คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2629/2562
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การปิดหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องต้องปิดไว้ในที่ที่เห็นได้ง่าย ณ ภูมิลำเนาหรือสำนักทำการงานของจำเลย หากไม่ปฏิบัติตาม กระบวนพิจารณาที่เกิดขึ้นภายหลังการส่งหมายนั้นย่อมไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
การปิดหมาย เจ้าพนักงานศาลผู้ส่งต้องปิดหมายไว้ในที่แลเห็นได้ง่าย ณ ภูมิลำเนาหรือสำนักทำการงานของจำเลย การที่ผู้ส่งหมายเพียงแต่วางหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องไว้ที่โต๊ะของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยบริเวณชั้นล่างของอาคารที่จำเลยมีสำนักงานอยู่ที่ชั้น 5 จึงไม่ชอบ กระบวนพิจารณาตั้งแต่การส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องและภายหลังแต่นั้นมาย่อมไม่ชอบและไม่มีผลตามกฎหมาย ศาลชั้นต้นต้องดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องบังคับจำเลยชำระเงินตามเช็คพร้อมดอกเบี้ยคำนวณถึงวันฟ้องเป็นเงิน 3,283,660 บาท และดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 3,222,253 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีโจทก์ไปฝ่ายเดียวแล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 3,283,660 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 3,222,253 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 29 มิถุนายน 2558) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท
จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่
โจทก์ไม่ยื่นคำคัดค้าน
ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยมีสิทธิขอให้พิจารณาคดีใหม่ได้หรือไม่ เห็นว่า คดีนี้ได้ความตามทางไต่สวนและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์โดยไม่มีคู่ความโต้แย้งคัดค้านว่า การส่งหมายเรียกให้ยื่นคำให้การและสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลยเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2558 เป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากในการส่งหมายด้วยวิธีปิดหมาย เจ้าพนักงานศาลผู้ส่งหมายจะต้องจัดการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 79 วรรคหนึ่ง ด้วยการปิดหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องไว้ในที่แลเห็นได้ง่าย ณ ภูมิลำเนาหรือสำนักทำการงานของจำเลย แต่ปรากฏว่าเจ้าพนักงานศาลผู้ส่งหมายเพียงแต่วางหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องไว้ที่โต๊ะของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยบริเวณชั้นล่างของอาคารที่จำเลยมีสำนักงานอยู่ที่ชั้น 5 ซึ่งเมื่อการส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องไม่ชอบดังกล่าว ต้องถือว่าศาลชั้นต้นยังไม่ได้ส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลย กระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นตั้งแต่การส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลยและภายหลังแต่นั้นมาย่อมไม่ชอบและไม่มีผลตามกฎหมาย ปัญหานี้เป็นกรณีที่มิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งในข้อที่มุ่งหมายจะยังให้การเป็นไปด้วยความยุติธรรมและเป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลชั้นต้นจะต้องดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ ฎีกาของจำเลยฟังขึ้นและคดีไม่จำต้องวินิจฉัยในปัญหาข้ออื่นตามฎีกาของจำเลยต่อไป
พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาส่งหมายเรียกให้ยื่นคำให้การและสำเนาคำฟ้องแก่จำเลยและพิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2629/2562
นาย จ. โจทก์
นาย บ. จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นาย จ. · จำเลย - นาย บ. |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ภาวนา สุคันธวณิช · สมยศ เข็มทอง · ภานุวัฒน์ ศุภะพันธุ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายเฉลิมชัย หิรัญญะสิริ · ศาลอุทธรณ์ - นายประพาฬ อนมาน |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
| หมายเลขคดีดำ | พ.440/2561 |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา