คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1083/2477
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การสละที่ดินให้เป็นทางสาธารณประโยชน์ย่อมทำให้ที่ดินนั้นตกเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน และผู้ใดปิดกั้นทางสาธารณประโยชน์ดังกล่าวต้องมีความผิดตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
พฤตติการณ์อย่างไรฟังว่าเป็นการสละที่ดินให้เป็นทางเดิรสำหรับสาธารณใช้สัญจรไปมา ทางเดิรซึ่งเจ้าของที่สละให้เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินนั้นผู้ใดปิดกั้นเสียต้องมีผิดตามมาตรา 336 ข้อ 2
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบังอาจปักรั้วให้ล้ำเข้าไปในทางหลวงโดยมิได้รับอนุญาตโดยชอบด้วยกฎหมาย จึงขอให้ลงโทษตามมาตรา ๓๓๖
ได้ความว่าทางเดิรรายพิพาทนี้อยู่ในที่ดินของจำเลยซึ่งไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่จำเลยได้ปล่อยให้สาธารณชนใช้สัญจรไปมาเป็นทางผ่านเข้าออกไปยังตำบลอื่น ๆ เป็นเวลากว่า ๒๐ ปีแล้ว ทั้งที่ดินข้างเคียงก็ยังเป็นป่าอยู่
ศาลฎีกาเห็นว่าทางรายพิพาทนี้ได้ประโยชน์แก่สาธารณชนเพื่อใช้สัญจรไปมายังตำบลต่าง ๆ ทั้งจำเลยได้เลิกครอบครองมาแล้วถึง ๑๕ ปี รูปคดีเห็นได้ว่าจำเลยได้สละให้เป็นทางสำหรับสาธารณชนใช้สัญจร ทางรายพิพาทจึงตกเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตามประมวลแพ่ง ม.๑๓๐๔ อนุมาตรา ๒ และสาธารณชนมีความชอบธรรมที่จะใช้เป็นทางสัญจรได้ จึงเป็นทางหลวงตามกฎหมายอาชญามาตรา ๖ ข้อ ๑๑ เมื่อจำเลยปิดทางนี้ จำเลยต้องมีผิดตาม ม.๓๓๖ ข้อ ๒ จึงพิพากษายืนตามศาลเดิมให้ปรับจำเลย ๑๐ บาท
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1083/2477
อัยยการพิจิตร์ โจทก์
นายผ่อง จำนงภักดี จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการพิจิตร์ · จำเลย - นายผ่อง จำนงภักดี |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อมาตย · พรหม · กฤต |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา