⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6470/2559

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6470/2559

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้จะซื้อที่ดินซึ่งได้ชำระเงินบางส่วนและได้รับโฉนดที่ดินไว้เป็นประกัน มีสิทธิบังคับให้ผู้จะขายรับชำระราคาที่เหลือและจดทะเบียนโอนขายได้ แม้ผู้จะขายจะกระทำการอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงานจนได้รับใบแทนโฉนดที่ดิน หากการกระทำนั้นทำให้ผู้จะซื้อได้รับความเสียหายเป็นพิเศษ ก็ถือเป็นผู้เสียหายมีอำนาจฟ้องตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 1 และที่ 2 ตกลงจะขายที่ดินให้แก่โจทก์และโจทก์ได้ชำระเงินค่าที่ดินบางส่วนแล้ว โดยจำเลยที่ 1 และที่ 2 ยินยอมให้โจทก์ยึดถือโฉนดที่ดินไว้เป็นหลักประกัน โจทก์ในฐานะผู้จะซื้อย่อมมีสิทธิที่จะบังคับให้จำเลยที่ 1 รับชำระราคาที่ดินส่วนที่เหลือและให้จำเลยที่ 1 ไปจดทะเบียนโอนขายที่ดินให้แก่โจทก์ การที่จำเลยที่ 1 แจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานตำรวจและแจ้งให้เจ้าพนักงานที่ดินจดข้อความอันเป็นเท็จในคำขอออกใบแทนโฉนดที่ดินว่าต้นฉบับโฉนดที่ดินของจำเลยที่ 1 สูญหาย จนกระทั่งเจ้าพนักงานที่ดินออกใบแทนโฉนดที่ดินให้แก่จำเลยที่ 1 ย่อมเป็นการกระทบต่อสิทธิของโจทก์ในการที่จะบังคับให้จำเลยที่ 1 ไปจดทะเบียนโอนขายที่ดินที่โจทก์ยึดถือไว้เป็นหลักประกันตามสัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน อีกทั้งหากจำเลยที่ 1 นำใบแทนโฉนดที่ดินดังกล่าวไปจดทะเบียนนิติกรรมกับบุคคลภายนอก โจทก์ก็อาจไม่สามารถบังคับให้จำเลยที่ 1 จดทะเบียนโอนขายที่ดินดังกล่าวให้แก่โจทก์ได้ ดังนั้น แม้การกระทำผิดของจำเลยที่ 1 เป็นการกระทำต่อเจ้าพนักงานและรัฐเป็นผู้เสียหายก็ตาม แต่โจทก์ก็ได้รับความเสียหายเป็นพิเศษจากการกระทำผิดของจำเลยที่ 1 ด้วย โจทก์ย่อมเป็นผู้เสียหายตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4) จึงมีอำนาจฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137, 267, 341, 83 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูลเฉพาะจำเลยที่ 1 ในข้อหาแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จและแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารมหาชนและเอกสารราชการ ให้ประทับฟ้อง ส่วนข้อหาอื่นและจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 คดีไม่มีมูล ให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 267 จำคุก 2 ปี จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 อีกบทหนึ่ง เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 1 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้เถียงกันในชั้นฎีการับฟังเป็นยุติได้ในเบื้องต้นว่า โจทก์เป็นน้องสาวจำเลยที่ 1 ส่วนจำเลยที่ 2 เป็นภริยาจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 มีชื่อเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินตามโฉนดเลขที่ 93504 ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ตามสำเนาโฉนดที่ดิน เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2555 จำเลยที่ 1 ไปแจ้งความต่อเจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรสัตหีบว่าโฉนดที่ดินดังกล่าวสูญหาย ตามสำเนารายงานประจำวันรับแจ้ง ในวันเดียวกันนั้น จำเลยที่ 1 ไปยื่นคำขอใบแทนโฉนดที่ดินแปลงดังกล่าวและให้ถ้อยคำต่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดชลบุรี สาขาสัตหีบ บันทึกไว้ว่า จำเลยที่ 1 เก็บโฉนดที่ดินไว้ที่บ้านพักแล้วหาไม่พบ ตามสำเนาคำขอใบแทนโฉนดที่ดิน ต่อมาเจ้าพนักงานที่ดินออกใบแทนโฉนดที่ดินให้แก่จำเลยที่ 1 ตามสำเนาใบแทนโฉนดที่ดิน มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามที่จำเลยที่ 1 ฎีกาต่อไปว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องคดีนี้หรือไม่ โดยจำเลยที่ 1 ฎีกาว่า โจทก์มิใช่ผู้เสียหายในคดีนี้จึงไม่มีอำนาจฟ้องนั้น เห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 ตกลงจะขายที่ดินให้แก่โจทก์และโจทก์ได้ชำระเงินค่าที่ดินบางส่วนแล้ว โดยจำเลยที่ 1 และที่ 2 ยินยอมให้โจทก์ยึดถือโฉนดที่ดินตามสำเนาโฉนดที่ดินไว้เป็นหลักประกัน โจทก์ในฐานะผู้จะซื้อย่อมมีสิทธิที่จะบังคับให้จำเลยที่ 1 รับชำระราคาที่ดินส่วนที่เหลือและให้จำเลยที่ 1 ไปจดทะเบียนโอนขายที่ดินให้แก่โจทก์ การที่จำเลยที่ 1 แจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานตำรวจและแจ้งให้เจ้าพนักงานที่ดินจดข้อความอันเป็นเท็จในคำขอออกใบแทนโฉนดที่ดินว่าต้นฉบับโฉนดที่ดินของจำเลยที่ 1 สูญหาย จนกระทั่งเจ้าพนักงานที่ดินออกใบแทนโฉนดที่ดินให้แก่จำเลยที่ 1 นั้น การกระทำของจำเลยที่ 1 ย่อมเป็นการกระทบต่อสิทธิของโจทก์ในการที่จะบังคับให้จำเลยที่ 1 ไปจดทะเบียนโอนขายที่ดินลงในต้นฉบับโฉนดที่ดินฉบับที่โจทก์ยึดถือไว้เป็นหลักประกันตามสัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน อีกทั้งหากจำเลยที่ 1 นำใบแทนโฉนดที่ดินดังกล่าวไปจดทะเบียนนิติกรรมกับบุคคลภายนอก โจทก์ก็อาจไม่สามารถบังคับให้จำเลยที่ 1 จดทะเบียนโอนขายที่ดินดังกล่าวให้แก่โจทก์ได้ ดังนั้น แม้การกระทำผิดของจำเลยที่ 1 เป็นการกระทำต่อเจ้าพนักงานและรัฐเป็นผู้เสียหายก็ตาม แต่โจทก์ก็ได้รับความเสียหายเป็นพิเศษจากการกระทำผิดของจำเลยที่ 1 ด้วย โจทก์ย่อมเป็นผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (4) โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีนี้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ 1 ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6470/2559 นางกัลยา ฤทธิ์เกรียงไกร โจทก์ นายนิกุล รังสิชล กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางกัลยา ฤทธิ์เกรียงไกร · จำเลย - นายนิกุล รังสิชล กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมชาติ ธัญญาวินิชกุล · รังสรรค์ กุลาเลิศ · สุภัทร อยู่ถนอม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพัทยา - นายนิรันดร์ ควรรักษ์เจริญ · ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายศิริภูมิ เด่นวุฒิวรกาญจน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.1450/2559

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 8080/2538ฎีกา 313/2526ฎีกา 618/2568ฎีกา 730/2486ฎีกา 4225/2559ฎีกา 754/2486ฎีกา 2252/2560ฎีกา 11720/2555ฎีกา 389/2542ฎีกา 5138/2537ฎีกา 2794/2516ฎีกา 276/2520ฎีกา 1813/2531ฎีกา 10552/2553ฎีกา 3620/2566ฎีกา 420-421/2507ฎีกา 2386/2541ฎีกา 2027/2536ฎีกา 954/2502ฎีกา 183/2526ฎีกา 584/2519ฎีกา 4018/2542ฎีกา 214/2494ฎีกา 13195/2556
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา