⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2774/2565

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2774/2565

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลที่จำต้องมีคำวินิจฉัยของศาลก่อนที่การบังคับคดีจะได้ดำเนินไปโดยครบถ้วนและถูกต้อง ให้เสนอต่อศาลที่ได้พิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีในชั้นต้น

ย่อคำพิพากษา

กรณีที่จำเลยจำนองที่ดินเป็นหลักประกันเดียวกับหนี้ของจำเลยที่มีต่อโจทก์เดียวกันและโจทก์ยื่นฟ้องให้จำเลยชำระหนี้ต่อศาลจังหวัดกาฬสินธุ์และศาลแขวงขอนแก่น เมื่อปรากฏว่าศาลจังหวัดกาฬสินธุ์เป็นศาลที่มีคำพิพากษาและออกหมายบังคับคดี แม้ทรัพย์จำนองจะตั้งอยู่ที่จังหวัดขอนแก่นและเจ้าพนักงานบังคับคดีจังหวัดกาฬสินธุ์มีหนังสือขอให้ศาลจังหวัดขอนแก่นออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์และทำการขายทอดตลาดแทน และต่อมาศาลแขวงมีคำพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้หากไม่พอชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาด โจทก์ต้องยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดต่อศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ และศาลจังหวัดกาฬสินธุ์มีอำนาจพิจารณา ทำคำวินิจฉัยชี้ขาดคำร้องขอเพิกถอนการขายทอดตลาดตาม ป.วิ.พ. มาตรา 7 (2) ที่บัญญัติว่า "คำฟ้องหรือคำร้องขอที่เสนอเกี่ยวเนื่องกับการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลซึ่งคำฟ้องหรือคำร้องขอนั้นจำต้องมีคำวินิจฉัยของศาลก่อนที่การบังคับคดีจะได้ดำเนินไปได้โดยครบถ้วนและถูกต้องนั้น ให้เสนอต่อศาลที่กำหนดไว้ในมาตรา 271" และมาตรา 271 บัญญัติให้ ศาลที่มีอำนาจในการบังคับคดีซึ่งมีอำนาจกำหนดวิธีการบังคับคดีตามมาตรา 276 และมีอำนาจทำคำวินิจฉัยชี้ขาดหรือทำคำสั่งในเรื่องใดอันเกี่ยวด้วยการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง คือศาลที่ได้พิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีในชั้นต้น คือศาลจังหวัดกาฬสินธุ์เพราะขณะมีการยึดทรัพย์คดีนี้ศาลแขวงขอนแก่นยังมิได้มีคำพิพากษา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.7 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.271 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.276

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์และผู้ร้องซึ่งเป็นบุคคลคนเดียวกันเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลยจำนวน 2 คดี คือคดีนี้และคดีหมายเลขแดงที่ ผบ.2941/2561 ของศาลแขวงขอนแก่น แต่จำเลยไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษาคดีนี้ วันที่ 28 มิถุนายน 2560 ผู้ร้องนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์จำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 252403 พร้อมสิ่งปลูกสร้างเพื่อขายทอดตลาด วันที่ 26 กันยายน 2561 เจ้าพนักงานบังคับคดีจังหวัดขอนแก่นขายทอดตลาดที่ดินแปลงดังกล่าวพร้อมสิ่งปลูกสร้างไปในราคา 2,290,000 บาท ต่อมาวันที่ 23 กันยายน 2562 ผู้ร้องมายื่นคำร้องเป็นคดีนี้ เพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดีดังกล่าว ผู้คัดค้านที่ 1 และที่ 2 ซึ่งเป็นผู้ซื้อทรัพย์ยื่นคำคัดค้าน ศาลชั้นต้นเห็นว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 252403 พร้อมสิ่งปลูกสร้าง เจ้าพนักงานบังคับคดีจังหวัดขอนแก่นยึดไว้ในคดีหมายเลขแดงที่ ผบ.2941/2561 ของศาลแขวงขอนแก่น ศาลแขวงขอนแก่นจึงเป็นศาลที่มีอำนาจพิจารณาชี้ขาดตัดสินคดี ศาลนี้ไม่มีอำนาจวินิจฉัยคำร้อง ให้ยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 แผนกคดีผู้บริโภคพิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ผู้ร้องฎีกา โดยศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภคอนุญาตให้ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภควินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในสำนวนได้ความว่า โจทก์หรือผู้ร้องกับจำเลยในคดีนี้และคดีหมายเลขแดงที่ ผบ.2941/2561 ของศาลแขวงขอนแก่น เป็นคู่ความรายเดียวกัน เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2559 ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 4,339,396.43 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 4,079,075.47 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 21 มีนาคม 2559) จนกว่าจะชำระเสร็จ หากไม่ชำระให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 252403 พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ ถ้าไม่พอชำระให้บังคับจากทรัพย์สินอื่นของจำเลยชำระหนี้จนครบ แต่จำเลยไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษา เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2560 โจทก์ยื่นคำขอออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีต่อศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นมีคำสั่งออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีตามขอ วันที่ 27 มิถุนายน 2560 ผู้แทนโจทก์คดีนี้ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 252403 พร้อมสิ่งปลูกสร้าง ในวันเดียวกันเจ้าพนักงานบังคับคดี สำนักงานบังคับคดีจังหวัดกาฬสินธุ์มีหนังสือขอให้ศาลจังหวัดขอนแก่นออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี สำนักงานบังคับคดีจังหวัดขอนแก่นยึดทรัพย์และทำการขายทอดตลาดทรัพย์แทนเจ้าพนักงานบังคับคดี สำนักงานบังคับคดีจังหวัดกาฬสินธุ์ วันที่ 28 มิถุนายน 2560 เจ้าพนักงานบังคับคดี สำนักงานบังคับคดีจังหวัดขอนแก่นยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าว ต่อมาเจ้าพนักงานบังคับคดี สำนักงานบังคับคดีจังหวัดขอนแก่นประกาศขายทอดตลาดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าว 2 ครั้ง เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2561 ผู้คัดค้านที่ 2 ซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดได้ ต่อมาผู้คัดค้านที่ 2 ขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวให้แก่ผู้คัดค้านที่ 1 มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์หรือผู้ร้องที่ได้รับอนุญาตให้ฎีกาว่า ผู้ร้องมีอำนาจยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดต่อศาลชั้นต้นหรือไม่ เห็นว่า หลังจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา จำเลยไม่ชำระหนี้ ผู้ร้องซึ่งเป็นโจทก์คดีนี้ยื่นคำขอออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีต่อศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นมีคำสั่งออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีตามขอ วันที่ 27 มิถุนายน 2560 ผู้แทนโจทก์คดีนี้ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 252403 พร้อมสิ่งปลูกสร้าง วันที่ 28 มิถุนายน 2560 เจ้าพนักงานบังคับคดี สำนักงานบังคับคดีจังหวัดขอนแก่นยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวแทนเจ้าพนักงานบังคับคดี สำนักงานบังคับคดีจังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 7 (2) บัญญัติว่า "คำฟ้องหรือคำร้องขอที่เสนอเกี่ยวเนื่องกับการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลซึ่งคำฟ้องหรือคำร้องขอนั้นจำต้องมีคำวินิจฉัยของศาลก่อนที่การบังคับคดีจะได้ดำเนินไปได้โดยครบถ้วนและถูกต้องนั้น ให้เสนอต่อศาลที่กำหนดไว้ในมาตรา 271" และมาตรา 271 บัญญัติให้ ศาลที่มีอำนาจในการบังคับคดีซึ่งมีอำนาจกำหนดวิธีการบังคับคดีตามมาตรา 276 และมีอำนาจทำคำวินิจฉัยชี้ขาดหรือทำคำสั่งในเรื่องใด ๆ อันเกี่ยวด้วยการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง คือศาลที่ได้พิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีในชั้นต้น ดังนี้ เมื่อศาลที่ได้พิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีในชั้นต้นรวมทั้งมีอำนาจบังคับคดีและออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 252403 พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาด คือศาลชั้นต้น ผู้ร้องจึงมีอำนาจยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดต่อศาลชั้นต้น ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 วินิจฉัยว่าที่ดินโฉนดเลขที่ 252403 พร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยถูกยึดไว้และขายทอดตลาดตามคำพิพากษาของศาลแขวงขอนแก่น ศาลแขวงขอนแก่นจึงเป็นศาลที่มีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดในเรื่องใด ๆ อันเกี่ยวกับการบังคับคดีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวของจำเลย โจทก์ชอบที่จะยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดต่อศาลแขวงขอนแก่นไม่ใช่ศาลชั้นต้นนั้นเป็นการวินิจฉัยที่คลาดเคลื่อนเพราะที่ดินโฉนดเลขที่ 252403 พร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยมิได้ถูกยึดและขายทอดตลาดตามคำพิพากษาของศาลแขวงขอนแก่น ขณะมีการยึดทรัพย์คดีนี้เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2560 คดีหมายเลขแดงที่ ผบ.2941/2561 ศาลแขวงขอนแก่นยังมิได้มีคำพิพากษา โดยศาลแขวงขอนแก่นมีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2561 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นที่ยกคำร้อง ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อย่างไรก็ตาม คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องโดยมิได้ไต่สวนคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาด ศาลฎีกาจึงต้องย้อนสำนวนให้ศาลชั้นต้นไต่สวนและมีคำสั่งหรือคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดี พิพากษายกคำสั่งของศาลชั้นต้น และคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 4 ให้ศาลชั้นต้นไต่สวนข้อเท็จจริงตามคำร้องของผู้ร้องและผู้คัดค้านทั้งสองแล้วมีคำสั่งหรือคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำสั่งหรือคำพิพากษาใหม่ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2774/2565 ธนาคาร ก. โจทก์ ธนาคาร ก. ผู้ร้อง นางสาว ณ กับพวก ผู้คัดค้าน นางสาว อ. จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคาร ก. · ผู้ร้อง - ธนาคาร ก. · ผู้คัดค้าน - นางสาว ณ กับพวก · จำเลย - นางสาว อ.
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชนากานต์ ธีรเวชพลกุล · ประทีป อ่าววิจิตรกุล · ธีรวัฒน์ ไตรวารี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ - นางสรินทิพย ทรงศิริศิลป์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นายไตรรัตน์ แก้วศรีนวล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำผบ.(พ)90/2565

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1411/2513ฎีกา 1506/2542ฎีกา 171/2513ฎีกา 6789/2541ฎีกา 5610/2548ฎีกา 5801/2538ฎีกา 3808/2526ฎีกา 3581/2538ฎีกา 6193/2551ฎีกา 945/2504ฎีกา 1368/2510ฎีกา 616-617/2490ฎีกา 1388/2500ฎีกา 1649/2498ฎีกา 3781/2545ฎีกา 684/2488ฎีกา 1763/2551ฎีกา 1427/2514ฎีกา 403/2530ฎีกา 1897/2512ฎีกา 1646/2519ฎีกา 39/2524ฎีกา 161/2507ฎีกา 1818/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา