนักงานขาย หลังจากนั้นนายวัชรินทร์ พนักงานบัญชีของผู้เสียหายดำเนินการตรวจสอบจำนวนสินค้าคงเหลือในวันที่ 11 มีนาคม 2553 ปรากฏว่าสินค้าประเภทปุ๋ย ยาปราบศัตรูพืช อาหารสัตว์ ถังแก๊ส และถังน้ำพลาสติก ขาดจำนวนไปประมาณ 500 รายการ รวมมูลค่าเป็นเงินประมาณ 214,781 บาท วันที่ 1 เมษายน 2553 นายสุนทรส่งจดหมายนัดให้จำเลยไปชี้แจงกรณีถังแก๊สและถังน้ำพลาสติกขาดจำนวนในวันที่ 9 เมษายน 2553 ตามจดหมาย แต่จำเลยไม่ไปชี้แจง วันที่ 20 พฤษภาคม 2553 มีการประชุมคณะกรรมการร้านค้าชุมชนบ้านโพธิ์ลอย โดยมีนายสุนทรและนางละมัยร่วมประชุมด้วย นายสุนทรแจ้งเรื่องสินค้าขาดจำนวนให้ที่ประชุมทราบ วันที่ 9 สิงหาคม 2553 คณะกรรมการชุดดังกล่าวทำหนังสือมอบอำนาจให้นายสุนทรดำเนินคดีแก่จำเลย ตามหนังสือมอบอำนาจ ต่อมานายสุนทรร้องทุกข์ขอให้พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรไร่สะท้อน ดำเนินคดีแก่จำเลยในข้อหายักยอก คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า คดีขาดอายุความแล้วหรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาว่า ร้านค้าชุมชนบ้านโพธิ์ลอยก่อตั้งขึ้นโดยราษฎรในชุมชนร่วมกันลงหุ้นเป็นสมาชิก หากมีการกระทำความผิดอาญาเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ผลประโยชน์ของสมาชิกย่อมถือว่าสมาชิกทุกคนเป็นผู้เสียหาย ส่วนการพิจารณาว่าผู้เสียหายร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดหรือไม่ต้องพิจารณาถึงการรับรู้ของผู้เสียหายแต่ละคน พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมีน้ำหนักรับฟังได้ว่า ก่อนวันที่ 20 พฤษภาคม 2553 คงมีเพียงนายสุนทรและนายวัชรินทร์เท่านั้นที่ทราบว่าสินค้าขาดจำนวน แต่กรรมการและสมาชิกคนอื่น ๆ รวมทั้งนางละมัยเพิ่งทราบเรื่องดังกล่าวในวันที่ 20 พฤษภาคม 2553 ส่วนข้อความตามจดหมาย ไม่ปรากฏรายละเอียดว่าสินค้าขาดจำนวนไปกี่รายการ รวมมูลค่าเป็นเงินเท่าใด จึงยังไม่อาจถือได้ว่าคณะกรรมการรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด เมื่อคณะกรรมการรวมทั้งนางละมัยมอบอำนาจให้นายสุนทรดำเนินคดีแก่จำเลยในวันที่ 9 สิงหาคม 2553 แม้นายสุนทรไปร้องทุกข์ภายในวันดังกล่าวหรือในวันที่ 19 สิงหาคม 2553 คดีจึงไม่ขาดอายุความนั้น เห็นว่า ในคดีความผิดอันยอมความได้ที่มีผู้เสียหายหลายคน ผู้เสียหายแต่ละคนย่อมมีอำนาจร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่ผู้ที่กระทำความผิด ก็ต้องมีการร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่ผู้เสียหายคนแรกรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด มิฉะนั้นคดีย่อมขาดอายุความ แม้มีผู้เสียหายคนอื่นรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดก่อนวันที่มีการร้องทุกข์ไม่เกินสามเดือน ชั้นพิจารณาโจทก์มีนายสุนทรเป็นพยานเบิกความว่า ผู้เสียหายมีสมาชิกประมาณ 700 คน สมาชิกแต่ละคนต้องลงหุ้นคนละ 1 หุ้น พยานมีหุ้น 1 หุ้น ภายหลังจากนายวัชรินทร์ตรวจสอบพบว่า สินค้าในร้านหายไป นายวัชรินทร์แจ้งให้นายสุนทรและคณะกรรมการทราบถึงกรณีสินค้าขาดจำนวนภายในเดือนมีนาคม 2553 และคณะกรรมการลงมติให้มีหนังสือถึงจำเลยให้ไปชี้แจง ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่า นายสุนทรและคณะกรรมการรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดภายในเดือนดังกล่าว นายสุนทรเป็นสมาชิกของผู้เสียหายโดยเป็นผู้ถือหุ้นคนหนึ่งด้วย นายสุนทรจึงเป็นผู้เสียหายและมีอำนาจร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยด้วย ส่วนกรณีข้อความตามจดหมาย ไม่ปรากฏรายละเอียดว่าสินค้าขาดจำนวนไปกี่รายการ รวมมูลค่าเป็นเงินเท่าใดนั้นก็เป็นเพียงรายละเอียดเกี่ยวกับจำนวนและมูลค่าของสินค้าที่โจทก์อ้างว่าถูกจำเลยยักยอกไป เมื่อนายสุนทรไปร้องทุกข์ภายในเดือนสิงหาคม 2553 ซึ่งพ้นกำหนดสามเดือนนับแต่วันที่นายสุนทรและคณะกรรมการรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด คดีจึงขาดอายุความ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายกฟ้องมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5486/2557 พนักงานอัยการจังหวัดเพชรบุรี โจทก์ นายสมควร อ่วมเมือง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดเพชรบุรี · จำเลย - นายสมควร อ่วมเมือง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ฉัตรไชย จันทร์พรายศรี · วรงค์พร จิระภาค · สุภัทร์ สุทธิมนัส
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเพชรบุรี - นางกฤษณา กลั่นนุรักษ์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายวีระศักดิ์ นิศามณี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.2052/2556

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7100/2538ฎีกา 123/2528ฎีกา 1057/2514ฎีกา 2975/2529ฎีกา 1140/2507ฎีกา 7687/2553ฎีกา 4225/2559ฎีกา 979/2501ฎีกา 3595/2532ฎีกา 3811/2528ฎีกา 8552/2552ฎีกา 1127/2523ฎีกา 2269/2538ฎีกา 617/2536ฎีกา 1777/2554ฎีกา 22267/2555ฎีกา 1112/2507ฎีกา 2386/2541ฎีกา 769-770/2539ฎีกา 530/2534ฎีกา 399/2525ฎีกา 355/2515ฎีกา 1803/2518ฎีกา 3310/2522
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา