⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3536/2560

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3536/2560

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่คู่ความฝ่ายหนึ่งอ้างส่งเอกสารต่อศาล และคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งมิได้โต้แย้งว่าเอกสารนั้นไม่ใช่เอกสารตามที่อ้าง หรือมิได้โต้แย้งว่าตนมีสิทธิได้รับสำเนาเอกสารนั้น คู่ความฝ่ายหลังจะยกข้อโต้แย้งเกี่ยวกับเอกสารนั้นขึ้นอ้างในชั้นอุทธรณ์ไม่ได้ การที่ศาลไม่วินิจฉัยในประเด็นที่คู่ความฝ่ายหนึ่งอ้างว่าทรัพย์สินที่ระบุในพินัยกรรมเป็นของตนเอง หาใช่ทรัพย์มรดกของผู้ตายนั้น ชอบด้วยกฎหมายแล้ว เนื่องจากประเด็นดังกล่าวเป็นข้อพิพาทกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินซึ่งต้องดำเนินคดีเป็นคดีต่างหาก การทำพินัยกรรมต่อเจ้าพนักงานปกครอง โดยเจ้าพนักงานปกครองพิมพ์ข้อความตามความประสงค์ของผู้ตาย และได้อ่านให้ผู้ตาย ผู้ปฏิบัติราชการแทนผู้อำนวยการเขต และพยานสองคนฟัง ผู้ปฏิบัติราชการแทนผู้อำนวย

ย่อคำพิพากษา

ผู้ร้องนำสืบพยานและอ้างส่งสำเนาพินัยกรรมต่อศาลชั้นต้น ผู้คัดค้านมิได้โต้แย้งว่าเอกสารดังกล่าวไม่ใช่พินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมืองตามที่ผู้ร้องระบุในบัญชีระบุพยาน และเป็นเอกสารที่ผู้ร้องต้องส่งสำเนาแก่ผู้คัดค้านแต่อย่างใด ผู้คัดค้านจึงไม่อาจยกขึ้นอ้างในชั้นอุทธรณ์ได้ แม้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยให้ ก็ถือเป็นการไม่ชอบ ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านเพื่อให้ยกคำร้องขอของผู้ร้องที่ขอตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายและขอให้ตั้ง ส. เป็นผู้จัดการมรดก โดยผู้ร้องไม่ได้โต้แย้งว่าผู้คัดค้านไม่มีสิทธิยื่นคำคัดค้าน คดีจึงมีประเด็นว่า สมควรตั้งผู้ร้องหรือ ส. เป็นผู้จัดการมรดก ส่วนข้ออ้างของผู้คัดค้านว่าที่ดินตามพินัยกรรมเป็นของผู้คัดค้านนั้น เป็นการอ้างว่ามิใช่ทรัพย์มรดกของผู้ตาย ผู้คัดค้านชอบที่จะไปดำเนินคดีเป็นคดีต่างหากจากคดีนี้ ที่ศาลล่างทั้งสองไม่วินิจฉัยว่าที่ดินตามพินัยกรรม 4 แปลง เป็นทรัพย์มรดกของผู้ตายหรือเป็นของผู้คัดค้าน จึงชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 142 แล้ว ผู้ตายมาพบเจ้าพนักงานปกครอง และแจ้งความประสงค์ในการทำพินัยกรรม แล้วเจ้าพนักงานปกครองพิมพ์ข้อความในพินัยกรรมตามความประสงค์ของผู้ตาย เมื่อไปพบผู้ปฏิบัติราชการแทนผู้อำนวยการเขตแล้ว เจ้าพนักงานปกครองอ่านข้อความในพินัยกรรมให้ผู้ตาย ผู้ปฏิบัติราชการแทนผู้อำนวยการเขต และพยานสองคนฟัง ผู้ปฏิบัติราชการแทนผู้อำนวยการเขตสอบถามผู้ตายว่าต้องการเปลี่ยนแปลงข้อความในพินัยกรรมหรือไม่ ผู้ตายตอบว่าไม่เปลี่ยนแปลงและยืนยันตามข้อความในพินัยกรรม แล้วผู้ตายและพยานสองคนลงชื่อในพินัยกรรม ดังนี้ การสอบถามของผู้ปฏิบัติราชการแทนผู้อำนวยการเขต และการยืนยันของผู้ตายดังกล่าวจึงเป็นการแจ้งข้อความที่ประสงค์ให้ใส่ไว้ในพินัยกรรมของผู้ทำพินัยกรรมแก่กรมการอำเภอต่อหน้าพยานสองคนตามที่บัญญัติไว้ใน ป.พ.พ. มาตรา 1658 (1) แล้ว เมื่อผู้ตายเห็นว่าถูกต้องและลงชื่อในพินัยกรรมโดยมีพยานสองคนลงลายมือชื่อ และผู้ปฏิบัติราชการแทนผู้อำนวยการเขตลงชื่อรับรองว่าพินัยกรรมทำถูกต้องตามกฎหมายแล้วประทับตราตำแหน่งไว้เป็นสำคัญ พินัยกรรมดังกล่าวจึงสมบูรณ์เป็นพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมืองตาม ป.พ.พ. มาตรา 1658 ส่วนที่คู่ฉบับพินัยกรรมไม่มีการประทับตราตำแหน่งไว้ ก็ไม่ทำให้พินัยกรรมที่มีผลสมบูรณ์เสียไป ผู้ร้องเป็นบุคคลที่ผู้ตายกำหนดในพินัยกรรมให้เป็นผู้จัดการมรดกจึงสมควรเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.90 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1658

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอว่า นายกิตติพงษ์ ผู้ตายได้ทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมืองยกทรัพย์สินส่วนหนึ่งให้แก่ผู้ร้องกับบุคคลอื่น และตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ต่อมาผู้ตายถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2558 มีเหตุขัดข้องในการจัดการมรดก ผู้ร้องไม่เป็นบุคคลต้องห้ามตามกฎหมายมิให้เป็นผู้จัดการมรดก ขอให้ตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านและแก้ไขคำคัดค้านขอให้ยกคำร้องขอของผู้ร้อง และตั้งนางโสภา เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งผู้ร้องและนางโสภา เป็นผู้จัดการมรดกของนายกิตติพงษ์ ผู้ตายร่วมกันให้มีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย ผู้คัดค้านอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ ผู้คัดค้านฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นที่คู่ความไม่ได้โต้แย้งกันในชั้นนี้ฟังได้ว่า นายกิตติพงษ์ ผู้ตายเป็นบุตรของผู้คัดค้านกับนายสรวุฒิ เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2558 ผู้ตายถึงแก่ความตาย ผู้ตายทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมืองที่สำนักงานเขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร ตามสำเนาพินัยกรรม ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งผู้ร้องและนางโสภา เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายร่วมกัน ผู้ร้องมิได้อุทธรณ์ คำสั่งศาลชั้นต้นในส่วนที่ตั้งนางโสภาเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายจึงถึงที่สุด ต่อมาผู้ร้องขอให้ถอนนางโสภาออกจากการเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งถอนนางโสภาออกจากการเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ผู้คัดค้านมิได้ฎีกา คดีในส่วนที่ถอนนางโสภาออกจากการเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายจึงถึงที่สุดและเป็นอันยุติไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ฉบับลงวันที่ 27 กรกฎาคม 2559 ส่วนที่ผู้คัดค้านฎีกาว่า บัญชีพยานของผู้ร้องลงวันที่ 27 มกราคม 2558 อันดับที่ 7 ที่ระบุว่า พินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมืองของผู้ตาย เขียนที่สำนักงานเขตราชเทวี วันที่ 19 เมษายน 2556 มิใช่พินัยกรรม ซึ่งมีตราประทับของเจ้าพนักงาน ผู้ร้องมิได้ส่งสำเนาแก่ผู้คัดค้าน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 90 การรับฟังสำเนาพินัยกรรมไม่ชอบ นั้น เห็นว่า เมื่อผู้ร้องนำสืบพยานและอ้างส่งสำเนาพินัยกรรมต่อศาลชั้นต้น ผู้คัดค้านมิได้โต้แย้งว่าเอกสารดังกล่าวไม่ใช่พินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมืองตามที่ผู้ร้องระบุในบัญชีระบุพยาน และเป็นเอกสารที่ผู้ร้องต้องส่งสำเนาแก่ผู้คัดค้านแต่อย่างใด ผู้คัดค้านจึงไม่อาจยกขึ้นอ้างในชั้นอุทธรณ์ได้ แม้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยให้ ก็ถือเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้คัดค้านข้อแรกที่ว่า ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านในฐานะผู้มีส่วนได้เสียด้วย การที่ศาลล่างทั้งสองไม่วินิจฉัยว่าที่ดินตามพินัยกรรม 4 แปลง เป็นทรัพย์มรดกของผู้ตายหรือเป็นของผู้คัดค้านไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 นั้น เห็นว่า ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านเพื่อให้ยกคำร้องขอของผู้ร้องที่ขอตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายและขอให้ตั้งนางโสภาเป็นผู้จัดการมรดก โดยผู้ร้องไม่ได้โต้แย้งว่าผู้คัดค้านไม่มีสิทธิยื่นคำคัดค้าน คดีจึงมีประเด็นต้องวินิจฉัยว่า สมควรตั้งผู้ร้องหรือนางโสภา เป็นผู้จัดการมรดก ส่วนข้ออ้างของผู้คัดค้านว่าที่ดินตามพินัยกรรมเป็นของผู้คัดค้าน นั้น เป็นการอ้างว่ามิใช่ทรัพย์มรดกของผู้ตาย ผู้คัดค้านชอบที่จะไปดำเนินคดีเป็นคดีต่างหากจากคดีนี้ ที่ศาลล่างทั้งสองไม่วินิจฉัยว่าที่ดินตามพินัยกรรม 4 แปลง เป็นทรัพย์มรดกของผู้ตายหรือเป็นของผู้คัดค้าน จึงชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 แล้ว ฎีกาของผู้คัดค้านข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้คัดค้านข้อต่อไปที่ว่า ขณะทำพินัยกรรมผู้ตายไม่ได้แจ้งข้อความที่ตนประสงค์จะให้ใส่ไว้ในพินัยกรรมต่อหน้านางมัลลิกา และนายนพดล พยานในพินัยกรรมพร้อมกัน นั้น เห็นว่า ตามคำเบิกความตอบทนายผู้คัดค้านถามค้านของพยานดังกล่าวนั้น เป็นเหตุการณ์ในช่วงที่ผู้ตายมาพบนายประชากร และแจ้งความประสงค์ในการทำพินัยกรรม แล้วนายประชากรพิมพ์ข้อความในพินัยกรรมตามความประสงค์ของผู้ตาย ก่อนที่นายประชากร ผู้ตาย นายนพดล และนางมัลลิกาจะเข้าไปพบนายปรีชา ผู้ปฏิบัติราชการแทนผู้อำนวยการเขตราชเทวี ซึ่งเมื่อได้ความตามที่ผู้ร้องนำสืบโดยผู้คัดค้านไม่ฎีกาคัดค้านว่า เมื่อไปพบนายปรีชาแล้ว นายประชากรอ่านข้อความในพินัยกรรม ให้ผู้ตาย นายปรีชา และนายนพดลและนางมัลลิกา พยานในพินัยกรรมฟัง นายปรีชาสอบถามผู้ตายว่าต้องการเปลี่ยนแปลงข้อความในพินัยกรรมหรือไม่ ผู้ตายตอบว่าไม่เปลี่ยนแปลงยืนยันตามข้อความในพินัยกรรม แล้วผู้ตาย นายนพดลและนางมัลลิกาลงชื่อในพินัยกรรม ดังนี้ การสอบถามของนายปรีชาและการยืนยันของผู้ตายดังกล่าวจึงเป็นการแจ้งข้อความที่ประสงค์ให้ใส่ไว้ในพินัยกรรมของผู้ทำพินัยกรรมแก่กรมการอำเภอต่อหน้าพยานสองคนตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1658 (1) แล้ว เมื่อผู้ตายเห็นว่าถูกต้องและลงชื่อในพินัยกรรมโดยมีพยานสองคนลงลายมือชื่อ และนายปรีชาลงชื่อรับรองว่าพินัยกรรมทำถูกต้องตามกฎหมายแล้วประทับตราตำแหน่งไว้เป็นสำคัญ พินัยกรรมดังกล่าวจึงสมบูรณ์เป็นพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมืองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1658 ส่วนที่คู่ฉบับพินัยกรรมไม่มีการประทับตราตำแหน่งไว้ ก็ไม่ทำให้พินัยกรรมที่มีผลสมบูรณ์เสียไปแต่อย่างใด ผู้ร้องเป็นบุคคลที่ผู้ตายกำหนดในพินัยกรรมให้เป็นผู้จัดการมรดกจึงสมควรเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ตามที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัย ฎีกาของผู้คัดค้านข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3536/2560 นายนพดล ริมพนัสสัก ผู้ร้อง นางเตือนใจ กิตติพงษ์อนันต์ ผู้คัดค้าน

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้ร้อง - นายนพดล ริมพนัสสัก · ผู้คัดค้าน - นางเตือนใจ กิตติพงษ์อนันต์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)แก้ว เวศอุไร · ธราธร ศิลปโอสถ · ลาชิต ไชยอนงค์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดธัญบุรี - นางวรรณภร ลิ้มเฉลิมฉัตร · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายวิชาญ พึ่งประสิทธิ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.2690/2559

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2341/2519ฎีกา 6856/2541ฎีกา 1971/2494ฎีกา 3188/2529ฎีกา 6039/2545ฎีกา 789/2515ฎีกา 364/2536ฎีกา 1701/2538ฎีกา 4982/2541ฎีกา 5445/2537ฎีกา 4404/2565ฎีกา 301/2520ฎีกา 5615/2537ฎีกา 6190/2540ฎีกา 3643/2537ฎีกา 963/2544ฎีกา 2058/2520ฎีกา 3068/2539ฎีกา 9151/2539ฎีกา 2755/2565ฎีกา 2074/2529ฎีกา 243/2497ฎีกา 2958/2538ฎีกา 1545/2552
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา