คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 211/2473
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกู้ยืมเงินกว่า 50 บาทขึ้นไป หากไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ยืม ผู้ให้กู้จะฟ้องร้องบังคับคดีไม่ได้ และการรับสารภาพภายหลังฟ้องก็ไม่ถือเป็นหลักฐานตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
การกู้ยืมเงินกว่า 50 บาทขึ้นไป ถ้ามิได้มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมอันชอบด้วยกฎหมายไซร้ผู้ให้กู้จะเรียกเงินจากผู้กู้คืนในลักษณลาภมิควรได้หาได้ไม่ ให้การรับสารภาพภายหลังฟ้อง ไม่ใช่หลักฐานตามกฎหมายที่จะพิศูจน์ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกู้เงินโจทก์ไป 750 บาท แต่เอกสารกู้จำเลยพิมพ์ลายนิ้วมือ มีพะยานลงลายมือชื่อรับรองแต่คนเดียว (คดีนี้เกิดขึ้นระหว่างใช้ประมวลแพ่ง ฯ บรรพ 3 ซึ่งให้ใช้เมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2468 ) ขอเรียกเงินฐานลาภมิควรได้ จำเลยให้การรับว่าได้ทำสัญญาจริง แต่สัญญาเปนโมฆะ
ศาลเดิมตัดสินว่าให้จำเลยคืนเงิน 750 บาทให้โจทก์ กับให้เสียดอกเบี้ยร้อยละ 7 ครึ่งต่อปี ตามประมวลแพ่ง ม.406
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า คดีไม่เข้า ม.406 แต่เห็นว่าจำเลยรับอยู่แล้วว่าได้พิมพ์นิ้วมือในหนังสือกู้จริง ซึ่งไม่จำเปนต้องให้ใครรับรองอีก ฟังได้เสมือนว่าจำเลยได้ลงลายมือชื่อไว้แล้ว จึงตัดสินให้บังคับคดีตามศาลเดิม
ศาลฎีกาเห็นว่า ศาลไม่ควรรับฟ้องโจทก์มาแต่ต้น เพราะโจทก์ไม่มีหลักฐานบริบูรณ์พิศูจน์กับเห็นพ้องด้วยข้องวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ที่ว่า กรณีนี้ไม่เข้าลักษณลาภมิควรได้ และไม่มีเหตุที่จะให้โจทก์ชนะคดีโดยที่จำเลยให้การรับว่าได้ทำหนังสือกู้ให้โจทก์ไว้จริง เพราะคำรับนี้มีขึ้นภายหลังโจทก์ฟ้องคดีแล้ว จึงตัดสินให้ยกคำตัดสินศาลอุทธรณ์และยกฟ้องโจทก์เสีย
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 211/2473
นางสาวหว่าง โจทก์
นายฉ่าย จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางสาวหว่าง · จำเลย - นายฉ่าย |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วิชัย · พิพาก · พรหม |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - พระศรีปริญญา · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา