⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6893/2559

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6893/2559

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อผู้รับประโยชน์ตามสัญญาประกันชีวิตถึงแก่ความตายก่อนผู้เอาประกันภัย สิทธิเรียกร้องตามสัญญาประกันชีวิตย่อมตกแก่ทายาทโดยธรรมของผู้เอาประกันภัยเสมือนเป็นทรัพย์มรดกของผู้เอาประกันภัย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์เป็นผู้จัดการมรดกของ ท. การที่ ส. ทำสัญญาประกันชีวิตกับจำเลยโดยระบุให้ ท. เป็นผู้รับประโยชน์เป็นสัญญาเพื่อประโยชน์บุคคลภายนอก เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ส. และ ท. ต่างถึงแก่ความตายซึ่งไม่ว่า ท. จะถึงแก่ความตายก่อนหรือหลัง ส. ท. ก็ถึงแก่ความตายเช่นเดียวกัน เมื่อ ท. ผู้รับประโยชน์ถึงแก่ความตายจึงไม่อาจเข้ารับประโยชน์ตามสัญญาประกันชีวิตของ ส. ได้ ดังนั้นจึงไม่อาจถือว่า ท. จะได้รับประโยชน์จากการจ่ายเงินตามเงื่อนไขของกรมธรรม์และไม่ถือว่าเงินตามกรมธรรม์ที่จำเลยจะต้องจ่ายให้แก่ ท. ซึ่งเป็นผู้รับประโยชน์นั้นตกเป็นของกองมรดก ท. กรณีต้องถือว่า ท. ผู้รับประโยชน์ไม่อาจเข้าถือเอาประโยชน์ตามสัญญาประกันชีวิตของ ส. ดังนั้นประโยชน์ที่จะได้รับจากสัญญาประกันชีวิตจึงต้องตกแก่ทายาทโดยธรรมของ ส. ผู้เอาประกันภัยเสมือนหนึ่งเป็นทรัพย์มรดกซึ่งผู้จัดการมรดกของ ส. หรือทายาทโดยธรรมจึงจะมีสิทธิเรียกร้องเอาเงินตามเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันชีวิตของ ส. เมื่อโจทก์เป็นเพียงผู้จัดการมรดกของ ท. จึงไม่มีสิทธิฟ้องเรียกให้จำเลยชำระเงินตามกรมธรรม์ประกันชีวิตของ ส. ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.4 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.374 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.889 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1599

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 8,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 6 ต่อปี ของต้นเงิน 5,000,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้แย้งกันในชั้นนี้รับฟังเป็นยุติได้ว่า เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2539 นายสุรศักดิ์ ทำสัญญาประกันชีวิตกับจำเลยจำนวนเงินเอาประกันภัย 5,000,000 บาท กำหนดให้นางเทียมจันทร์ ป็นผู้รับประโยชน์ปรากฏตามตารางแห่งกรมธรรม์ประกันชีวิต นายสุรศักดิ์ผู้เอาประกันจดทะเบียนสมรสกับนางเทียมจันทร์เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2532 ปรากฏตามสำเนาทะเบียนการสมรส เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2540 นายสุรศักดิ์และนางเทียมจันทร์ถึงแก่ความตายภายในห้องพักเดียวกันด้วยสาเหตุกระสุนปืนทำลายสมอง โจทก์เป็นผู้จัดการมรดกของนางเทียมจันทร์ตามคำสั่งศาล โจทก์เรียกร้องให้จำเลยในฐานะผู้รับประกันชีวิตของนายสุรศักดิ์ชำระเงินตามสัญญาประกันชีวิตแก่โจทก์ในฐานะผู้จัดการมรดกของนางเทียมจันทร์ แต่จำเลยปฏิเสธความรับผิดโดยกล่าวอ้างว่านางเทียมจันทร์ผู้รับประโยชน์ถึงแก่ความตายก่อนที่นายสุรศักดิ์ผู้เอาประกันจะถึงแก่ความตาย โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกให้จำเลยชำระเงินตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ดังกล่าว และจำเลยได้ขอบอกล้างสัญญาประกันชีวิตแล้ว คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า การที่นายสุรศักดิ์ ถึงแก่ความตายนั้น นางเทียมจันทร์ ในฐานะผู้รับประโยชน์มีสิทธิเรียกให้จำเลยผู้รับประกันชีวิตจ่ายเงินตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ประกันชีวิตหรือไม่ โจทก์ฎีกาว่า จากการตรวจศพของผู้เชี่ยวชาญพบว่าเลือดของนายสุรศักดิ์มีเชื้อโรคทำให้เกิดการเน่าก่อนนางเทียมจันทร์ จึงแปลความได้ว่านายสุรศักดิ์ถึงแก่ความตายก่อนนางเทียมจันทร์ดังนั้นนางเทียมจันทร์ผู้รับประโยชน์จึงมีสิทธิได้รับเงินค่าประกันชีวิตตามสัญญาประกันชีวิตของนายสุรศักดิ์ เห็นว่า การที่นายสุรศักดิ์ทำสัญญาประกันชีวิตกับจำเลยโดยระบุให้นางเทียมจันทร์เป็นผู้รับประโยชน์เป็นสัญญาเพื่อประโยชน์บุคคลภายนอก เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า นายสุรศักดิ์และนางเทียมจันทร์ต่างถึงแก่ความตาย ซึ่งไม่ว่านางเทียมจันทร์จะถึงแก่ความตายก่อนหรือหลังนายสุรศักดิ์นางเทียมจันทร์ก็ถึงแก่ความตายเช่นเดียวกัน ดังนั้น เมื่อนางเทียมจันทร์ผู้รับประโยชน์ถึงแก่ความตายจึงไม่อาจเข้ารับประโยชน์ตามสัญญาประกันชีวิตของนายสุรศักดิ์ได้ ดังนั้นจึงไม่อาจถือว่านางเทียมจันทร์จะได้รับประโยชน์จากการจ่ายเงินตามเงื่อนไขของกรมธรรม์และไม่ถือว่าเงินตามกรมธรรม์ที่จำเลยจะต้องจ่ายให้แก่นางเทียมจันทร์ซึ่งเป็นผู้รับประโยชน์นั้นตกเป็นของกองมรดกนางเทียมจันทร์ กรณีต้องถือว่านางเทียมจันทร์ผู้รับประโยชน์ไม่อาจเข้าถือเอาประโยชน์ตามสัญญาประกันชีวิตของนายสุรศักดิ์ ดังนั้นประโยชน์ที่จะได้รับจากสัญญาประกันชีวิตจึงต้องตกแก่ทายาทโดยธรรมของนายสุรศักดิ์ผู้เอาประกันภัยเสมือนหนึ่งเป็นทรัพย์มรดกซึ่งผู้จัดการมรดกของนายสุรศักดิ์หรือทายาทโดยธรรมจึงจะมีสิทธิเรียกร้องเอาเงินตามเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันชีวิตของนายสุรศักดิ์ เมื่อโจทก์เป็นเพียงผู้จัดการมรดกของนางเทียมจันทร์ โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องเรียกให้จำเลยชำระเงินตามกรมธรรม์ประกันชีวิตของนายสุรศักดิ์ได้ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6893/2559 นางพงษ์จันทร์ ภมรบุตร ในฐานะผู้จัดการมรดก ของนางเทียมจันทร์ สุริโย โจทก์ บริษัทกรุงเทพประกันชีวิต จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางพงษ์จันทร์ ภมรบุตร ในฐานะผู้จัดการมรดกของนางเทียมจันทร์ สุริโย · จำเลย - บริษัทกรุงเทพประกันชีวิต จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ศรีอัมพร ศาลิคุปต์ · เกษม เกษมปัญญา · เมทินี ชโลธร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นางพิทยลักษณ์ บุญชู สุวรรณรัตน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายโสภณ พรหมสุวรรณ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพณ.451/2556

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 988/2533ฎีกา 2114/2524ฎีกา 2241/2521ฎีกา 621/2519ฎีกา 3208/2538ฎีกา 1415/2540ฎีกา 453/2521ฎีกา 2947/2560ฎีกา 9487/2558ฎีกา 1368/2510ฎีกา 7706/2548ฎีกา 1390/2506ฎีกา 1084/2539ฎีกา 1882/2518ฎีกา 2080/2548ฎีกา 1002/2509ฎีกา 270/2496ฎีกา 2499/2524ฎีกา 100/2540ฎีกา 189/2540ฎีกา 2610/2538ฎีกา 1028/2564ฎีกา 3053/2527ฎีกา 876/2492
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา