⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1343/2567

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1343/2567

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
อายุความฟ้องคดีอาญาให้พิจารณาจากระวางโทษสูงสุดตามที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดที่ถูกฟ้องเป็นหลัก มิใช่พิจารณาจากโทษที่ศาลกำหนด หรือกฎหมายที่ใช้ภายหลังการกระทำความผิดซึ่งอาจเป็นคุณแก่จำเลยมากกว่า.

ย่อคำพิพากษา

ระวางโทษที่จะนำมาพิจารณาอายุความฟ้องผู้กระทำความผิดตามที่กำหนดไว้ใน ป.อ. มาตรา 95 นั้นถือระวางโทษสูงสุดสำหรับความผิดที่โจทก์ฟ้องเป็นหลัก มิใช่ถือตามโทษที่ศาลกำหนด คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องว่า เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2554 เวลากลางคืนหลังเที่ยง จำเลยเสพเมทแอมเฟตามีน อันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย และมีคำขอให้ลงโทษตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 91 ซึ่งระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงสามปี หรือปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ กรณีนี้เมื่อมีระวางโทษจำคุกขั้นสูงถึงสามปี จึงมีอายุความตาม ป.อ. มาตรา 95 (3) คือ 10 ปี นับแต่วันที่กระทำความผิด เมื่อโจทก์นำคดีมาฟ้องในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2564 จึงอยู่ในระยะเวลา 10 ปี นับแต่วันกระทำความผิด คดีโจทก์ไม่ขาดอายุความ ส่วนที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยตาม ป.ยาเสพติด มาตรา 162 ซึ่งมีระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ อันเป็นกฎหมายที่ใช้ในภายหลังการกระทำความผิด นั้น เป็นการที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าระหว่างกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิดกับกฎหมายที่ใช้ในภายหลังการกระทำความผิดอย่างใดเป็นคุณแก่จำเลยมากกว่ากัน แล้วใช้กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณบังคับแก่จำเลยตาม ป.อ. มาตรา 3 ซึ่งหาทำให้อายุความในคดีนี้เปลี่ยนแปลงไปไม่ คดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ป.ยาเสพติด ม.162 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.162 ประมวลกฎหมายอาญา ม.3 ประมวลกฎหมายอาญา ม.95 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.91

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 57, 91 จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 57, 91 จำคุก 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 104, 162 จำคุก 2 เดือน ลดโทษกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 เดือน จำเลยฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดียาเสพติดวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยข้อแรกว่า คดีโจทก์ขาดอายุความแล้วหรือไม่ ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่า ระวางโทษที่จะนำมาพิจารณาอายุความฟ้องผู้กระทำความผิดตามที่กำหนดไว้ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 95 นั้นถือระวางโทษสูงสุดสำหรับความผิดที่โจทก์ฟ้องเป็นหลัก มิใช่ถือตามโทษที่ศาลกำหนด คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องว่า เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2554 เวลากลางคืนหลังเที่ยง จำเลยเสพเมทแอมเฟตามีน อันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย และมีคำขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 91 ซึ่งระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงสามปี หรือปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ กรณีนี้เมื่อมีระวางโทษจำคุกขั้นสูงถึงสามปี จึงมีอายุความตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 95 (3) คือ 10 ปี นับแต่วันที่กระทำความผิด เมื่อโจทก์นำคดีมาฟ้องในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2564 จึงอยู่ในระยะเวลา 10 ปี นับแต่วันกระทำความผิด คดีโจทก์ไม่ขาดอายุความ ส่วนที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 162 ซึ่งมีระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ อันเป็นกฎหมายที่ใช้ในภายหลังการกระทำความผิด นั้น เป็นการที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าระหว่างกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิดกับกฎหมายที่ใช้ในภายหลังการกระทำความผิดอย่างใดเป็นคุณแก่จำเลยมากกว่ากัน แล้วใช้กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณบังคับแก่จำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 ซึ่งหาทำให้อายุความในคดีนี้เปลี่ยนแปลงไปไม่ คดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยข้อต่อไปมีว่า สมควรลงโทษปรับสถานเดียวหรือไม่ เห็นว่า แม้จำเลยจะกระทำความผิดคดีนี้เพียงแค่เสพเมทแอมเฟตามีน แต่ต่อมาจำเลยได้กระทำความผิดและถูกฟ้องฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนและฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย พฤติการณ์แห่งคดียังไม่สมควรลงโทษปรับสถานเดียว ที่ศาลอุทธรณ์ไม่ลงโทษปรับสถานเดียวมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1343/2567 พนักงานอัยการคดีศาลแขวงตรัง โจทก์ นาย ศ. จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการคดีศาลแขวงตรัง · จำเลย - นาย ศ.
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปฏิญญา สูตรสุวรรณ · เชด กวีบริบูรณ์ · ธีระศักดิ์ วริวงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงตรัง - นายทรงศักดิ์ สังเศษ · ศาลอุทธรณ์ - นายบุญไชย ธนาพันธ์สิน
แหล่งที่มาสรรหาฎีกาเด็ด
หมายเลขคดีดำยช.4008/2565

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2246/2520ฎีกา 7217/2544ฎีกา 5414/2536ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2176/2543ฎีกา 1826/2547ฎีกา 3948/2566ฎีกา 5494/2534ฎีกา 198/2564ฎีกา 1069/2547ฎีกา 1502/2518ฎีกา 2841/2555ฎีกา 51/2502ฎีกา 11/2539ฎีกา 6553/2547ฎีกา 2205/2537ฎีกา 2269/2538ฎีกา 7802/2538ฎีกา 12696/2553ฎีกา 1727/2539ฎีกา 4085/2559ฎีกา 3374/2566ฎีกา 6987/2540ฎีกา 73/2567
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สรรหาฎีกาเด็ด