⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 49/2473

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 49/2473

ย่อคำพิพากษา

สองคนสมคบกันไปลักทรัพย์คนหนึ่งทำร้ายเจ้าทรัพย์ คนที่ไม่ได้ทำร้ายผิดฐานลักทรัพย์เท่านั้น พ.ร.บ.ฏีกาอุทธรณ์ปัญหากฎหมายเทียบฏีกาที่ 601/64,770/68

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.254 ประมวลกฎหมายอาญา ม.293 ประมวลกฎหมายอาญา ม.298

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ข้อเท็จจริงปรากฎว่าจำเลยทั้ง ๒ คนสมคบกันลักเข้า ในเวลาที่กำลังเอาทรัพย์ไป เจ้าทรัพย์กับพวกเข้าจับ จำเลยวิ่งหนี เจ้าทรัพย์ไล่จับนายแจ่มจำเลยไป ๑ เส้น นายแจ่มจำเลยหันกลับมาตีเจ้าทรัพย์ด้วยไฟฉาย ดังนี้ ศาลเดิมเห็นว่าจำเลยทั้ง ๒ คน มีผิดฐานชิงทรัพย์ตาม ม.๒๙๙ จำคุกคนละ ๓ ปี ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยมีผิด ๒ กระทง คือลักทรัพย์และทำร้ายร่างกายแต่ฉะเพาะตัวนายเถงจำเลยปรากฎว่าชักมีดจะทำร้ายเจ้าทรัพย์แต่โจทก์มิได้กล่าวในฟ้อง จึงให้จำคุกจำเลยฐานลักทรัพย์ตาม ม. ๒๗๓ คนละ ๑ ปี และให้จำคุกนายแจ่มฐานทำร้ายร่างกายไม่ถึงบาดเจ็บตาม ม.๓๓๘ ข้อ ๓ อีก ๑ เดือน ศาลฏีกาเห็นว่านายแจ่มจำเลยได้ทำร้ายเจ้าทรัพย์ก็เพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นความผิด นายแจ่มจำเลยจึงมีผิดฐานชิงทรัพย์ ให้จำคุก ๓ ปี ส่วนนายเถงมีผิด ฐานลักทรัพย์จำคุก ๑ ปีตามศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 49/2473 อัยยการนครราชสีมา โจทก์ นายแจ่ม นายเลง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยยการนครราชสีมา · จำเลย - นายแจ่ม นายเลง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิชัย · นล · วิกรม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 713/2466ฎีกา 1140/2482ฎีกา 372/2468ฎีกา 236/2513ฎีกา 264/2499ฎีกา 232/2481ฎีกา 641/2468ฎีกา 1897/2492ฎีกา 81/2485ฎีกา 380/2468ฎีกา 901/2480ฎีกา 645/2466ฎีกา 141/2466ฎีกา 455/2466ฎีกา 906-907/2465ฎีกา 441/2483ฎีกา 724/2493ฎีกา 948/2487ฎีกา 1895/2492ฎีกา 132/2481ฎีกา 286/2472ฎีกา 158/2464ฎีกา 122/2483ฎีกา 529/2468
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา