⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 8286/2559

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8286/2559

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งของศาลที่ให้จำหน่ายคดีชั่วคราวเฉพาะจำเลยบางราย ไม่ใช่คำพิพากษาหรือคำสั่งที่จำเลยนั้นจะอุทธรณ์ได้ จนกว่าคดีจะถูกจำหน่ายเด็ดขาด

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 2 เข้ามาใหม่ โดยให้จำหน่ายคดีชั่วคราวเฉพาะจำเลยที่ 2 และจำหน่ายคดีเด็ดขาดเมื่อโจทก์ฟ้องหรือไม่ฟ้องภายในเวลาที่ศาลกำหนด จึงไม่มีคดีของจำเลยที่ 2 ในระหว่างพิจารณาที่จำเลยที่ 2 จะอุทธรณ์คำสั่งขอให้รวมการพิจารณาคดี คำสั่งขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ หรือคำพิพากษาของศาลชั้นต้นได้ จำเลยที่ 2 จึงไม่มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งและคำพิพากษาดังกล่าว การที่ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 และศาลอุทธรณ์ภาค 6 วินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 จึงเป็นการไม่ชอบ และไม่ก่อสิทธิให้แก่จำเลยที่ 2 ที่จะฎีกา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.176 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.193 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.216

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300, 390 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43, 157, 160 ตรี และพักใช้ใบอนุญาตขับรถของจำเลยที่ 1 มีกำหนดไม่น้อยกว่าหกเดือนหรือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถของจำเลยที่ 1 ระหว่างพิจารณา จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอให้รวมการพิจารณาคดีนี้เข้ากับคดีอาญาหมายเลขดำที่ 205/2559 ของศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นยกคำร้อง จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ ส่วนจำเลยที่ 2 แถลงว่า ประสงค์จะต่อสู้คดี ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 2 เข้ามาใหม่ภายในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2559 โดยให้จำหน่ายคดีชั่วคราวเฉพาะจำเลยที่ 2 และจำหน่ายคดีเด็ดขาดเมื่อโจทก์ฟ้องหรือไม่ฟ้องภายในเวลาที่ศาลกำหนด ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 (2), 160 ตรี (ที่ถูก มาตรา 160 ตรี วรรคหนึ่ง) จำคุก 2 เดือน และปรับ 12,000 บาท จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพเพราะจำนนต่อหลักฐาน จึงไม่ลดโทษให้ ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน จึงให้รอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 พักใช้ใบอนุญาตขับรถของจำเลยที่ 1 มีกำหนด 6 เดือน ระหว่างอุทธรณ์ จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นยกคำร้อง จำเลยที่ 2 อุทธรณ์คำสั่งขอให้รวมการพิจารณาคดีและคำสั่งขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์กับคำพิพากษา ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้โจทก์ได้ฟ้องจำเลยที่ 2 เป็นจำเลยด้วย แต่เมื่อจำเลยที่ 2 แถลงว่าประสงค์จะต่อสู้คดี ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 2 เข้ามาใหม่ โดยให้จำหน่ายคดีชั่วคราวเฉพาะจำเลยที่ 2 และจำหน่ายคดีเด็ดขาดเมื่อโจทก์ฟ้องหรือไม่ฟ้องภายในเวลาที่ศาลกำหนด จึงไม่มีคดีของจำเลยที่ 2 ในระหว่างพิจารณาที่จำเลยที่ 2 จะอุทธรณ์คำสั่งขอให้รวมการพิจารณาคดี คำสั่งขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ หรือคำพิพากษาของศาลชั้นต้นได้ จำเลยที่ 2 จึงไม่มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งและคำพิพากษาดังกล่าว การที่ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 และศาลอุทธรณ์ภาค 6 วินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 จึงเป็นการไม่ชอบ และไม่ก่อสิทธิให้แก่จำเลยที่ 2 ที่จะฎีกา ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัย พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 กับยกอุทธรณ์และฎีกาของจำเลยที่ 2 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8286/2559 พนักงานอัยการจังหวัดวิเชียรบุรี โจทก์ นายสุรศักดิ์ จันทร์เกตุ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดวิเชียรบุรี · จำเลย - นายสุรศักดิ์ จันทร์เกตุ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เทพ อิงคสิทธิ์ · นิพนธ์ ใจสำราญ · ไมตรี สุเทพากุล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดวิเชียรบุรี - นายนพรัตน์ เนียมคล้าย · ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายศรศักดิ์ กุลจิตติบวร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.2897/2559

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 481/2526ฎีกา 597/2485ฎีกา 2053/2528ฎีกา 5779/2530ฎีกา 2147/2521ฎีกา 913/2538ฎีกา 164/2553ฎีกา 1228/2510ฎีกา 848/2545ฎีกา 16889/2555ฎีกา 501/2494ฎีกา 2794/2516ฎีกา 514/2486ฎีกา 1895/2492ฎีกา 199/2547ฎีกา 4547/2530ฎีกา 250-251/2536ฎีกา 8575-8576/2548ฎีกา 4018/2542ฎีกา 453/2497ฎีกา 766/2491ฎีกา 4952/2536ฎีกา 614/2494ฎีกา 1132/2565
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา