คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 601/2478
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การนับวันครบกำหนดแห่งอายุความให้ถือตามวันทำการของศาล หากวันสุดท้ายตรงกับวันหยุดทำการของศาล ให้ถือเอาวันทำการถัดไปเป็นวันสุดท้ายแห่งอายุความ
ย่อคำพิพากษา
การนับวันครบกำหนดแห่งอายุความในคดีอาญาเป็นไปตาม พรบวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.139 และประมวลแพ่ง ม.161 วันสุดท้ายแห่งอายุความยื่น+เป็นวันศาลหยุด โจทก์ย่อมฟ้องในวันถัดจากวันอาทิตย์+ได้ ไม่ขาดอายุความ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยสมคบกันหลอกลวงโจทก์ว่านางเพิ่มขอกู้เงินโจทก์ และนำหนังสือซึ่งอ้างว่าลงลายมือชื่อนางเพิ่มมาให้โจทก์ยึดไว้ โจทก์หลงเชื่อมอบเงินกู้ให้จำเลยไป ภายหลังโจทก์ฟ้องเรียกเงินจากนางเพิ่ม ๆ ปฏิเสธสัญญากู้ ศาลพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์จึงทราบว่าถูกจำเลยฉ้อโกง ขอให้ลงโทษ
ศาลอาญาฟังว่าโจทก์รู้ความผิดแลรู้ตัวผู้ทำผิดตั้งแต่วันที่ ๑๖ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๗๗ โจทก์ยื่นข้อกล่าวหาต่อศาลโปริสภาวันที่ ๑๗ กันยายน พ.ศ.๒๔๗๗ เป็นเวลาเกิน ๓ เดือนคดีขาดอายุความให้ยกฟ้อง
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าวันที่ ๑๖ กันยายน พ.ศ.๒๔๗๗ ซึ่งเป็นวันครบกำหนด ๓ เดือนเป็นวันอาทิตย์ ฉะนั้นโจทก์ยื่นฟ้องในวันรุ่งขึ้นคือวันที่ ๑๗ กันยายน พ.ศ.๒๔๗๗ จึงไม่ขาดอายุความตาม พรบวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.๒๑๓๙ และประมวลแพ่ง ฯ ม.๑๖๑ จึงพิพากษาให้ศาลอาญาพิจารณาคดีต่อไป
ศาลฎีกาตัดสินยืนตามศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 601/2478
นายห้อย สร้อยสุวรรณ โจทก์
นายฉิม เปลี่ยนภู่ กับพวก 2 คน จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายห้อย สร้อยสุวรรณ · จำเลย - นายฉิม เปลี่ยนภู่ กับพวก 2 คน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มนธา · พลางกูร · อมาตย |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - พระสารนิติปัญญา · ศาลอุทธรณ์ - พระนิติทัณฑ์ประภาศ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา