⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4079/2559

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4079/2559

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ศาลต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีอาญา และการกระทำที่เกินกว่าเหตุแห่งการสมัครใจทะเลาะวิวาท ถือเป็นการละเมิดที่ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน

ย่อคำพิพากษา

มูลคดีนี้ มีข้อเท็จจริงเดียวกับมูลคดีที่พนักงานอัยการจังหวัดจันทบุรีฟ้องจำเลยนี้ในคดีอาญาข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา คดีนี้จึงเป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ในการพิพากษาคดีส่วนแพ่งศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 46 เมื่อศาลฎีกามีคำพิพากษาคดีส่วนอาญาว่า จำเลยกับผู้ตายต่างสมัครใจทะเลาะวิวาทกัน คดีนี้ศาลจึงต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาดังกล่าว เมื่อข้อเท็จจริงไม่ปรากฏในคดีส่วนอาญาว่า ขณะผู้ตายวิ่งขึ้นจากสระน้ำมาทะเลาะวิวาทกับจำเลย ผู้ตายมีอาวุธปืนด้วย เช่นนี้ การที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายจึงเกินเลยไปจากที่ผู้ตายสมัครใจทะเลาะวิวาทกับจำเลย การกระทำของจำเลยจึงเป็นการละเมิดต่อผู้ตายและโจทก์ทั้งสี่ซึ่งเป็นทายาท จำเลยจึงต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ทั้งสี่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.46

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ทั้งสี่ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 12,446,630.13 บาท แก่โจทก์ทั้งสี่พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 10,800,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 220,000 บาท แก่โจทก์ทั้งสี่ ชำระเงิน 1,000,000 บาท แก่โจทก์ที่ 1 ชำระเงิน 100,000 บาท แก่โจทก์ที่ 3 และชำระเงิน 200,000 บาท แก่โจทก์ที่ 4 พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันทำละเมิด (วันที่ 19 เมษายน 2538) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ กับให้ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ทั้งสี่ โดยกำหนดค่าทนายความ 50,000 บาท คำขออื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ โจทก์ทั้งสี่ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้เป็นยุติว่า โจทก์ที่ 1 เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของนายไชยยา ส่วนโจทก์ที่ 2 ถึงที่ 4 เป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของนายไชยยากับโจทก์ที่ 1 จำเลยเป็นน้องร่วมบิดามารดาเดียวกันของนายไชยยา เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2538 จำเลยใช้อาวุธปืนยิงนายไชยยา เป็นเหตุให้นายไชยยาถึงแก่ความตาย พนักงานอัยการจังหวัดจันทบุรีฟ้องจำเลยต่อศาลชั้นต้น เป็นคดีอาญาหมายเลขดำที่ 4445/2538 โจทก์ที่ 1 ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ในคดีอาญาดังกล่าว ศาลชั้นต้นอนุญาต จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 371 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง ลงโทษฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา จำคุก 15 ปี และฐานพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านโดยผิดกฎหมาย จำคุก 3 เดือน รวมจำคุก 15 ปี 3 เดือน ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 10 ปี 2 เดือน ริบของกลาง ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 4278/2543 โจทก์ที่ 1 และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน โจทก์ที่ 1 และจำเลยฎีกา ศาลฎีกาพิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 และยกอุทธรณ์ของโจทก์ที่ 1 เฉพาะข้อหาความผิดฐานพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านโดยผิดกฎหมาย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ตามสำเนาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7956/2551 มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ทั้งสี่ว่า จำเลยกระทำละเมิดต่อโจทก์ทั้งสี่หรือไม่ เห็นว่า มูลคดีนี้ก็คือมูลคดีเกี่ยวกับที่พนักงานอัยการจังหวัดจันทบุรีฟ้องจำเลยในคดีอาญาข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา คดีนี้จึงเป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ดังนั้น ในการพิพากษาคดีส่วนแพ่ง ศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 46 เมื่อศาลฎีกามีคำพิพากษาคดีส่วนอาญาตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7956/2551 ว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ผู้ตายเป็นพี่ชายจำเลย และทั้งสองคนมีอาชีพทำสวน แต่ทั้งสองฝ่ายมีเหตุกระทบกระทั่งระหองระแหงบาดหมางกันเกี่ยวกับที่ดินมรดกและสระน้ำบริเวณที่เกิดเหตุ ซึ่งใช้น้ำในการทำสวนทุเรียนร่วมกันนานแรมปี วันเกิดเหตุก่อนเกิดเหตุยิงกัน ผู้ตายกับจำเลยตะโกนโต้เถียงกันเกี่ยวกับเครื่องสูบน้ำและน้ำในสระน้ำ ระหว่างนั้นจำเลยได้พูดขึ้นว่า มึงแน่จริงขึ้นมาเจอกับกู ผู้ตายจึงวิ่งขึ้นจากสระน้ำ ส่วนจำเลยวิ่งอ้อมมาตามถนนริมสระน้ำ หลังจากนั้นมีเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด พฤติการณ์ส่อแสดงว่าจำเลยกับผู้ตายต่างสมัครใจทะเลาะวิวาทกัน คดีนี้ศาลจึงต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาดังกล่าวว่า จำเลยกับผู้ตายต่างสมัครใจทะเลาะวิวาทกัน แต่ข้อเท็จจริงในคดีส่วนอาญาไม่ปรากฏว่า ขณะผู้ตายวิ่งขึ้นจากสระน้ำมาทะเลาะวิวาทกับจำเลยนั้น ผู้ตายมีอาวุธปืนอยู่ด้วย การที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายจึงเกินเลยไปจากที่ผู้ตายสมัครใจทะเลาะวิวาทกับจำเลย การกระทำของจำเลยจึงเป็นการละเมิดต่อผู้ตายและโจทก์ทั้งสี่ซึ่งเป็นทายาท ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยถือไม่ได้ว่าทำละเมิดต่อผู้ตาย โจทก์ทั้งสี่ไม่มีอำนาจฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนจากจำเลยนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ทั้งสี่ฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์และฎีกาแทนโจทก์ทั้งสี่ โดยกำหนดค่าทนายความรวม 30,000 บาท ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4079/2559 นางนกกระเต็น ประทุมวงษ์ ในฐานะส่วนตัว และในฐานะผู้จัดการมรดก ของนายไชยยา ประทุมวงษ์ กับพวก โจทก์ นายไชยเลิศ ประทุมวงษ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางนกกระเต็น ประทุมวงษ์ ในฐานะส่วนตัวและในฐานะผู้จัดการมรดกของนายไชยยา ประทุมวงษ์ กับพวก · จำเลย - นายไชยเลิศ ประทุมวงษ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อรรถพงษ์ กุลโชครังสรรค์ · ธัชพันธ์ ประพุทธนิติสาร · แก้ว เวศอุไร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดจันทบุรี - นายมนัญชัย วรรณิกเวช · ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายธีรยุทธ ศุภะกลิน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.795/2556

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1144-1146/2553ฎีกา 7032/2559ฎีกา 175/2520ฎีกา 1065/2499ฎีกา 2584/2527ฎีกา 9203/2554ฎีกา 6235/2551ฎีกา 7/2491ฎีกา 758/2519ฎีกา 1730/2520ฎีกา 7223/2540ฎีกา 1351/2567ฎีกา 2731/2522ฎีกา 4209/2533ฎีกา 728/2512ฎีกา 1552/2524ฎีกา 3813/2535ฎีกา 417/2533ฎีกา 4715/2542ฎีกา 2532/2538ฎีกา 5677/2555ฎีกา 1917/2559ฎีกา 5735/2538ฎีกา 481/2526
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา