⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4523/2565

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4523/2565

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากทรัพย์จำนองมีราคาประเมินไม่เพียงพอที่จะชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์ย่อมมีสิทธินำยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยเพิ่มเติมได้ โดยไม่จำต้องรอให้การขายทอดตลาดทรัพย์จำนองเสร็จสิ้นก่อน

ย่อคำพิพากษา

แม้การบังคับคดีตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 กำหนดให้ต้องบังคับเอาแก่ทรัพย์จำนองก่อน หากไม่ครบจำนวนหนี้จึงจะบังคับเอาแก่ทรัพย์สินอื่นได้ก็ตาม แต่ทรัพย์จำนองมีราคาประเมินไม่เพียงพอที่จะชำระหนี้ตามคำพิพากษาได้ ประกอบกับเหตุที่การขายทอดตลาดทรัพย์จำนองยังไม่เสร็จสิ้นนั้น มิใช่เกิดจากความผิดของโจทก์ ดังนั้น การยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยไว้ก่อน แต่ห้ามนำออกขายทอดตลาดจนกว่าจะมีการขายทอดตลาดทรัพย์จำนองและได้เงินไม่พอชำระหนี้ให้แก่โจทก์ครบถ้วนจึงค่อยนำที่ดินดังกล่าวออกขายทอดตลาด ซึ่งไม่ขัดต่อขั้นตอนการบังคับคดี และน่าจะเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย หาทำให้เกิดความเสียหายแก่จำเลยแต่ฝ่ายเดียวไม่ โจทก์จึงมีสิทธินำยึดที่ดินดังกล่าวของจำเลยเพิ่มเติมได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.23 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.274

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 3,173,744.38 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 2,890,685.58 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 25 กรกฎาคม 2551) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากไม่ชำระหนี้ให้ครบถ้วน ให้ยึดทรัพย์จำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 111510 ออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระแก่โจทก์ หากได้เงินไม่พอชำระหนี้ ให้บังคับคดีเอาจากทรัพย์สินอื่นของจำเลยจนครบ ต่อมาบริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ยื่นคำร้องขอสวมสิทธิเป็นเจ้าหนี้แทนโจทก์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต โจทก์ขอหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดและอยู่ระหว่างการขายทอดตลาด โจทก์ยื่นคำร้องขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 175462 และ 175464 พร้อมสิ่งปลูกสร้างซึ่งเป็นทรัพย์อื่นของจำเลย เจ้าพนักงานบังคับคดีมีคำสั่งยกคำร้อง โจทก์ยื่นคำร้องคัดค้านคำสั่งเจ้าพนักงานบังคับคดีต่อศาลชั้นต้น ขอให้มีคำสั่งอนุญาตให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 175462 และ 175464 พร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลย และอนุญาตให้ขยายระยะเวลาบังคับคดี ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า การบังคับคดีต้องปฏิบัติตามคำพิพากษาตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ในคำพิพากษา เมื่อยังไม่มีการขายทอดตลาดทรัพย์จำนอง จึงยังไม่อาจทราบได้ว่าเมื่อขายแล้วจะพอชำระหนี้หรือไม่ ซึ่งหากได้ราคาเพียงพอก็ไม่จำต้องยึดทรัพย์สินอื่น คำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดีจึงชอบแล้ว ส่วนคำขอขยายระยะเวลาในการบังคับคดีนั้น ไม่ใช่เหตุตามกฎหมายที่จะขอขยายได้ ให้ยกคำร้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์มีสิทธินำยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 175462 และ 175464 พร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยเพิ่มเติมหรือไม่ และสมควรขยายระยะเวลาบังคับคดีของโจทก์ออกไปหรือไม่ เห็นว่า แม้การบังคับคดีตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 กำหนดให้ต้องบังคับเอาแก่ทรัพย์จำนองก่อน หากไม่ครบจำนวนหนี้จึงจะบังคับเอาแก่ทรัพย์สินอันได้ก็ตาม แต่ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า วันที่ 25 กรกฎาคม 2551 โจทก์ฟ้องจำเลยให้ชำระหนี้ตามสัญญากู้ยืมและจำนอง ต้นเงิน 2,890,685.58 บาท วันที่ 18 พฤศจิกายน 2552 ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 3,173,744.38 บาท ต่อมาศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2554 จากนั้นวันที่ 4 เมษายน 2554 ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ผู้ร้องเข้าสวมสิทธิเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในคดีนี้แทนโจทก์ เจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์จำนอง โดยเจ้าหนี้รายอื่นตั้งแต่วันที่ 27 กันยายน 2554 คดีนี้ไม่มีการไต่สวนและไม่มีรายงานข้อเท็จจริงของเจ้าพนักงานบังคับคดีว่าเหตุใดจึงไม่มีการขายทอดตลาด หลังจากนั้นวันที่ 21 กันยายน 2555 โจทก์ขอให้ศาลชั้นต้นออกคำบังคับและมีการส่งคำบังคับให้แก่จำเลยโดยวิธีปิดคำบังคับวันที่ 6 ตุลาคม 2555 ต่อมาวันที่ 20 พฤศจิกายน 2555 โจทก์ขอให้ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดี ถือได้ว่าโจทก์ขอให้บังคับคดีแก่ทรัพย์จำนองภายในกำหนดระยะเวลาการบังคับคดีแล้วและกรณียังไม่พอฟังว่าโจทก์ปล่อยปละละเลยไม่รีบดำเนินการบังคับคดีให้เสร็จสิ้น ข้อเท็จจริงปรากฏตามคำร้องของโจทก์ฉบับลงวันที่ 11 ธันวาคม 2562 ว่าจำเลยมีหนี้ค้างชำระคิดถึงวันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 เป็นเงิน 7,949,315.17 บาท ขณะทรัพย์จำนองมีราคาประเมิน 2,680,000 บาท ทรัพย์จำนองจึงมีราคาประเมินไม่เพียงพอที่จะชำระหนี้ตามคำพิพากษาได้ ประกอบกับเหตุที่การขายทอดตลาดทรัพย์จำนองยังไม่เสร็จสิ้นนั้น มิใช่เกิดจากความผิดของโจทก์ ดังนั้นการยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 175462 และ 175464 พร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยไว้ก่อน แต่ห้ามนำทรัพย์สินดังกล่าวออกขายทอดตลาดจนกว่าจะมีการขายทอดตลาดทรัพย์จำนองและได้เงินไม่พอชำระหนี้ให้แก่โจทก์ครบถ้วนเสียก่อนจึงค่อยนำที่ดินดังกล่าวออกขายทอดตลาด ซึ่งไม่ขัดต่อขั้นตอนการบังคับคดี และน่าจะเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย หาทำให้เกิดความเสียหายแก่จำเลยแต่ฝ่ายเดียว โจทก์จึงมีสิทธินำยึดที่ดินของจำเลยเพิ่มเติมได้ ส่วนที่โจทก์ขอขยายระยะเวลาบังคับคดีออกไปนั้น ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ซึ่งเป็นศาลชั้นที่สุดวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2554 โจทก์ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาบังคับคดีวันที่ 11 ธันวาคม 2562 ก่อนสิ้นระยะเวลาบังคับคดีตามกฎหมาย ถือได้ว่ามีพฤติการณ์พิเศษตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 เห็นสมควรขยายระยะเวลาการบังคับคดีให้โจทก์ออกไปอีก 180 วัน นับแต่วันอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้คู่ความฟัง ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งไม่อนุญาตให้โจทก์ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยเพิ่มเติมและไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาในการบังคับคดีนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้ขยายระยะเวลาการบังคับคดีให้โจทก์ 180 วัน นับแต่วันอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้คู่ความฟัง ให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 175462 และ 175464 พร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยตามคำขอยึดทรัพย์ของโจทก์ลงวันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 แต่ให้รอการขายไว้ก่อนจนกว่าการขายทรัพย์จำนองเสร็จสิ้นและได้เงินไม่พอชำระหนี้จึงอนุญาตให้นำที่ดินที่ยึดไว้ดังกล่าวนี้ออกขาย ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4523/2565 ธนาคาร ท. โดยบริษัทบริหารสินทรัพย์ ก. ผู้เข้าสวมสิทธิเป็นคู่ความแทน โจทก์ นาย ช. จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคาร ท. โดยบริษัทบริหารสินทรัพย์ ก. ผู้เข้าสวมสิทธิเป็นคู่ความแทน · จำเลย - นาย ช.
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เอกวิทย์ วัชชวัลคุ · ทวีศักดิ์ อุนนาทรรัตนกุล · ขจรศักดิ์ บุญเกษม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดธัญบุรี - นายชัยวัฒน์ ยัพวัฒนพันธ์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายศิริศักดิ์ เหมาะทอง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.491/2565

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4748/2540ฎีกา 650/2554ฎีกา 695/2509ฎีกา 3001/2568ฎีกา 23/2522ฎีกา 3452/2548ฎีกา 9140/2544ฎีกา 786/2497ฎีกา 4082/2543ฎีกา 2651/2534ฎีกา 4002/2539ฎีกา 2752/2548ฎีกา 555/2506ฎีกา 1779-1780/2509ฎีกา 1337/2503ฎีกา 4903/2548ฎีกา 7013/2543ฎีกา 523/2513ฎีกา 2785/2539ฎีกา 6468/2549ฎีกา 6322/2537ฎีกา 2238-2240/2548ฎีกา 3736/2531ฎีกา 958/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา