คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 926/2472
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของจำเลยที่ร่วมกันลักทรัพย์แล้วหลบหนี และมีจำเลยอีกคนหนึ่งใช้อาวุธข่มขู่เจ้าทรัพย์ ถือเป็นความผิดฐานชิงทรัพย์
หากโจทก์มิได้ฎีกา ศาลฎีกาจะไม่แก้โทษจำเลยให้หนักขึ้น แม้ศาลฎีกาจะเห็นว่าจำเลยควรได้รับโทษหนักกว่าที่ศาลชั้นต้นพิพากษามาก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
สามคนสมคบกันไปลักทรัพย์แล้วทิ้งทรัพย์วิ่งหนี ผู้ร้ายอีกคนหนึ่งชักมีดออกทำท่าจะแทงเจ้าทรัพย์มีผิดฐานชิงทรัพย์ วิธีพิจารณาอาญา เหตุในลักษณคดีศาลฎีกาพิจารณาเห็นว่าจำเลยคนใดควรมีโทษหนักกว่าที่ศาลล่างวางมาแต่โจทก์มิได้ฎีกาศาลฎีกาไม่ให้แก้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
จำเลยทั้ง ๓ คนสมคบกันไปลักโคเขา พอเจ้าทรัพย์ไล่ติดตามมาก็ทิ้งโคพากันหนีเจ้าทรัพย์ไล่ติดตามต่อไป ป.สดุดคันนาหกล้ม เจ้าทรัพย์ตรงเจ้าเงื้อพร้าหวดจะฟัน ส.จึงโดดเข้าคร่อม ป.ไว้แล้วชักมีดออกทำท่าจะแทงเจ้าทรัพย์ ๆ กลัวเลยถอยกลับ จำเลยก็พากันหนีไปดังนี้
ศาลเดิมตัดสินว่า ส.มีผิดฐานชิงทรัพย์ตาม ม.๒๙๙ ให้จำคุก ๓ ปี ส่วน ป.น.มีผิดฐานลักสัตว์พาหนะตาม ม.๒๙๔ ตอนท้ายให้จำคุก น.๒ ปีและ ป.๔ ปีรวมทั้งโทษที่เพิ่มด้วย
ศาลอุทธรณ์ตัดสินแก้ว่า ส.มีผิดฐานลักทรัพย์ให้จำคุก ๒ ปีกะทงหนึ่ง และฐานพยายามทำร้ายร่างกายตาม ม.๒๕๔-๖๐ จำคุก มีกะทงหนึ่ง รวมเป็น ๓ ปี นอกนั้นยืนตามศาลเดิม
โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษ ส.ฐานชิงทรัพย์
ศาลฎีกาเห็นว่า ส.ชักมีดจะแทงเจ้าทรัพย์เพื่อประโยชน์ส่วนตัวและของพวกตัวซึ่งจะได้หลีกเลี่ยงให้พ้นจากอาชญา และ ป.ก็ได้รับประโยชน์จากการกระทำของ ส.ด้วย ส.และ ป.ควรมีผิดตาม ม.๒๙๙ ให้จำคุก ส.๓ ปี แต่คดีส่วนตัว ป.ไม่มีฎีกาขึ้นมาให้เป็นยุติไป
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 926/2472
อัยยการนครราชสีมา โจทก์
นายสอน นายเหน่ง พลทหารปลื้ม จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการนครราชสีมา · จำเลย - นายสอน นายเหน่ง พลทหารปลื้ม |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ศรี · วิชัย · นล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา