คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 337/2472
ย่อคำพิพากษา
มีพรรคพวกแย่งทรัพย์ของเขาพาหนีไปต่อหน้ามีผิดฐานลักทรัพย์ตาม ม.293 ข้อ 11 วิธีพิจารณาอาญา ความผิดฐานวิ่งราวกับฐานลักทรัพย์เปนประเภทเดียวกัน การกระทำผิดกฎหมายหลายบท ให้ใช้บทที่หนักลงโทษฟ้องว่าชิงพิจารณาได้ความว่าวิ่งราวโดยมีพรรคพวกลงโทษได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ได้ความว่า ส.แล น.นำทองรูปพรรณไปเที่ยวจำหน่าย ขากลับบ้านพบจำเลยกับพวกอีกคนหนึ่งในระวางทางตรงเข้าแย่งย่ามบรรจุทองรูปพรรณที่สะพายบ่า ส.ๆ ดึงไว้สายย่ามขาดกล่องที่บรรจุทองรูปพรรณตก จำเลยก็หยิบเอากล่องนั้นพาหนีไป
ศาลเดิมตัดสินว่า จำเลยมีผิดฐานชิงทรัพย์ตาม ม.๒๙๙ ให้จำคุก ๓ ปี แลใช้ทรัพย์ ๕๓๘ บาท
ศาลอุทธรณ์ตัดสินแก้ว่าจำเลยมีผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ตาม ม.๒๙๗ นอกจากนี้ยืนตามศาลเดิม
ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยแย่งย่ามจาก ส.เพื่อเอาทรัพย์เท่านั้น มิได้มีการทำร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะทำร้าย จำเลยจึงไม่มีผิดฐานชิงทรัพย์แต่ในคดีนี้จำเลยมีพรรคพวกกระทำผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ แลความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ก็อยู่ในประเภทลักทรัพย์นั่นเอง ความผิดของจำเลยจึงเข้าบท ๒๙๓ ข้อ ๑๑ อีกบทหนึ่ง ซึ่งเปนบทที่มีโทษหนักกว่า ม.๒๙๗ จึงตัดสินแก้ศาลอุทธรณ์ให้วางโทษจำเลยตาม ม.๒๙๓ ข้อ ๑๑ นอกนั้นยืนตาม
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 337/2472
อัยยการศุโขทัย โจทก์
นายหลี อินเมฆ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการศุโขทัย · จำเลย - นายหลี อินเมฆ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | หริศ · พรหม · วิชัย |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา