⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7394/2561

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7394/2561

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาที่ขัดต่อกฎหมายหรือมติคณะรัฐมนตรีเป็นโมฆะ

ย่อคำพิพากษา

จำเลยซึ่งเป็นผู้ประกอบการผลิตนมจำหน่ายคาดหมายว่าองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) จะซื้อผลิตภัณฑ์นมจากจำเลยและมอบอำนาจให้จำเลยนำไปจำหน่ายให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โรงเรียนเอกชน หรือหน่วยจัดซื้อในนามของ อ.ส.ค. ตามระบบที่เคยกระทำมาก่อน จึงทำสัญญาพิพาทขายสิทธิการจำหน่ายนมดังกล่าวให้โจทก์ล่วงหน้าในลักษณะเป็นคำมั่นที่จำเลยให้โจทก์ไว้ก่อนที่จำเลยจะได้รับสิทธินั้นมาแม้ไม่ขัดต่อ ป.พ.พ. ว่าด้วยการซื้อขายตามบรรพ 3 เอกเทศสัญญา ลักษณะ 1 ซื้อขายก็ตาม แต่ตามสัญญาพิพาทไม่ปรากฏข้อกำหนดหน้าที่ให้โจทก์ต้องทำสัญญาขายนมให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โรงเรียนเอกชน หรือหน่วยจัดซื้อในนามของจำเลยในฐานะตัวแทนของ อ.ส.ค. ไม่มีหลักฐานที่จำเลยมอบอำนาจให้โจทก์ทำสัญญาซื้อขายนมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โรงเรียนเอกชน หรือหน่วยจัดซื้อในฐานะที่โจทก์เป็นตัวแทนของจำเลยมาแสดง มีผลเท่ากับจำเลยไม่ได้ขายนมให้ อ.ส.ค. เพื่อให้ อ.ส.ค. นำไปขายให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โรงเรียนเอกชน หรือหน่วยจัดซื้อ และแม้ต่อมาจำเลยจะได้รับแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนของ อ.ส.ค. ในการจำหน่าย จำเลยก็ไม่ได้ขายนมให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โรงเรียนเอกชน หรือหน่วยจัดซื้อในฐานะตัวแทนของ อ.ส.ค. สัญญาพิพาทจึงเป็นเรื่องที่จำเลยขายสิทธิการจำหน่ายอาหารเสริม (นม) โรงเรียนตามจำนวนที่จำเลยจะได้รับจัดสรรและได้รับมอบหมายจาก อ.ส.ค. ให้เป็นตัวแทนในการจำหน่ายนมดังกล่าวให้แก่โจทก์ เพื่อให้โจทก์นำไปจำหน่ายแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โรงเรียนเอกชน หรือหน่วยจัดซื้อในเขตพื้นที่ที่ อ.ส.ค. กำหนดในนามของโจทก์เอง ขัดต่อมติคณะรัฐมนตรีและระเบียบราชการฝ่ายบริหารที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โรงเรียนเอกชน หรือหน่วยจัดซื้อจะต้องเป็นคู่สัญญาซื้อจาก อ.ส.ค. เพียงรายเดียว ไม่อาจเป็นคู่สัญญาซื้อจากบุคคลอื่นได้และพฤติการณ์ตามทางนำสืบเห็นได้ว่าโจทก์ทราบระเบียบดังกล่าวแล้ว สัญญาซื้อขายระหว่างโจทก์กับจำเลยนอกจากจะเป็นสัญญาที่คณะกรรมการจำเลยในฐานะตัวแทนจำเลยกระทำต่อโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกโดยปราศจากอำนาจ หรือทำนอกเหนือขอบอำนาจขอบวัตถุประสงค์ ข้อบังคับและข้อสัญญาที่จำเลยกระทำกับ อ.ส.ค. ไม่มีผลผูกพันจำเลยซึ่งเป็นตัวการและตัวแทนต่อบุคคลภายนอกตาม ป.พ.พ. มาตรา 823 แล้ว ยังมีวัตถุประสงค์ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนตกเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ. มาตรา 150 ไม่อาจใช้บังคับได้อีกด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยส่งมอบนมแก่โจทก์ตามสัญญาซื้อขายนมพาสเจอร์ไรส์ หากจำเลยไม่สามารถส่งมอบนมให้แก่โจทก์ได้ ให้จำเลยชำระเงินค่าเสียหายจำนวน 111,975,372 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษากลับ ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 6,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 26 มิถุนายน 2558) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ โจทก์และจำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยมีว่า จำเลยต้องรับผิดตามสัญญาซื้อขายต่อโจทก์หรือไม่ เห็นว่า ตามระเบียบข้อบังคับของราชการฝ่ายบริหารตามโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ที่ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโรงเรียนเอกชนหรือหน่วยจัดซื้อต้องซื้อนมจาก อ.ส.ค. ในลักษณะที่ อ.ส.ค. ผูกขาดการขายนมดังกล่าวแต่ผู้เดียว โดยให้ อ.ส.ค. มีอำนาจมอบอำนาจการขายให้ผู้ประกอบการที่ได้รับการคัดเลือกจาก อ.ส.ค. เป็นตัวแทนในการทำสัญญาขายนมที่ อ.ส.ค. ซื้อจากผู้ประกอบการให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โรงเรียนเอกชนหรือหน่วยจัดซื้อในเขตพื้นที่ที่ อ.ส.ค.กำหนด รวมทั้งรับเงินค่านมที่ อ.ส.ค. ต้องชำระแก่ผู้ประกอบการจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โรงเรียนเอกชนหรือหน่วยจัดซื้อแทน อ.ส.ค. นั้น มีผลเท่ากับว่า ด้านหนึ่ง อ.ส.ค. เป็นคู่สัญญาซื้อขายนมกับผู้ประกอบการเพื่อนำไปขายให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โรงเรียนเอกชนหรือหน่วยจัดซื้ออีกด้านหนึ่ง อ.ส.ค. ก็เป็นคู่สัญญาตัวแทนมอบอำนาจให้ผู้ประกอบการเข้าทำสัญญาขายนมที่ อ.ส.ค. ซื้อจากผู้ประกอบการดังกล่าวกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โรงเรียนเอกชนหรือหน่วยจัดซื้อ และรับเงินค่านมที่ อ.ส.ค. จะต้องชำระแก่ผู้ประกอบการ จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โรงเรียนเอกชนหรือหน่วยจัดซื้อโดยตรงแทน อ.ส.ค. ทับซ้อนกัน โดย อ.ส.ค. ไม่เอาผลกำไรจากการซื้อนมของผู้ประกอบการไปจำหน่ายดังกล่าว การที่จำเลยซึ่งเป็นผู้ประกอบการผลิตนมจำหน่าย คาดหมายว่า อ.ส.ค. จะซื้อผลิตภัณฑ์นมจากจำเลยและมอบอำนาจให้จำเลยนำไปจำหน่ายให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โรงเรียนเอกชนหรือหน่วยจัดซื้อในนามของ อ.ส.ค. ตามระบบที่เคยกระทำมาก่อน จึงทำสัญญาขายสิทธิการจำหน่ายนมดังกล่าวให้โจทก์ล่วงหน้าในลักษณะเป็นคำมั่นที่จำเลยให้โจทก์ไว้ก่อนที่จำเลยจะได้รับสิทธินั้นมา แม้ไม่ขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยการซื้อขายตามบรรพ 3 เอกเทศสัญญา ลักษณะ 1 ซื้อขายก็ตาม แต่ตามข้อสัญญาดังกล่าว ไม่ปรากฏว่ามีข้อกำหนดหน้าที่ให้โจทก์ต้องทำสัญญาขายนมให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โรงเรียนเอกชนหรือหน่วยจัดซื้อในนามของจำเลยในฐานะตัวแทนของ อ.ส.ค. ไม่มีหลักฐานที่จำเลยมอบอำนาจให้โจทก์ทำสัญญาซื้อขายนมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โรงเรียนเอกชนหรือหน่วยจัดซื้อในฐานะที่โจทก์เป็นตัวแทนของจำเลยมาแสดง มีผลเท่ากับจำเลยไม่ได้ขายนมให้ อ.ส.ค. เพื่อให้ อ.ส.ค. นำไปขายให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โรงเรียนเอกชนหรือหน่วยจัดซื้อ และแม้ต่อมาจำเลยจะได้รับแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนของ อ.ส.ค. ในการจำหน่าย จำเลยก็ไม่ได้ขายนมให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โรงเรียนเอกชนหรือหน่วยจัดซื้อในฐานะตัวแทนของ อ.ส.ค. สัญญาซื้อขายจึงเป็นเรื่องที่จำเลยทำสัญญาขายสิทธิการจำหน่ายนมตามจำนวนที่จำเลยจะได้รับจัดสรรและได้รับมอบหมายจาก อ.ส.ค. ให้เป็นตัวแทนในการจำหน่ายนมดังกล่าวให้แก่โจทก์ เพื่อให้โจทก์นำไปจำหน่ายแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โรงเรียนเอกชนหรือหน่วยจัดซื้อในเขตพื้นที่ที่ อ.ส.ค. กำหนดในนามของโจทก์เอง ขัดต่อมติคณะรัฐมนตรีและระเบียบราชการฝ่ายบริหาร ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โรงเรียนเอกชนหรือหน่วยจัดซื้อจะต้องเป็นคู่สัญญาซื้อจาก อ.ส.ค. เพียงรายเดียว ไม่อาจเป็นคู่สัญญาซื้อจากบุคคลอื่นได้และพฤติการณ์ตามทางนำสืบของโจทก์จำเลยก็เห็นได้ว่าโจทก์ได้รับทราบระเบียบข้อบังคับดังกล่าวแล้ว สัญญาซื้อขายจึงนอกจากจะเป็นสัญญาที่คณะกรรมการจำเลยชุดที่ 28 ในฐานะตัวแทนจำเลยจะกระทำต่อโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกโดยปราศจากอำนาจหรือทำนอกเหนือขอบอำนาจขอบวัตถุประสงค์ข้อบังคับและข้อสัญญาที่จำเลยกระทำกับ อ.ส.ค. ไม่มีผลผูกพันจำเลยซึ่งเป็นตัวการตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ลักษณะ 15 ตัวแทน หมวด 4 ความรับผิดของตัวการและตัวแทนต่อบุคคลภายนอก มาตรา 823 แล้ว ยังมีวัตถุประสงค์ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ลักษณะ 4 นิติกรรม หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป มาตรา 150 ไม่อาจใช้บังคับได้อีกด้วย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 วินิจฉัยว่าจำเลยผิดสัญญาต้องชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น คดีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาโจทก์ว่าจำเลยต้องรับผิดต่อโจทก์เพียงใดอีกต่อไปพิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7394/2561 บริษัท ม. โจทก์ สหกรณ์โคนม ก. จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท ม. · จำเลย - สหกรณ์โคนม ก.
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสรี เพศประเสริฐ · พีรศักดิ์ ไวกาสี · ปรัชญา โกไศยกานนท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครปฐม - นายพิษณุ ทิพย์รอด · ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายวิเชียร ดิเรกอุดมศักดิ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.3156/2560
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา