⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5270/2560

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5270/2560

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของบุคคลที่ร่วมกันกระทำความผิดโดยแบ่งหน้าที่กันทำ แม้จะไม่ได้มีทรัพย์สินที่ผิดกฎหมายไว้ในครอบครองโดยตรง ก็ถือเป็นตัวการร่วมในความผิดนั้น

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 2 ขับรถจักรยานยนต์นำหน้าคอยดูต้นทางให้จำเลยที่ 1 ขับรถกระบะนำเมทแอมเฟตามีนไปส่งลูกค้า แม้เมทแอมเฟตามีนไม่ได้อยู่กับจำเลยที่ 2 ก็เป็นเรื่องข้อจำกัดทางกายภาพที่ต้องแบ่งหน้าที่กัน เมื่อจำเลยที่ 2 รู้ว่าจำเลยที่ 1 ขับรถนำเมทแอมเฟตามีนไปส่งแล้วร่วมมือช่วยเหลือ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการลำเลียงเมทแอมเฟตามีนไปส่งลูกค้าให้สำเร็จและได้รับผลประโยชน์ตอบแทน จำเลยที่ 2 จึงเป็นตัวการร่วมกับจำเลยที่ 1 มิใช่เป็นเพียงผู้สนับสนุน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.86 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.15 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.66

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 58, 83 ริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง นับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษของจำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2065/2557 ของศาลชั้นต้น และบวกโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 805/2557 ของศาลจังหวัดมุกดาหาร เข้ากับโทษของจำเลยที่ 2 ในคดีนี้ จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ โดยจำเลยที่ 1 รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ และจำเลยที่ 2 รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้บวกโทษ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2), 66 วรรคสาม จำคุกตลอดชีวิต และปรับคนละ 2,000,000 บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 คงจำคุกคนละ 25 ปี และปรับคนละ 1,000,000 บาท บวกโทษจำคุก 4 เดือน ของจำเลยที่ 2 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 805/2557 ของศาลจังหวัดมุกดาหาร เข้ากับโทษของจำเลยที่ 2 ในคดีนี้ เป็นจำคุก 25 ปี 4 เดือน และปรับ 1,000,000 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 หากต้องกักขังแทนค่าปรับให้กักขังไม่เกินคนละ 1 ปี ริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง ส่วนที่โจทก์ขอให้นับโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษจำคุกในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2065/2557 ของศาลชั้นต้น ไม่ปรากฏว่าศาลมีคำพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ในคดีดังกล่าวหรือไม่ จึงให้ยกคำขอในส่วนนี้ จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2), 66 วรรคสาม ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 และมาตรา 53 จำคุก 33 ปี 4 เดือน และปรับ 1,333,333.33 บาท ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 16 ปี 8 เดือน และปรับ 666,666.66 บาท บวกโทษจำคุก 4 เดือน ของจำเลยที่ 2 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 805/2557 ของศาลจังหวัดมุกดาหาร เข้ากับโทษของจำเลยที่ 2 ในคดีนี้ เป็นจำคุก 16 ปี 12 เดือน และปรับ 666,666.66 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า จำเลยที่ 2 มีภูมิลำเนาอยู่ตำบลขามป้อม อำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี และได้ความจากทางนำสืบโจทก์ประกอบคำรับสารภาพของจำเลยที่ 2 ว่า จำเลยที่ 2 รับจ้างจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 5,000 บาท ขับรถจักรยานยนต์นำหน้าดูต้นทางให้จำเลยที่ 1 กับพวกขับรถกระบะลำเลียงเมทแอมเฟตามีนของกลางส่งลูกค้า แต่ถูกเจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมเรียกตรวจที่ด่านสกัดบ้านพนมดี ถนนอรุณประเสริฐ ตำบลหนองผือ อำเภอเขมราฐ โดยไม่ทันได้แจ้งให้จำเลยที่ 1 ทราบ และระหว่างนั้นจำเลยที่ 1 ขับรถกระบะนำเมทแอมเฟตามีนเข้ามาที่ด่านดังกล่าวจึงถูกจับกุมได้พร้อมกัน สำหรับปัญหาว่าจำเลยที่ 2 เป็นตัวการร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 1 หรือไม่นั้น ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว เห็นว่า การที่จำเลยที่ 2 ทำหน้าที่ขับรถจักรยานยนต์นำหน้าคอยดูต้นทางให้จำเลยที่ 1 กับพวกขับรถกระบะนำเมทแอมเฟตามีนของกลางไปส่งลูกค้านั้น แสดงว่าจำเลยที่ 2 ต้องรับรู้และร่วมวางแผนกำหนดเส้นทางลำเลียงเมทแอมเฟตามีนด้วย แม้เมทแอมเฟตามีนของกลางไม่ได้อยู่กับจำเลยที่ 2 เพราะอยู่ในรถที่จำเลยที่ 1 ขับ ก็เป็นเรื่องของข้อจำกัดทางกายภาพที่ต้องแบ่งหน้าที่กัน ซึ่งเป็นคนละส่วนกับเจตนา เมื่อจำเลยที่ 2 รู้ว่าจำเลยที่ 1 ขับรถนำเมทแอมเฟตามีนของกลางไปส่งให้แก่ลูกค้าแล้วร่วมมือช่วยเหลือด้วยการขับรถจักรยานยนต์นำหน้าดูต้นทาง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการลำเลียงเมทแอมเฟตามีนไปส่งให้แก่ลูกค้าของจำเลยที่ 1 ให้สำเร็จ และจำเลยที่ 2 ได้รับผลประโยชน์ตอบแทนจากการช่วยดูต้นทางดังกล่าว ต้องถือว่าจำเลยที่ 2 ร่วมมีและลำเลียงเมทแอมเฟตามีนของกลางที่จำเลยที่ 1 มีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายให้แก่ลูกค้า จำเลยที่ 2 จึงเป็นตัวการร่วมกับจำเลยที่ 1 ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าจำเลยที่ 2 เป็นเพียงผู้สนับสนุนการกระทำความผิดของจำเลยที่ 1 นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า สำหรับจำเลยที่ 2 ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5270/2560 พนักงานอัยการจังหวัดอุบลราชธานี โจทก์ นายวิษณุ พงษ์ธนู กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดอุบลราชธานี · จำเลย - นายวิษณุ พงษ์ธนู กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสรี เพศประเสริฐ · กฤษฎิ์จิรัฐ คุณาจิรภรณ์ · พีรศักดิ์ ไวกาสี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอุบลราชธานี - นางสาวสุพัตรา ชาญชิตโสภณ · ศาลอุทธรณ์ - นางมนสิการ ดิษเณร วัชชวัลคุ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.529/2560

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2532ฎีกา 7217/2544ฎีกา 3345/2535ฎีกา 180/2554ฎีกา 2014-2015/2539ฎีกา 593/2510ฎีกา 2182/2567ฎีกา 712/2559ฎีกา 861/2521ฎีกา 619/2513ฎีกา 1888/2548ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1992/2530ฎีกา 4912/2565ฎีกา 1270/2506ฎีกา 6355/2544ฎีกา 3578/2531ฎีกา 1893/2538ฎีกา 5487/2548ฎีกา 3595/2532ฎีกา 2936/2543ฎีกา 5632/2551ฎีกา 1315/2513ฎีกา 3380/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา