⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4781/2560

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4781/2560

ป.พ.พ. ม.425

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
จำเลยเป็นนายจ้างที่ต้องรับผิดในผลละเมิดที่ลูกจ้างได้กระทำไป แม้ลูกจ้างจะไม่ได้อยู่ในบังคับบัญชาโดยตรง หากจำเลยมีส่วนในการสั่งการหรือควบคุมการกระทำของลูกจ้างนั้น

ย่อคำพิพากษา

แม้จำเลยจะอ้างว่ารถยนต์กระบะบรรทุกเป็นของ บ. เอง ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ บ. เป็นผู้จ่าย ทั้ง บ. ก็ไม่ได้อยู่ในบังคับบัญชาของจำเลย แต่เมื่อรถยนต์กระบะบรรทุกคันเกิดเหตุ ปรากฏชื่อบริษัทของจำเลยอยู่ข้างตัวรถ การที่จำเลยสั่งให้ บ. เข้าไปรับสินค้าโดยใช้รถยนต์กระบะบรรทุกคันดังกล่าว จำเลยจึงเป็นนายจ้างของ บ. ต้องรับผิดกับ บ. ในเหตุละเมิดที่เกิดขึ้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.425

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.425 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 540,285.47 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 27 เมษายน 2555 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 570,676.47 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 540,285.47 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 11 มกราคม 2556) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 7,000 บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ แต่ไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะฟ้องคดีใหม่ภายในบทบัญญัติว่าด้วยอายุความ คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ส่วนที่เกิน 200 บาท ให้แก่จำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองฝ่ายในศาลชั้นต้นและในชั้นอุทธรณ์นอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด ประกอบธุรกิจรับประกันภัย โจทก์รับประกันภัยการขนส่งสินค้าภายในประเทศของบริษัทนิเด็ค ค็อมโปเน็นท์ เทคโนโลยี (ไทยแลนด์) จำกัด เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2555 บริษัทดังกล่าวว่าจ้างจำเลยขนส่งสินค้าประเภทอุปกรณ์ชิ้นส่วนไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์จำนวน 10,300 ชิ้น จากโรงงานที่อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี ไปส่งให้แก่ลูกค้าที่อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง จำเลยสั่งให้นายบรรเจิด ขับรถยนต์กระบะบรรทุก หมายเลขทะเบียน ตห 7127 กรุงเทพมหานคร นำสินค้าดังกล่าวของบริษัทไปส่งให้แก่ลูกค้า แต่ระหว่างทางนายบรรเจิดขับรถยนต์กระบะบรรทุกดังกล่าวโดยใช้ความเร็วสูงในขณะฝนตกถนนลื่น นายบรรเจิดไม่สามารถควบคุมรถได้และรถยนต์กระบะบรรทุกเสียการทรงตัวจึงแล่นชนเสาไฟฟ้าข้างทางที่บริเวณแยกบ้านบึง อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี ทำให้สินค้าที่บรรทุกในรถกระแทกกับตัวรถอย่างรุนแรงได้รับความเสียหายไม่สามารถใช้การได้ทั้งหมด โจทก์ประเมินค่าเสียหายเป็นเงิน 540,285.47 บาท เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2554 โจทก์ได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจำนวนดังกล่าวให้แก่บริษัทนิเด็ค ค็อมโปเน็นท์ เทคโนโลยี (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้เอาประกันภัยไปแล้ว จึงรับช่วงสิทธิมาเรียกค่าเสียหายจากจำเลยให้รับผิดค่าสินไหมทดแทนตามที่โจทก์จ่ายให้แก่ผู้เอาประกันภัยไปเป็นเงิน 540,285.47 บาท แต่จำเลยปฏิเสธความรับผิด โจทก์ฟ้องจำเลยในคดีนี้ที่ศาลจังหวัดชลบุรี โดยศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรับผิดต่อโจทก์ แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยว่า โจทก์มีสิทธิฟ้องขอให้จำเลยรับผิดตามสัญญารับขนที่จำเลยทำสัญญาขนส่งสินค้ากับบริษัทผู้เอาประกันภัยโดยโจทก์มิได้ฟ้องนายบรรเจิดผู้ขับรถกระบะบรรทุกที่ทำให้สินค้าของผู้เอาประกันภัยเสียหายด้วย ดังนั้นโจทก์ต้องฟ้องจำเลยให้รับผิดต่อโจทก์ในฐานะผู้รับช่วงสิทธิจากผู้เอาประกันภัยที่ศาลจังหวัดสระบุรีหรือศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยาซึ่งเป็นภูมิลำเนาจำเลย แต่เมื่อโจทก์ฟ้องจำเลยที่ศาลจังหวัดชลบุรี เป็นการเสนอคำฟ้องผิดเขตอำนาจศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 4 (1) หรือมาตรา 5 จึงพิพากษายกฟ้อง คดีมีปัญหาตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า จำเลยต้องรับผิดต่อโจทก์หรือไม่ เห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงในคดีนี้รับฟังได้แล้วว่า จำเลยเข้าทำสัญญารับจ้างขนสินค้าให้แก่บริษัทนิเด็ค ค็อมโปเน็นท์ เทคโนโลยี (ไทยแลนด์) จำกัด ทั้งโจทก์มีนายกรวิก มาเบิกความยืนยันว่า เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2555 บริษัทนิเด็ค ค็อมโปเน็นท์ เทคโนโลยี (ไทยแลนด์) จำกัด ว่าจ้างให้จำเลยขนส่งสินค้าประเภทอุปกรณ์ชิ้นส่วนไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ 10,300 ชิ้น ไปส่งให้ลูกค้าที่อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง จำเลยจึงได้สั่งการให้นายบรรเจิดนำรถยนต์กระบะบรรทุก หมายเลขทะเบียน ตห 7127 กรุงเทพมหานคร มารับสินค้า มีนายบรรเจิดลงลายมือชื่อรับสินค้า โดยจำเลยก็ไม่ได้นำสืบหักล้างในเรื่องนี้ พยานโจทก์ปากนี้แม้เป็นพนักงานของโจทก์แต่ก็ไม่ปรากฏว่ามีส่วนได้เสียในคดีโดยตรง เชื่อว่าเบิกความตามความเป็นจริง และเมื่อพิจารณารถยนต์กระบะบรรทุกคันเกิดเหตุ ตามภาพถ่ายก็ปรากฏมีชื่อบริษัทของจำเลยอยู่ข้างตัวรถ ดังนั้นการดำเนินการของจำเลยที่สั่งให้นายบรรเจิดเข้าไปรับสินค้าโดยใช้รถยนต์กระบะบรรทุกซึ่งมีชื่อบริษัทของจำเลยติดอยู่ข้างตัวรถจึงมีลักษณะเป็นนายจ้างและลูกจ้างกัน ที่จำเลยอ้างว่ารถยนต์กระบะบรรทุกเป็นของนายบรรเจิดเอง ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ นายบรรเจิดเป็นผู้จ่ายนั้น จำเลยก็มิได้มีหลักฐานมาแสดงให้ปรากฏดังข้อกล่าวอ้าง พยานหลักฐานของจำเลยมีน้ำหนักน้อยกว่าพยานหลักฐานของโจทก์ เชื่อว่าจำเลยเป็นนายจ้างของนายบรรเจิด จำเลยจึงต้องรับผิดต่อโจทก์ อุทธรณ์ข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4781/2560 บริษัทสมโพธิ์ เจแปน นิปปอนโคอะ ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) โจทก์ บริษัทออลเวย์ เอ็กซ์เพรส ทรานสปอร์ต (ประเทศไทย) จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทสมโพธิ์ เจแปน นิปปอนโคอะ ประกันภัย(ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) · จำเลย - บริษัทออลเวย์ เอ็กซ์เพรส ทรานสปอร์ต(ประเทศไทย) จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ศรีอัมพร ศาลิคุปต์ · เกษม เกษมปัญญา · ทวี ประจวบลาภ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดชลบุรี - นายวิสิษฐ์ พุ่มกำพล · ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายยอน พลาบดีวัฒน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพณ.297/2557

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 3041/2522ฎีกา 1087/2517ฎีกา 5712/2533ฎีกา 3208/2528ฎีกา 8203/2538ฎีกา 2424-2426/2520ฎีกา 2501/2526ฎีกา 2399/2523ฎีกา 717/2536ฎีกา 1133/2522ฎีกา 2951/2537ฎีกา 1000/2505ฎีกา 2438/2535ฎีกา 1172/2514ฎีกา 4473/2541ฎีกา 616-617/2518ฎีกา 1145/2512ฎีกา 1951/2519ฎีกา 898/2534ฎีกา 1660/2518ฎีกา 545/2503ฎีกา 801/2521ฎีกา 2499/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา