⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 483/2480

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 483/2480

ป.วิ.แพ่ง ม.1

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* หากจำเลยยังสามารถโอนที่ดินให้โจทก์ได้ ศาลจะบังคับให้โอนตามสัญญา หากจำเลยไม่ปฏิบัติตาม คำพิพากษาศาลจะถือเสมือนการแสดงเจตนาของจำเลย * การฟ้องบังคับให้โอนที่ดินเป็นการฟ้องขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ โจทก์จึงไม่ต้องเสียค่าขึ้นศาลตามราคาที่ดิน

ย่อคำพิพากษา

ศาลพิพากษาให้จำเลยโอนที่ดินให้โจทก์ตามสัญญาถ้าโอนไม่ได้ให้ใช้ค่าเสียหายดังนี้ เมื่อปรากฎว่าจำเลยยังสามารถกระทำการโอนให้ได้ แลถ้าจำเลยไม่ปฏิบัติตามก็ย่อมถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาได้ การฟ้องขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินให้นั้นถือว่าเป็นคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ โจทก์ไม่ต้องเสียค่าขึ้นศาลตามราคาที่ดิน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.1

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.1 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทำสัญญาจะขายที่ดินให้โจทก์เป็นราคา ๓๖๐๐ บาทจำเลยรับเงินมัดจำไปแล้ว ๖๐๐ บาท เวลานี้ที่ดินรายนี้มีราคา ๕๐๐๐ บาทจำเลยกลับไม่ยอมขายที่ดินให้ จึงขอให้จำเลยขายที่ดินให้โจทก์ตามสัญญาหรือมิฉะนั้นให้จำเลยคืนเงินมัดจำแลค่าเสียหายให้โจทก์อีก ๑๔๐๐ บาท ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยโอนขายที่รายนี้ให้แก่โจทก์โดยให้ได้รับเงินที่ค้างชำระอีก ๓๐๐๐ บาท หรือถ้าจำเลยโอนไม่ได้ก็ให้จำเลยคืนเงินมัดจำ ๖๐๐ บาท ปรากฎว่าจำเลยได้นำเงินมัดจำกับดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมมาชำระ แต่โจทก์ยื่นคำร้องขอมให้บังคับจำเลยให้โอนที่ดินศาลชั้นต้นสั่งให้ยกคำร้อง แต่ศาลอุทธรณ์เห็นว่าการขอให้บังคับโอนที่ดินนั้นปรากฎว่าที่ดินยังอยู่ในอำนาจของจำเลยที่จะทำการโอนได้ควรถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยตามประมวลแพ่ง ฯ มาตรา ๒๑๓ วรรค ๒ จึงกลับคำสั่งศาลชั้นต้นให้จำเลยโอนที่ดินให้โจทก์ จำเลยฎีกาว่าโจทก์เสียค่าขึ้นศาลในทุนทรัพย์ ๑๔๐๐ บาทศาลจะบังคับให้จำเลยโอนที่ดินราคา ๓๖๐๐ บาทไม่ได้ ศาลฎีกาเห็นว่าฟ้องโจทก์ที่ขอให้บังคับให้จำเลยโอนที่ดินเป็นคำขอให้ปลดเปลื้องทึกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ แต่มีคำขอค่าเสียหายซึ่งมีทุนทรัพย์รวมอยู่ด้วย โจทก์ก็ได้เสียค่าขึ้นศาลในทุนทรัพย์ ๑๔๐๐ บาทจึงเป็นอันถูกต้องแล้ว จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 483/2480 นายท้วนหุ้ย ท่าจีน ผู้จัดการ โจทก์ นายผ้อหิ้น แซ่ผ้อที่ 1 นางเลี่ยง แซ่ผ้อที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายท้วนหุ้ย ท่าจีน ผู้จัดการ · จำเลย - นายผ้อหิ้น แซ่ผ้อที่ 1 นางเลี่ยง แซ่ผ้อที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นิติศาสตร์ · พลางกูร · เทฟโนต์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4810/2542ฎีกา 1010/2539ฎีกา 5882/2541ฎีกา 4715/2542ฎีกา 4024/2536ฎีกา 11161/2558ฎีกา 5640/2540ฎีกา 469/2531ฎีกา 7168/2542ฎีกา 1145/2512ฎีกา 8337/2540ฎีกา 5449/2531ฎีกา 7279/2540ฎีกา 3260/2528ฎีกา 5887/2550ฎีกา 1748/2511ฎีกา 851/2487ฎีกา 4977/2533ฎีกา 10930/2554ฎีกา 4085/2559ฎีกา 89/2502ฎีกา 2022/2522ฎีกา 3914/2535ฎีกา 553/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา