คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1116/2481
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
โทษกักกันเป็นโทษอาญาที่ศาลจะลงแก่จำเลยหรือไม่ก็ได้ โดยไม่จำต้องคำนึงถึงการกระทำผิดเดิมของจำเลย
ย่อคำพิพากษา
โทษกักกันเป็นโทษอาญา+านหนึ่งและเป็นโทษ+ความผิดโดยเอกเทศโจทก์จะฟ้องจำเลยเป็นสำนวนปลีกขึ้นมาโดยลำพังขอให้ลงโทษกักกันสถานเดียวก็ได้ การจะลงโทษกักกันแก่จำเลยหรือไม่อยู่ในดุลยพินิจของศาล ศาลอาจไม่ลงโทษกักกันแก่จำเลยซึ่งเคยกระทำผิด (อันเป็นเหตุร้าย) 2 ครั้งมาแล้วก็ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
เดิมโจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยกระทำผิดฐานชิงทรัพย์ ขอให้เพิ่มโทษและขอให้ลงโทษกักกันด้วยเพราะจำเลยกระทำผิดเคยต้องโทษมาแล้ว ๒ ครั้ง ศาลชั้นต้นเห็นว่าโจทก์ควรแยกฟ้องขอให้กักกันจำเลยอีกสำนวนหนึ่ง ในคดีนั้นโจทก์จึงฟ้องจำเลยเป็นเอกเทศขอให้ลงโทษฐานกักกัน
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าโทษกักกันเป็นโทษสำหรับเพิ่มโทษในความผิดอื่นที่จำเลยกระทำลงกล่าวคือเป็นบทบัญญัติสำหรับเพิ่มโทษควบไปกับโทษในความผิดอื่นทำนองมาตรา ๒๕ แห่งกฎหมายอาญาหาใช่เป็นโทษกำหนดสำหรับการซึ่งเป็นความผิดโดยลำพัง โจทก์จะฟ้องเป็นสำนวนปลีกขึ้นมาโดยลำพังมิได้ พิพากษาให้ยกฟ้อง
ศาลฎีกาตัดสินว่าโทษกักกันเป็นโทษอาญาสถานหนึ่ง ไม่ใช่การเพิ่มโทษตาม ม.๗๒ แห่งกฎหมายอาญา เป็นโทษในความผิดตามลำพัง โจทก์จึงฟ้องเช่นนี้ได้ แต่เห็นพ้องกับศาลชั้นต้นว่าจำเลยนี้ยังไม่มีสันดานเป็นผู้ร้ายจริง เพราะถึงแม้จำเลยจะเคยต้องโทษฐานรับของโจร ๒ เดือนฐานลักทรัพย์ ๑ เดือนก็ยังไม่ถึงขนาดร้ายแรง ยังไม่สมควรจะลงโทษจำเลยฐานมีสันดานเป็นผู้ร้าย จึงพิพากษายืนตามให้ยกฎีกาโจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1116/2481
อัยยการพังงา โจทก์
นักโทษชายปาน รัตนไชย จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการพังงา · จำเลย - นักโทษชายปาน รัตนไชย |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เทฟโนต์ · อมาตย์ · อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - ขุน+ · ศาลอุทธรณ์ - พระทิพย์ปัญญา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา