คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6221/2558
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อจำเลยถึงแก่ความตายในระหว่างการพิจารณาคดีในชั้นฎีกา สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตามกฎหมาย คำขอให้บังคับเอาทรัพย์สินคืนแทนโจทก์ร่วมจึงตกไปด้วย
ย่อคำพิพากษา
แม้ศาลอุทธรณ์ภาค 7 มีคำพิพากษาให้จำเลยคืนเงิน 120,000 บาท แก่โจทก์ร่วมที่ 1 และคืนเงิน 600,000 บาท ให้แก่โจทก์ร่วมที่ 2 ก็ตาม แต่จำเลยยังคงยื่นฎีกา จึงยังถือไม่ได้ว่าคดีถึงที่สุดแล้ว เมื่อระหว่างฎีกา จำเลยถึงแก่ความตาย สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (1) ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 4 และ พ.ร.บ.ให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ.2520 มาตรา 3 พนักงานอัยการโจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกทรัพย์สินแทนโจทก์ร่วมทั้งสองตาม ป.วิ.อ. มาตรา 43 อีก คำขอส่วนแพ่งของโจทก์ร่วมทั้งสองที่ขอถือเอาตามคำฟ้องของพนักงานอัยการโจทก์ก็ย่อมตกไปด้วย ศาลชั้นต้นจึงไม่มีอำนาจออกคำบังคับให้ผู้ร้องที่ 1 ซึ่งเป็นทายาทของจำเลยปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 เดิมที่ให้จำเลยคืนเงิน 120,000 บาท แก่โจทก์ร่วมที่ 1 และคืนเงินจำนวน 600,000 บาท แก่โจทก์ร่วมที่ 2 ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องมาจากศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 จำคุกกระทงละ 6 เดือน รวม 4 กระทง เป็นจำคุก 24 เดือน และให้จำเลยคืนเงิน 120,000 บาท แก่โจทก์ร่วมที่ 1 และคืนเงิน 600,000 บาท ให้แก่โจทก์ร่วมที่ 2 จำเลยฎีกา ระหว่างฎีกาจำเลยถึงแก่ความตาย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2555 ว่า เมื่อจำเลยถึงแก่ความตาย สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์จึงระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (1) ให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความ ต่อมาวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2557 โจทก์ร่วมทั้งสองยื่นคำแถลงขอออกคำบังคับให้นายครุฑ ปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 ศาลชั้นต้นอนุญาต
วันที่ 4 เมษายน 2557 นายครุฑ และนางสาวมนฤดี ซึ่งเป็นทายาทของจำเลย ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนคำบังคับ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า เมื่อจำเลยถึงแก่ความตายระหว่างฎีกา คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 จึงถึงที่สุด ผู้เสียหายย่อมบังคับคดีเอาแก่ทรัพย์ของจำเลยได้ ยกคำร้อง
ผู้ร้องทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษากลับ ให้เพิกถอนคำบังคับที่บังคับให้ผู้ร้องที่ 1 ปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7
โจทก์ร่วมทั้งสองฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ร่วมทั้งสองว่า การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาให้เพิกถอนคำบังคับที่บังคับให้ผู้ร้องที่ 1 ปฏิบัติตามคำพิพากษาเดิมของศาลอุทธรณ์ภาค 7 ชอบหรือไม่ โดยโจทก์ร่วมทั้งสองฎีกาว่า เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 7 มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว การที่ศาลชั้นต้นออกคำบังคับแก่ผู้ร้องที่ 1 ในฐานะทายาทของจำเลยจึงชอบด้วยกฎหมายแล้วนั้น เห็นว่า แม้คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 7 มีคำพิพากษาให้จำเลยคืนเงิน 120,000 บาท แก่โจทก์ร่วมที่ 1 และคืนเงิน 600,000 บาท ให้แก่โจทก์ร่วมที่ 2 ก็ตาม แต่จำเลยยังคงยื่นฎีกา จึงยังถือไม่ได้ว่าคดีถึงที่สุดแล้ว เมื่อระหว่างฎีกา จำเลยถึงแก่ความตาย สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (1) ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 4 และพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ.2520 มาตรา 3 พนักงานอัยการโจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกทรัพย์สินแทนโจทก์ร่วมทั้งสองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 43 อีก คำขอส่วนแพ่งของโจทก์ร่วมทั้งสองที่ขอถือเอาตามคำฟ้องของพนักงานอัยการโจทก์ก็ย่อมตกไปด้วย ศาลชั้นต้นจึงไม่มีอำนาจออกคำบังคับให้ผู้ร้องที่ 1 ซึ่งเป็นทายาทของจำเลยปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 เดิมที่ให้จำเลยคืนเงิน 120,000 บาท แก่โจทก์ร่วมที่ 1 และคืนเงินจำนวน 600,000 บาท แก่โจทก์ร่วมที่ 2 ได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ร่วมทั้งสองฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6221/2558
พนักงานอัยการจังหวัดกาญจนบุรี โจทก์
นายจำลอง หิรัญกนกพันธ์ กับพวก โจทก์ร่วม
นายครุฑ เหล่าประดิษฐ กับพวก ผู้ร้อง
นายอดุล เหล่าประดิษฐ หรือเหล่าประดิษฐ์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดกาญจนบุรี · โจทก์ร่วม - นายจำลอง หิรัญกนกพันธ์ กับพวก · ผู้ร้อง - นายครุฑ เหล่าประดิษฐ กับพวก · จำเลย - นายอดุล เหล่าประดิษฐ หรือเหล่าประดิษฐ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อดิศักดิ์ ปัตรวลี · ทวีศักดิ์ ทองภักดี · เฉลิมศักดิ์ ภัทรสุมันต์ |
| แหล่งที่มา | สำนักวิชาการ |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ