คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1390/2479
ย่อคำพิพากษา
ในกรณีวิวาศทำร้ายกันกันถึงตาย ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะมาฟ้องร้องขอให้ลงโทษอีกฝ่ายหนึ่งมิได้ เพราะไม่ถือว่าเป็นผู้เสียหายมาม.28 แห่งประมวลวิธีพิจารณาอาญา
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีเรื่องนี้ได้ความว่าพวกโจทก์และพวกของจำเลยได้วิวาทต่อสู้ทำร้ายร่างกายซึ่งกันและกันเป็นเหตุให้พวกข้อจำเลยผู้หนึ่งถึงแก่ความตาย โจทก์จำเลยและพรรคพวกทั้งสองฝ่ายได้รับบาดเจ็บสาหัสบางไม่สาหัสบ้าง ในชั้นนั้นอัยยการได้เป็นโจทก์ฟ้องพวกของโจทก์ในคดีนี้เป็นจำเลยศาลฎีกาได้พิพากษาเสร็จสิ้นไปแล้ว โจทก์จึงหวนกลับมาฟ้องจำเลยในคดีนี้อีกข้อให้ลงโทษ
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลย
ศาลฎีกาตัดสินว่าตามม.๒๘ แห่ง ประมวลวิธีพิจารณาอาญา ผู้มีอำนาจฟ้องความอาญาได้ก็คือพนักงานอัยยการอละผู้เสียหายเท่านั้นหรื่องนี้เป็นเรื่องวิวาทต่อสู้ทำร้ายร่างกายซึ่งกันแลกัน กรณีเช่นนี้ต้องอาศัยกรรมแต่ละฝ่ายรวมกันทำให้เกิดเป็นความผิดตามม.๒๕๓ ขึ้น ฉนั้นการที่โจทก์ถูกตีบาดเจ็บและนายหยุ่นฉางจำเลยถูกแทงจะกล่าวว่าเป็นความผิดของฝ่ายใดแต่ฝ่ายผู้เดียวฝ่ายเดียวมิได้กฎหมายลงโทษทั้ง ๒ ฝ่ายโดยถือว่ากระทำผิดรวมกันความเสียหายของโจทก์เป็นผลเกิดจากความผิดของโจทก์เองโจทก์จึงมิใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยและไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้ พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1390/2479
นายยิ๊วชุก แซ่กอ โจทก์
นายหยุ่นฉาง แซ่โห,นายแผนหรือแฝง แซ่อิน จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายยิ๊วชุก แซ่กอ · จำเลย - นายหยุ่นฉาง แซ่โห,นายแผนหรือแฝง แซ่อิน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มนธา · พลางกูร · อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา