⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1329/2480

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1329/2480

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญายอมความที่ทนายลงนามแทนตัวความโดยมิได้รับอำนาจพิเศษนั้นไม่เป็นโมฆะ แต่ตัวความอาจให้ความรับรองในภายหลังได้ และหากคำพิพากษาท้ายยอมได้มีขึ้นแล้วและตัวความมิได้อุทธรณ์จนล่วงเลยเวลา ถือว่าคำพิพากษาถึงที่สุดเด็ดขาดแล้ว

ย่อคำพิพากษา

สัญญายอมความที่ทนายลงนามแทนตัวความโดยมิได้รับอำนาจพิเศษจากตัวคามหาตกเป็นโมฆะเสียเปล่าไปไม่ ตัวความอาจให้ความรับรองในภายหลังได้ แม้ว่าสัญญายอมความที่ศาลได้มีคำพิพากษาท้ายยอมแล้วนั้นจักบกพร่องไม่สมบูรณ์เนื่องจากทนายความลงนามโดยไม่มีอำนาจก็ตามเมื่อตัวความทราบข้อบกพร่องนี้แล้วมิได้ฟ้องอุทธรณ์จนล่วงเวลามาเช่นนี้ต้องถือว่าคำพิพากษาท้ายยอมนั้นถึงที่สุดเด็ดขาดจะรื้อฟื้นขึ้นโต้เถียงอีกมิได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.2 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.62 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.138 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.823 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.851

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้เดิมโจทก์ฟ้องเรียกเงินจากจำเลยที่ ๓ ในระหว่างพิจารณาได้มีสัญญายอมความว่าจำเลยที่ ๓ ยอมใช้เงินให้ภายใน ๔ เดือน หากจำเลยที่ ๓ ไม่ใช้จำเลยที่ ๑ - ๒ จะใช้แทนให้จนครบ ท้ายสัญญายอมความลงชื่อโจทก์จำเลยที่ ๑ นายกิมทนายจำเลยที่ ๒ นายไสว ทนายจำเลยที่ ๓ จำเลยที่ ๒ - ๓ ไม่ได้ลงนามทั้งใบ แต่งทนายไม่มีข้อความให้อำนาจทนายยอมความได้ แต่ศาลได้พิพากษาท้ายยอมให้ทนายจำเลยทั้ง ๓ ฟังในวันนั้นแล้ว จำเลยที่ ๓ ยื่นคำร้องต่ศาลชั้นต้นว่าตนไม่ต้องรับผิดตามสัญญายอมความ เพราะทนายไม่ได้รับอำนาจพิเศษจากจำเลย คำพิพากษาท้ายยอมไม่ผูกพันจำเลยจึงขอให้ศาลสั่งถอนการบังคับตามคำพิพากษาท้ายยอมนั้น ศาลชั้นต้นและ ศาลอุทธรณ์ พิพากษาให้ยกคำร้องเสีย ศาลฎีกาตัดสินว่าสัญญาปราณีประนอมยอมความซึ่งทนายจำเลยที่ ๓ ทำไปเสมือนตัวแทนทำการโดยปราศจากอำนาจ ซึ่งไม่เป็นโมฆะกรรม เพราะตัวการอาจให้สัตยาบันได้ ตาม ประมวลแพ่งฯ มาตรา ๘๒๓ ส่วนข้อเท็จจริงคงฟังได้ตาม ศาลอุทธรณ์ว่าเป็นความประสงค์ของจำเลยที่ ๓ ที่จะปราณีประนอมยอมความมาแต่เริ่มแรก และได้ทำใบมอบอำนาจให้ทนายยอมความไปยื่นต่อศาล หากแต่มิได้ปิดแสตมป์ให้ครบถ้วนจึงไม่สมบูรณ์จึงถือได้ว่ากิจการที่ทนายทำไปจำเลยต้องรับผิดเสมอ กับว่าจำเลยได้ทราบพิจารณานั้นดี แล้วได้ยอมให้ศาลพิพากษา จำเลย มิได้ร้องเรียนอย่างใดจนศาลออกหมายบังคับ เมื่อจำเลยมิได้ฟ้องอุทธรณ์จนพ้นกำหนดตามประมวล วิธีพิจารณาความแพ่ง ม. ๑๓๘ (๒) แล้วคดีย่อมเป็นอันเสร็จเด็ดขาดไปตามคำพิพากษาท้ายยอม จึงพิพากษายืนตาม ศาลล่างทั้ง ๒ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1329/2480 นายเปงเคี้ยว นากิมกี โจทก์ นายหลีเองยับที่ 1 นางกีสังวาลย์ที่ 2 นางศิริวัฒนา เสนาพันธ์ที่ 3

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเปงเคี้ยว นากิมกี · 3 - นายหลีเองยับที่ 1 นางกีสังวาลย์ที่ 2 นางศิริวัฒนา เสนาพันธ์ที่
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อมาตย์ · มนธา · ดูปลาตร์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2660/2536ฎีกา 3996/2541ฎีกา 3616/2558ฎีกา 1415/2540ฎีกา 1511/2520ฎีกา 3555/2528ฎีกา 2026/2494ฎีกา 1590/2503ฎีกา 7168/2542ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1591/2495ฎีกา 1130/2544ฎีกา 312/2534ฎีกา 82/2512ฎีกา 7907/2551ฎีกา 1748/2511ฎีกา 3053/2527ฎีกา 7339/2540ฎีกา 3222/2525ฎีกา 2169/2523ฎีกา 577/2549ฎีกา 1280/2505ฎีกา 5285/2537ฎีกา 2157/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา