⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 251/2477

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 251/2477

ป.พ.พ. ม.653 · ป.วิ.แพ่ง ม.142

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หนี้ที่ค้างชำระประเภทอื่นสามารถนำมาเปลี่ยนเป็นสัญญากู้เงินได้ และดอกเบี้ยที่ค้างชำระก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ให้คิดดอกเบี้ยได้ไม่เกิน 5 ปีนับถอยหลังจากวันฟ้อง.

ย่อคำพิพากษา

เอาหนี้ที่ค้างชำระประเภทอื่นมาเปลี่ยนทำเป็นสัญญากู้เงินกันท่านว่าเป็นสัญญากู้เงินที่ใช้ได้ ดอกเบี้ย วิธีคิดดอกเบี้ย ดอกเบี้ยที่ค้างชำระก่อนใช้ประมวลแพ่ง ฯ คิดให้ตอนหนึ่งต่อจากใช้ประมวลแพ่งแล้วคิดให้เพียง 5 ปี แลให้นับถอยหลังจากวันฟ้องขึ้นไป (ไม่เกิน 5 ปี) วิธีพิจารณาแพ่ง อย่างไรเรียกว่าเป็นการเปลี่ยนประเด็นข้อหาคำร้องที่ยื่นภายหลังฟ้องโดยบรรยายความจริง ให้ฟังไม่เรียกว่าเป็นการเปลี่ยนประเด็นข้อหา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.653

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.653 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้โจทก์ฟ้องแลยื่นคำร้องว่าจำเลยที่ ๑ ซื้อข้าวโจทก์ไป ๔๐๐ บาท ใช้ให้แล้ว ๑๐๐ บาท ยังค้างอีก ๓๐๐ บาทจึงได้ทำเป็นสัญญากู้ไว้ให้ จำเลยที่ ๒ ซึ่งทำกิจการค้าร่วมกันเป็นผู้ค้ำประกัน สัญญานี้ทำกันเมื่อวันที่ ๑๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๖๗ จำเลยค้างส่งดอกเบี้ยโจทก์จึงฟ้องขอให้ใช้ต้นเงินแลดอกเบี้ยที่ค้าง จำเลยที่ ๒ ให้การว่าไม่ได้ทำสัญญาค้ำประกันจำเลยที่ ๑ แลว่าการที่โจทก์ยื่นคำร้องบรรยายความภายหลังฟ้องเป็นการเปลี่ยนประเด็นข้อหา ศาลเดิมให้จำเลยที่ ๑ ใช้ต้นเงิน แลดอกเบี้ยตามฟ้อง ส่วนจำเลยที่ ๒ ฟังว่าไม่ได้เป็นผู้ค้ำประกัน ให้ยกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์แก้คำพิพากษาศาลเดิมให้จำเลยทั้ง ๒ ใช้ต้นเงินแลดอกเบี้ยให้โจทก์ ศาลฎีกาเห็นว่า การที่เอาหนี้ค้างชำระค่าข้าวเปลือกมาเปลี่ยนทำเป็นสัญญากู้เป็นการทำได้โดยชอบด้วยกฎหมายเมื่อโจทก์ฟ้องเรียกเงินตามสัญญาโจทก์ได้ยื่นคำร้องบรรยายความจริงให้ฟังไม่เรียกว่าเป็นการเปลี่ยนประเด็นอย่างไร แลฟังว่าจำเลยที่ ๒ เป็นผู้ค้ำประกัน จึงพิพากษาให้จำเลยทั้ง ๒ ใช้ต้นเงินแลดอกเบี้ย ส่วนดอกเบี้ยที่จะพึงต้องใช้นั้นสำหรับในระยะเวลาแต่วันใช้ประมวลแพ่ง ๆ บรรพ ๑-๒ ในวันที่ ๑ มกราคม พ.ศ.๒๔๖๘ มาจนถึงวันฟ้องให้ใช้ดอกเบี้ยตั้งแต่วันฟ้องนับถอยหลังขึ้นไปไม่ให้เกิน ๕ ปี ส่วนดอกเบี้ยก่อนนั้นขึ้นไปที่ค้างอยู่ ๒ เดือน ๑๓ วันที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ใช้ด้วยให้พิพากษายืนตาม ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 251/2477 นายบุญคง หยูคงแก้ว โจทก์ นายป่าน รัตนรัตที่ 1 นายอ่อง กิมวุงเส้ง ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายบุญคง หยูคงแก้ว · จำเลย - นายป่าน รัตนรัตที่ 1 นายอ่อง กิมวุงเส้ง ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พลางกูร · มนธา · ธรรมบัณฑิต บุนยะปานะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 1452/2511ฎีกา 170/2546ฎีกา 2834/2527ฎีกา 3231/2557ฎีกา 3099/2524ฎีกา 272/2490ฎีกา 1079/2497ฎีกา 2572/2541ฎีกา 794/2509ฎีกา 861/2540ฎีกา 1896/2492ฎีกา 2520/2544ฎีกา 2657/2534ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 4007/2552ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1959/2529ฎีกา 377/2500ฎีกา 2610/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา