คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1056-1057/2472
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การนำสำนวนคดีอาญาที่โจทก์มิใช่คู่ความในคดีนั้นมาสืบข้อเท็จจริงเพื่อพิสูจน์ความผิดของจำเลยในคดีแพ่งนั้น จะกระทำมิได้ เว้นแต่จะเข้าข้อยกเว้นตามกฎหมายที่กำหนดไว้โดยเฉพาะ
ย่อคำพิพากษา
อ้างสำนวนอาญาที่โจทก์ไม่ได้เปนคู่ความมาสืบข้อเท็จจริงยันจำเลยไม่ได้ อาญา ม.90 จะใช้ได้ในคดีแพ่งต่อเมื่อคู่ความคนเดียวกันเทียบฎีกา 1405/62 ฎีกาที่ 1418/62
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้จำเลยที่ ๑ เปนลูกจ้างขับรถยนต์จำเลยที่ ๒ ได้ขับรถไปชนรถของโจทก์เสียหาย ตำรวจฟ้องจำเลยที่ ๑ เปนคดีอาญาว่าจำเลยที่ ๑ ขับรถโดยประมาทจนชนเขา ศาลปรับ ๔๕ บาทตามพระราชบัญญัติรถยนต์มาตรา ๑๙ โดยจำเลยรับสารภาพ
ภายหลังโจทก์มาฟ้องคดีนี้ในทางแพ่งเรียกค่าเสียหายเลมิด อ้างสำนวนนั้นประกอบ เพื่อสืบความเลินเล่อ
ศาลล่างทั้ง ๒ ตัดสินให้จำเลยที่ ๒ ใช้ค่าเสียหาย
ศาลฎีกาตัดสินกลับศาลล่างกล่าวว่าสำนวนอาญาไม่ผูกพันจำเลยที่ ๒ ในคดีนี้ เพราะไม่ได้เปนคู่ความและไม่มีโอกาศซักพะยาน แลในคดีอาญานั้นไม่มีการสืบข้อเท็จจริงในเรื่องเลินเล่อ เพราะจำเลยที่ ๑ ให้การรับสารภาพเสีย เมื่อโจทก์ไม่สืบถึงเรื่องเลิ่นเล่อแล้ว จำเลยที่ ๒ ไม่ต้องรับผิด จึงตัดสินยกฟ้องโจทก์ที่เกี่ยวกับจำเลยที่ ๒
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1056 - 1057/2472
นายยุ่ยอ๋า โจทก์
นายหมัดอาดัม (อังกฤษ) ที่ 1 นางริ้ว (อังกฤษ) ที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายยุ่ยอ๋า · จำเลย - นายหมัดอาดัม (อังกฤษ) ที่ 1 นางริ้ว (อังกฤษ) ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มนู · เทพ · วิกรม |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา