⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3639/2568

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3639/2568

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การซื้อขายสลากกินแบ่งรัฐบาลในราคาเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ถือเป็นการกระทำที่มีวัตถุประสงค์ต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย ผู้ซื้อที่ทราบถึงการกระทำดังกล่าวและยังคงซื้อ ถือว่าไม่ได้กระทำโดยสุจริต และไม่มีอำนาจฟ้องในฐานะผู้เสียหายโดยนิตินัย

ย่อคำพิพากษา

การที่โจทก์ตกลงสั่งจองหรือสั่งซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลที่จำเลยที่ 1 กับพวกประกาศขายพร้อมทั้งแจ้งราคาขายทางไลน์กลุ่ม 60 ก้อน ก้อนละ 200 ฉบับ รวม 12,000 ฉบับ ราคาฉบับละ 82.50 บาท เป็นเงิน 990,000 บาท และโจทก์โอนเงิน 990,000 บาท ไปยังบัญชีเงินฝากธนาคารของจำเลยที่ 2 เพื่อชำระค่าสลากกินแบ่งรัฐบาลดังกล่าว และยังตกลงสั่งจองหรือสั่งซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลที่จำเลยที่ 1 กับพวกประกาศขายพร้อมทั้งแจ้งราคาทางกลุ่มไลน์กลุ่มอีก 65 ก้อน ก้อนละ 200 ฉบับ รวม 13,000 ฉบับ ราคาฉบับละ 83 บาทเป็นเงิน 1,079,000 บาท และโจทก์โอนเงิน 1,079,000 บาท ไปยังบัญชีเงินฝากธนาคารของจำเลยที่ 4 เพื่อชำระค่าสลากกินแบ่งรัฐบาลดังกล่าว ก็เพราะโจทก์จะนำสลากกินแบ่งรัฐบาลดังกล่าวไปขายต่อ การที่โจทก์สั่งซื้อหรือสั่งจองสลากกินแบ่งรัฐบาลตามที่จำเลยที่ 1 กับพวกเสนอขายหรือขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินกว่าฉบับละ 80 บาท ที่มีกำหนดราคาไว้ในสลากกินแบ่งรัฐบาล ตาม พ.ร.บ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พ.ศ. 2517 มาตรา 39 แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 มาตรา 13 แสดงให้เห็นอยู่ในตัวว่า โจทก์รับข้อเสนอดังกล่าวโดยมีเจตนามุ่งประสงค์ต่อผลประโยชน์อันเกิดจากการกระทำที่มีวัตถุประสงค์ต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย มิได้เป็นไปโดยสุจริต จะถือว่าโจทก์เป็นผู้เสียหายโดยชอบด้วยกฎหมายมิได้ โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4) และไม่มีอำนาจฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 พระราชบัญญัติสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พ.ศ.2517 ม.39

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 3, 14 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 341 และให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันคืนเงิน 2,069,000 บาท แก่โจทก์ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธ และให้การในคดีส่วนแพ่งขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง และยกคำขอให้จำเลยทั้งสี่คืนเงินแก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังยุติโดยไม่มีคู่ความฝ่ายใดโต้แย้งในชั้นนี้ว่า ก่อนเกิดเหตุโจทก์ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลจากยี่ปั๊วหรือตัวแทนจำหน่ายทั่วไป หลังจากรู้จักจำเลยที่ 1 โจทก์เข้าร่วมเป็นสมาชิกในกลุ่มไลน์ที่จำเลยที่ 1 มอบรหัสให้ชื่อ "กลุ่มห้องโมเดลธุรกิจเพื่อนรายย่อย" และ "กลุ่มจองสลากล่วงหน้าเต็มจำนวน" โจทก์ใช้ชื่อในกลุ่มไลน์ว่า "แมวเหมียวหรือเหมียว" ส่วนจำเลยที่ 1 ใช้ชื่อว่า "คิงและบอย" จำเลยที่ 2 ใช้ชื่อว่า "ลี่" และจำเลยที่ 3 ใช้ชื่อว่า "โอ๋" จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 เป็นผู้จัดการหรือผู้อำนวยการในกลุ่มไลน์ดังกล่าว มีหน้าที่หาลูกค้าซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล นำเสนอข้อมูลข่าวสาร รับโอนเงินค่าสลากกินแบ่งรัฐบาลล่วงหน้า จำเลยที่ 2 และที่ 4 ต่างเปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ที่ธนาคาร ท. เพื่อใช้รับโอนเงินที่ได้จากสมาชิกในไลน์กลุ่มดังกล่าว โจทก์ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลจากจำเลยที่ 1 ประเภทการจองล่วงหน้าเต็มจำนวน ผ่านทางไลน์ "กลุ่มจองสลากล่วงหน้าเต็มจำนวน" โดยเป็นการจองข้ามงวด ซึ่งต้องโอนเงินล่วงหน้า เพื่อชำระราคาเต็มตามจำนวนที่สั่งจอง โจทก์เริ่มซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลจากจำเลยที่ 1 ครั้งแรกประมาณเดือนกันยายน 2563 แล้วนำไปขายเองที่ร้านขายสลากกินแบ่งรัฐบาลของโจทก์หน้าห้างสรรพสินค้า ท. โจทก์ไม่เคยขายสลากกินแบ่งรัฐบาลคืนให้แก่จำเลยที่ 1 เมื่อระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 ถึงวันที่ 29 เมษายน 2564 จำเลยที่ 1 กับพวกได้ประกาศขายสลากกินแบ่งรัฐบาลพร้อมทั้งแจ้งราคาขายสลากกินแบ่งรัฐบาลทางไลน์กลุ่มดังกล่าวในราคาฉบับละ 82.50 บาท และ 83 บาท โจทก์จึงโอนเงินตามคำสั่งของจำเลยที่ 1 รวม 2 ครั้ง ครั้งแรกวันที่ 16 เมษายน 2564 โจทก์โอนเงิน 990,000 บาท ไปเข้าบัญชีธนาคาร ท. ที่มีชื่อจำเลยที่ 2 เป็นเจ้าของบัญชี ครั้งที่ 2 วันที่ 2 พฤษภาคม 2564 โจทก์โอนเงิน 1,079,000 บาท ไปเข้าบัญชีธนาคาร ท. ที่มีชื่อจำเลยที่ 4 เป็นเจ้าของบัญชี แต่จำเลยที่ 1 ไม่ได้ส่งมอบสลากกินแบ่งรัฐบาลตามจำนวนที่โจทก์สั่งจองหรือสั่งซื้อไป สำหรับคดีส่วนแพ่งโจทก์ไม่อุทธรณ์ จึงยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยในเบื้องต้นเสียก่อนว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ เห็นว่า การที่โจทก์ตกลงสั่งจองหรือสั่งซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลที่จำเลยที่ 1 กับพวกประกาศขายพร้อมทั้งแจ้งราคาขายสลากกินแบ่งรัฐบาลทางไลน์กลุ่มดังกล่าว 60 ก้อน ก้อนละ 200 ฉบับ รวม 12,000 ฉบับ ราคาฉบับละ 82.50 บาท เป็นเงิน 990,000 บาท และโจทก์ได้โอนเงิน 990,000 บาท ไปยังบัญชีเงินฝากธนาคารของจำเลยที่ 2 เพื่อเป็นการชำระค่าสั่งจองหรือสั่งซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลดังกล่าว และโจทก์ยังตกลงสั่งจองหรือสั่งซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลตามที่จำเลยที่ 1 กับพวกประกาศขายพร้อมทั้งแจ้งราคาขายสลากกินแบ่งรัฐบาลทางไลน์กลุ่มดังกล่าวอีก 65 ก้อน ก้อนละ 200 ฉบับ รวม 13,000 ฉบับ ราคาฉบับละ 83 บาท เป็นเงิน 1,079,000 บาท และโจทก์ได้โอนเงิน 1,079,000 บาท ไปยังบัญชีเงินฝากธนาคารของจำเลยที่ 4 เพื่อเป็นการชำระค่าสั่งจองหรือสั่งซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลดังกล่าว ก็เพราะโจทก์จะนำสลากกินแบ่งรัฐบาลดังกล่าวไปขายต่อ แต่จำเลยที่ 1 ไม่ได้ส่งมอบสลากกินแบ่งรัฐบาลตามจำนวนที่โจทก์สั่งจองหรือสั่งซื้อให้โจทก์ได้นั้น เป็นการที่โจทก์สั่งจองหรือสั่งซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลตามที่จำเลยที่ 1 กับพวกเสนอขาย หรือขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินกว่าฉบับละ 80 บาท ที่มีกำหนดราคาไว้ในสลากกินแบ่งรัฐบาลตามพระราชบัญญัติสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พ.ศ. 2517 มาตรา 39 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 มาตรา 13 ซึ่งมีโทษปรับอันเป็นโทษทางอาญา แสดงให้เห็นอยู่ในตัวว่าโจทก์รับข้อเสนอดังกล่าวโดยมีเจตนามุ่งประสงค์ต่อผลประโยชน์อันเกิดจากการกระทำที่มีวัตถุประสงค์ต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย มิได้เป็นไปโดยสุจริต จะถือว่าโจทก์เป็นผู้เสียหายโดยชอบด้วยกฎหมายมิได้ โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (4) และไม่มีอำนาจฟ้อง ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกาศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 และเมื่อวินิจฉัยเช่นนี้แล้ว ฎีกาข้ออื่นของโจทก์จึงไม่จำต้องวินิจฉัยอีกต่อไป เพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลงไป ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3639/2568 นางสาว จ. โจทก์ นาย ศ. กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาว จ. · จำเลย - นาย ศ. กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุจินต์ เชี่ยวชาญศิลป์ · สัญญา ภูริภักดี · รุ่งศักดิ์ วงศ์กระสันต์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงชลบุรี - นางสาวมณีรัตน์ ธำรงวิทวัสพงศ์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายสุพจน์ แสงประชากุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.576/2567

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 8080/2538ฎีกา 313/2526ฎีกา 618/2568ฎีกา 730/2486ฎีกา 4225/2559ฎีกา 754/2486ฎีกา 2252/2560ฎีกา 11720/2555ฎีกา 389/2542ฎีกา 5138/2537ฎีกา 2794/2516ฎีกา 276/2520ฎีกา 1813/2531ฎีกา 10552/2553ฎีกา 3620/2566ฎีกา 420-421/2507ฎีกา 2386/2541ฎีกา 2027/2536ฎีกา 954/2502ฎีกา 183/2526ฎีกา 584/2519ฎีกา 4018/2542ฎีกา 214/2494ฎีกา 13195/2556
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา